รีเซต

ทำไม "ฮอลลีวูด" เลือกไทย? กองถ่ายทั่วโลกแห่เข้าประเทศ เงินสะพัดกว่าพันล้านบาท

ทำไม "ฮอลลีวูด" เลือกไทย? กองถ่ายทั่วโลกแห่เข้าประเทศ เงินสะพัดกว่าพันล้านบาท
TNN ช่อง16
23 กรกฎาคม 2569 ( 08:00 )

ทำไมฮอลลีวูดเลือกไทย? เปิดเหตุผลที่กองถ่ายทั่วโลกแห่ปักหมุด สร้างเงินสะพัดกว่า 4 พันล้านบาท


ทำไมฮอลลีวูดเลือกไทย?


ทุกครั้งที่เราเห็นภาพยนตร์ฮอลลีวูดหรือซีรีส์ระดับโลก มีฉากที่ดูคุ้นตา ไม่ว่าจะเป็นทะเล ภูเขา วัด หรือถนนในประเทศไทย หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพียงเพราะเมืองไทยสวย แต่ความจริงแล้ว เบื้องหลังการตัดสินใจของกองถ่ายระดับโลกมีเหตุผลมากกว่านั้น


ล่าสุด ประเทศไทยกำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า ไม่ได้เป็นเพียง "สถานที่ถ่ายทำ" แต่กำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในฐานการผลิตภาพยนตร์ที่สำคัญของภูมิภาค หลังในช่วง ครึ่งปีแรกของปี 2569 มีกองถ่ายต่างประเทศเข้ามาถ่ายทำแล้ว 302 เรื่อง สร้างเงินลงทุนหมุนเวียนในประเทศกว่า 4,025 ล้านบาท มากกว่าครึ่งของรายได้ตลอดทั้งปี 2568 ไปแล้ว


ตัวเลขนี้สะท้อนว่า ไทยยังเป็นหมุดหมายสำคัญของอุตสาหกรรมภาพยนตร์โลก และหากแนวโน้มยังเป็นเช่นนี้ ปี 2569 อาจเป็นอีกปีที่ไทยทำสถิติรายได้จากกองถ่ายต่างประเทศสูงที่สุดครั้งหนึ่ง


ไม่ใช่แค่โลเคชันสวย แต่ครบทั้งคน ต้นทุน และบริการ


หลายคนอาจคิดว่ากองถ่ายเลือกไทยเพราะมีทะเลสวยหรือธรรมชาติที่หลากหลาย แต่ในความเป็นจริง สิ่งที่ทำให้ไทยแข่งขันได้ คือความพร้อมในหลายด้าน


ประเทศไทยมีโลเคชันที่สามารถใช้แทนประเทศต่าง ๆ ได้หลากหลาย ทั้งเมืองสมัยใหม่ ชายหาด ป่า ภูเขา วัด และย่านเมืองเก่า ขณะเดียวกันยังมีทีมงานโปรดักชันที่มีประสบการณ์ในการทำงานร่วมกับกองถ่ายระดับโลก ระบบบริการที่ครบวงจร และต้นทุนการผลิตที่ยังแข่งขันได้เมื่อเทียบกับหลายประเทศ


จึงไม่น่าแปลกใจที่ผู้ผลิตภาพยนตร์ระดับโลกยังคงเลือกประเทศไทยเป็นฐานการถ่ายทำอย่างต่อเนื่อง


สหรัฐฯ ยังลงทุนสูงสุด สะท้อนความเชื่อมั่นในไทย


ข้อมูลจากกองกิจการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ต่างประเทศ กรมการท่องเที่ยว ระบุว่า ช่วงเดือนมกราคม-มิถุนายน 2569 มีการขออนุญาตถ่ายทำในไทยรวม 302 เรื่อง ครอบคลุมทั้งภาพยนตร์ รายการโทรทัศน์ เกมโชว์ เรียลลิตี้ โฆษณา และสารคดี


ประเภทที่สร้างรายได้สูงสุด ได้แก่


* ภาพยนตร์เรื่องยาว 21 เรื่อง มูลค่า 1,989 ล้านบาท

* เกมโชว์และเรียลลิตี้ 22 เรื่อง มูลค่า 811 ล้านบาท

* โฆษณา 152 เรื่อง มูลค่า 710 ล้านบาท


ขณะที่ประเทศที่สร้างเม็ดเงินลงทุนมากที่สุดคือ "สหรัฐอเมริกา" กว่า 1,543 ล้านบาท รองลงมาคือ ฮ่องกง ฟินแลนด์ เยอรมนี และสหราชอาณาจักร


การที่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมภาพยนตร์โลกยังเลือกประเทศไทย สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของไทย ทั้งด้านคุณภาพการผลิต บุคลากร และระบบสนับสนุน


Cash Rebate 30% อีกเหตุผลที่ทำให้ไทยได้เปรียบ


อีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไทยแข่งขันกับประเทศอื่นได้ คือมาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ของภาครัฐ


ปัจจุบันประเทศไทยปรับมาตรการ Thailand Film Incentive เพิ่มสิทธิประโยชน์ Cash Rebate สูงสุด 30% จากเดิม 25% เพื่อจูงใจให้กองถ่ายต่างชาติเข้ามาลงทุนมากขึ้น


มาตรการนี้สอดคล้องกับแนวโน้มของหลายประเทศที่ใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีและการคืนเงินลงทุน เพื่อดึงอุตสาหกรรมภาพยนตร์เข้ามาสร้างงานและกระตุ้นเศรษฐกิจ





หนังหนึ่งเรื่อง สร้างรายได้ให้คนไทยทั้งระบบ


เม็ดเงินกว่า 4,025 ล้านบาท ไม่ได้ตกอยู่กับผู้สร้างภาพยนตร์เพียงไม่กี่ราย แต่หมุนเวียนไปยังคนไทยในหลากหลายอาชีพ


ตั้งแต่โรงแรม ร้านอาหาร รถเช่า บริษัทขนส่ง ผู้