ไม่อยากให้เป็นภาระใคร สาวป่วยโรคอ้วนวอนกู้ภัยวัดตัวต่อโลงศพไว้ใส่ในวันสิ้นลม

ไม่อยากให้เป็นภาระใคร สาวป่วยโรคอ้วนวอนกู้ภัยวัดตัวต่อโลงศพไว้ใส่ในวันสิ้นลม
มติชน
5 กรกฎาคม 2563 ( 11:21 )
23
ไม่อยากให้เป็นภาระใคร สาวป่วยโรคอ้วนวอนกู้ภัยวัดตัวต่อโลงศพไว้ใส่ในวันสิ้นลม

ไม่อยากให้เป็นภาระใคร สาวป่วยโรคอ้วนวอนกู้ภัยวัดตัวต่อโลงศพไว้ใส่ในวันสิ้นลม

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากอาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิสว่างกำแพงเพชรธรรมสถาน จุดโกบังพรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร ว่าพบนางสาวนวรัตน์ จันทร์ผล หรือ บี อายุ 30 ปี ชาวตำบลวังควง อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร ร้องขอทำการต่อโลงศพขึ้นมาใหม่ เป็นการเตรียมตัวไว้ล่วงหน้าหากนางสาวนวรัตน์ เสียชีวิตลง เนื่องจากมีโรคประจำตัว

อาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิสว่างกำแพงเพชรธรรมสถาน จุดโกบังพรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร จึงลงพื้นที่ตรวจสอบ พร้อมนำตลับเมตรเข้าวัดตัวตามคำร้องขอ เพื่อทำการต่อโลงศพขึ้นมาใหม่ เป็นการเตรียมตัวไว้ล่วงหน้าหากนางสาวนวรัตน์ เสียชีวิตลง เนื่องจากมีโรคประจำตัวและเคยหลับลึกจนไม่รู้สึกตัวมาแล้ว เกรงว่าหากเสียชีวิตไปจริงๆ จะได้ไม่ต้องเป็นภาระญาติพี่น้อง เนื่องจากทราบมาว่าทางมูลนิธิสว่างกำแพงเพชรธรรมสถาน จุดโกบัง พรานกระต่าย มีโลงศพไว้บริจาคให้สำหรับผู้ยากไร้ แต่เนื่องจากตนรูปร่างใหญ่ เกรงว่าจะไม่มีโลงศพใส่ได้จึงได้ร้องขอไปยังอาสาสมัครกู้ภัยฯให้มาช่วยวัดตัวเพื่อทำโลงศพขึ้นมาสำหรับตนโดยเฉพาะ

นายสมหวัง เจริญ อาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิสว่างกำแพงเพชรธรรมสถาน จุดโกบัง พรานกระต่าย กล่าวว่าหลังได้รับการร้องขอจากผู้ป่วยและญาติ ว่าจะขอให้มาช่วยวัดตัว เพื่อต่อโลงศพเตรียมไว้เมื่อถึงคราวเสียชีวิต ก็ได้สอบถามทราบว่าเป็นเรื่องจริง และเป็นความสมัครใจทั้งครอบครัว จึงพากันมาวัดตัว ทั้งความกว้าง ความยาว ก่อนจะไปหาไม้มาต่อโลงเตรียมไว้ โดยจะนำไปไว้วัดใกล้บ้าน และหากเสียชีวิตก็ต้องนำไปเผาอีกวัดที่ห่างจากบ้านไป เพราะใช้เชิงตะกอนเผาแทนเมรุ เนื่องจากเป็นคนรูปร่างใหญ่ไม่สามารถนำเข้าเตาเผาได้ ซึ่งไม่ได้ถือว่าเป็นการแช่งกัน แต่ทำตามความประสงค์ของผู้ป่วยและญาติเท่านั้น

นางสาวนวรัตน์ จันทร์ผล เล่าว่า ตนเองพื้นเพเป็นคนจังหวัดสมุทรสาคร แต่ได้มาอยู่กับสามีที่จังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งตนได้ป่วยเป็นโรคไทรอยด์ไม่สามารถรักษาหายได้ เนื่องจากตนเป็นโรคอ้วน มีน้ำหนักเกือบสองร้อยกิโลกรัม จึงยากต่อการผ่าตัดรักษา โดยตนมักจะนอนหลับแล้วหายใจไม่ออกเสมอ จนบางครั้งลับลึกไปโดยไม่รู้สึกตัว ซึ่งสามีและญาติได้ทำการปั๊มหัวใจและนำส่งโรงพยาบาลให้แพทย์ทำการรักษาได้ทัน โดยทุกวันนี้ก็ยังมีอาการอยู่บ้าง บางวันกำลังนอนหลับหากเกิดอาการหายใจไม่ออก ก็ต้องลุกขึ้นมานั่งแล้วหลับไปแบบนั้นตลอดทั้งคืน

แต่ตนเองนั้นกลัวว่าหากเกิดอาการดังกล่าวขึ้นมาอีกแล้วหยุดหายใจไปนานจนกระทั่งเสียชีวิต จะสร้างภาระและความยากลำบากให้กับสามีและครอบครัวสามี เนื่องจากมีฐานะยากจน สามีก็ป่วยเป็นกระดูกทับเส้นประสาทเคยรับจ้างทั่วไปก็ไม่ค่อยมีงาน แม่สามีก็พิการหูหนวก มีรายได้แค่เงินช่วยเหลือผู้พิการ ตนเองก็มีรายได้จากการรับจ้างพับดอกไม้จันท์ รายได้เล็กน้อย ไม่มีเงินที่จะไปรักษาให้หายขาดได้ เพราะหากไปรักษาจริงก็ต้องใช้เงินเยอะ ทั้งค่ารักษา ค่าใช้จ่ายในการนอนโรงพยาบาล จึงคิดว่ากินยาบรรเทาไป หากวันใดเสียชีวิตขึ้นมาก็จะได้มีโลงศพไว้ใส่ตัวเองไม่ต้องลำบากญาติไปหาซื้อมา ซึ่งตนมีพี่ชายก็เป็นโรคอ้วนและเสียชีวิตไปก็หาโลงศพใส่ไม่ได้

ขณะที่นางสงบ แพงมี อายุ 61 ปี พี่สะใภ้ของนางสาวนวรัตน์ กล่าวว่า ถึงจะเป็นน้องสะใภ้ แต่ก็มองว่าเป็นคนในครอบครัวไม่มองเป็นอื่น เค้าหนีร้อนมาพึ่งเย็น ก็ต้องช่วยดูแลกันไป รู้สึกสงสารและเห็นใจในอาการป่วย เมื่อน้องสะใภ้มาขอให้ประสานกู้ภัยมาช่วยต่อโลงศพก็ทำตามใจ เพราะเขาคงคิดแล้วว่าหากวันใดเกิดเป็นอะไรขึ้นมา คงไม่อยากให้เป็นภาระคนข้างหลัง แต่ตอนนี้ก็ช่วยกันดูแลต่อไปให้ถึงที่สุด

ทั้งนี้ หากท่านไดต้องการที่จะให้การช่วยเหลือด้านการรักษาพยาบาลหรือค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปรักษาพยาบาลสามารถ โอนเงินผ่านบัญชีเงินฝาก นางสาวนวรัตน์ จันทร์ผล เลขที่บัญชี 7270495319 บัญชีออมทรัพย์ธนาคารกรุงไทย สาขากระทุ่มแบน หรือโทรศัพท์สอบถามได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0907423600 นางสาวนวรัตน์ หรือ บี จันทร์ผล

ข่าวที่เกี่ยวข้อง