"BTS" ฟื้นท่องเที่ยวเกาหลีใต้ คัมแบค รอบ 4 ปี จัดคอนเสิร์ตใหญ่ สร้างเงินสะพัด-ต่างชาติพุ่ง ถอดรหัสความสำเร็จที่มากกว่ากระแส KPOP

ถอดรหัสความสำเร็จที่มากกว่ากระแส KPOP เมื่อวง "BTS" สร้างปรากฏการณ์ ฟื้นท่องเที่ยวเกาหลีใต้
ท่องเที่ยวเกาหลีใต้ ในยุค 2026 เป็นอีกหนึ่งปีที่น่าจับตา ท่ามกลางการแข่งขันด้านตลาดการท่องเที่ยวของทั่วโลก เพราะหลายประเทศต่างหวังให้ภาคบริการเข้ามาช่วยพยุงเศรษฐกิจ ท่ามกลางความเสี่ยงรอบด้าน หรือพูดง่ายๆ คือ อยากให้การท่องเที่ยวช่วยโกยรายได้ หาเงินเข้าสู่ประเทศ
ล่าสุด องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี หรือ Korea Tourism Organization (KTO) เปิดเผยว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมายังเกาหลีใต้ ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีมากกว่า 2 ล้าน 4 หมื่นคน เพิ่มขึ้น 26.7 เปอร์เซ็นต์จากปีก่อน และยังเพิ่มขึ้น 33.2 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับเดือนมีนาคม 2562 ก่อนที่การระบาดของโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อการเดินทางทั่วโลก
ด้านสื่อของเกาหลีใต้ อย่างสำนักข่าวยอนฮับ ระบุว่า หนึ่งในปัจจัยหนุนสำคัญ คือ กระแส K-POP โดยเฉพาะการกลับมาทำกิจกรรมของ BTS ที่ช่วยกระตุ้นความต้องการเดินทางของแฟนคลับทั่วโลก
วง BTS ได้คัมแบก จัดคอนเสิร์ตครั้งใหญ่ เป็นครั้งแรก หลังเว้นช่วงไปนานกว่า 4 ปี กลายเป็นงานใหญ่ระดับประเทศ ที่ไม่ใช่แค่อาร์มี หรือแฟนคลับชาวเกาหลีใต้ที่สนใจ แต่ยังมีอาร์มีจากทั่วโลกพร้อมใจกันจองตั๋วเครื่องบิน เดินทางข้ามโลก เข้ามารับชมการแสดงกันอย่างคึกคัก
“BTS Effect” เมื่อไอดอลกลายเป็นเครื่องมือเศรษฐกิจระดับประเทศ
“BTS Effect” ปรากฏการณ์นี้ ไม่ใช่แค่กระแสของแฟนคลับ ไม่ใช่แค่กระแสของไอดอล หรือนักร้องเท่านั้น แต่นี่คือเครื่องมือทางเศรษฐกิจระดับประเทศ สร้างรายได้ของจริง จับต้องได้จริง
สะท้อนให้เห็นว่า เกาหลีใต้สามารถเปลี่ยน “วัฒนธรรม” ให้กลายเป็น “รายได้” ได้อย่างแท้จริง และถือเป็นหนึ่งในต้นแบบของ Soft Power ระดับโลก
และในกรณีของคอนเสิร์ต BTS ครั้งนี้ เม็ดเงินไม่ได้หยุดอยู่แค่ในฮอลล์จัดงาน แต่กระจายรายได้ไปทั้งระบบเศรษฐกิจ
รายงานจาก The Korea Herald ชี้ให้เห็นว่า อีเวนต์เพียงไม่กี่วัน สามารถเปลี่ยนบรรยากาศของเมืองทั้งเมืองได้ทันที โดยเฉพาะพื้นที่จัดงานและบริเวณโดยรอบ ที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างหนาแน่น
สิ่งที่น่าสนใจ ไม่ใช่แค่จำนวนคนที่เพิ่มขึ้น แต่คือ “คุณภาพของนักท่องเที่ยว” กลุ่มนี้ เพราะแฟนคลับของ BTS จากต่างประเทศ ไม่ได้เดินทางมาเพียงเพื่อเข้าชมคอนเสิร์ตแล้วเดินทางกลับ แต่เลือกที่จะอยู่ต่อ ใช้เวลาเที่ยวในเมืองมากขึ้น และใช้จ่ายกับสินค้าและบริการหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ที่พัก ร้านอาหาร ไปจนถึงสินค้าที่เกี่ยวข้องกับศิลปิน
พฤติกรรมลักษณะนี้ ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า “Fan-Driven Tourism” หรือการท่องเที่ยวที่ขับเคลื่อนด้วยความหลงใหลในศิลปิน ซึ่งมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงกว่าการท่องเที่ยวทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด
ในช่วงเวลาของการจัดคอนเสิร์ต ธุรกิจท้องถิ่นในกรุงโซลและโกยาง ได้รับอานิสงส์โดยตรง โรงแรมมีอัตราการเข้าพักสูง ร้านอาหารและร้านค้าต่างๆ มียอดขายเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด
รายงานข่าว ระบุว่า กระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว สถาบันวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวแห่งเกาหลี และองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งเกาหลี ระบุว่า การใช้จ่ายเงินในบริเวณโดยรอบเพิ่มขึ้นมากกว่า 30 เท่าภายในไม่กี่วัน
เกาหลีใต้ เร่งต่อยอด K-Culture สู่รายได้จริง และทำได้จริงทันตาเห็น
ต้องย้ำว่า ความสำเร็จของเกาหลีใต้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นความตั้งใจของรัฐบาล ที่ลงทุนและต่อยอดอย่างจริงจังใน K-Culture
เกาหลีใต้ไม่ได้มองเรื่อง K-POP หรือ K-Drama เป็นเพียงกระแสความนิยมอีกต่อไป แต่กำลังใช้ Soft Power เป็นเครื่องมือเศรษฐกิจระดับชาติ
ภายใต้การนำของประธานาธิบดี อี แจมย็อง รัฐบาลกำลังเร่งต่อยอดอุตสาหกรรมวัฒนธรรม และเปลี่ยนการท่องเที่ยวให้กลายเป็น “อุตสาหกรรมแห่งอนาคต”
แนวทางสำคัญ คือ การบูรณาการ Soft Power ทุกแขนงเข้าด้วยกัน นำ K-POP, K-Drama และ K-Food มาเชื่อมเข้ากับการท่องเที่ยวโดยตรง
ไม่ว่าจะเป็น ทัวร์ตามรอยซีรีส์ คาเฟ่ศิลปิน เทศกาลดนตรีระดับโลก หรือกิจกรรมทางวัฒนธรรมต่างๆ
ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังพยายามกระจายรายได้ และกระจายนักท่องเที่ยวออกจากเมืองหลัก ไม่ใช่กระจุกตัวอยู่แค่กรุงโซล แต่ผลักดันให้เดินทางไปยังเมืองรอง เช่น ปูซาน หรือเกาะเจจู เพื่อลดความแออัด และกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นมากขึ้น
เป้าหมายใหญ่ "ท่องเที่ยวเกาหลีใต้" ไม่ใช่แค่ฟื้น แต่ต้องโตต่อเนื่อง
“เป้าท่องเที่ยวเกาหลีใต้” วันนี้ ไม่ได้หยุดอยู่แค่การฟื้นตัวหลังโควิด-19 แต่ต้อง “โตต่อเนื่อง” และยกระดับประเทศให้กลายเป็นฮับการท่องเที่ยวระดับโลก
การท่องเที่ยว ถือเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจเกาหลีใต้ โดยข้อมูลจาก OECD ระบุว่า ภาคการท่องเที่ยวมีสัดส่วนประมาณ 4-5 เปอร์เซ็นต์ของ GDP เกาหลีใต้
ขณะที่รัฐบาลเกาหลีใต้ ตั้งเป้าหมายสำคัญ คือ การดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติให้แตะระดับ “30 ล้านคนต่อปี” ในอนาคต พร้อมผลักดันประเทศให้กลายเป็น “ศูนย์กลางการท่องเที่ยวของเอเชีย”
"ประเทศไทย" ต่อยอดเรียนรู้อะไรจากความสำเร็จของ BTS ได้บ้าง
จากเกาหลีใต้กลับมามองไทย เราสามารถเรียนรู้อะไรได้บ้าง เพราะประเทศไทยเอง ก็มี Soft Power ไม่แพ้ใครในโลก
ประเทศไทยพึ่งพาการท่องเที่ยว เป็นหนึ่งในเครื่องยนต์เศรษฐกิจหลัก และเราก็มีจุดแข็งมากมาย ทั้งอาหารไทย วัฒนธรรม ศิลปิน รวมถึงอินฟลูเอนเซอร์ระดับโลก
ตัวอย่างที่ชัดเจน คือ ปรากฏการณ์ของ Lisa ที่สร้างกระแสระดับโลก และดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าสู่ประเทศไทย
แต่สิ่งที่แตกต่างระหว่างไทยกับเกาหลีใต้ คือ “ระดับของการวางระบบ”
เกาหลีใต้ไม่ได้ปล่อยให้กระแสมาแล้วก็ไป แต่มีการต่อยอด วางแผน และเชื่อมโยงทั้งประเทศ ตั้งแต่ภาครัฐ ภาคเอกชน ไปจนถึงอุตสาหกรรมบันเทิง
จนทำให้ Soft Power กลายเป็น “รายได้จริง”
ในขณะที่ประเทศไทย ต้องยอมรับว่า ยังอยู่ในช่วงของ “โอกาส” ที่ยังสามารถพัฒนาได้อีกมาก
"K-POP" ไม่ใช่แค่กระแส แต่คือเศรษฐกิจยุคใหม่
ข่าวนี้ แม้จะเกิดขึ้นในเกาหลีใต้ แต่ก็บอกเราอย่างชัดเจนว่า กระแสของ K-POP ทำเงินได้จริง ไม่ใช่แค่ยอดไลก์ หรือยอดวิว แต่หมายถึงเม็ดเงินที่เข้าสู่ประเทศ
ปรากฏการณ์ของ BTS ในปีนี้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของดนตรี หรือความบันเทิง แต่คือ “ตัวอย่างของเศรษฐกิจยุคใหม่”
ดังนั้น หากมองย้อนกลับมาที่ประเทศไทย ก็เป็นคำถามสำคัญว่า จะมีโอกาสหรือไม่ ที่ T-POP หรือ Soft Power ของไทย จะก้าวไปได้ไกลในระดับเดียวกัน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
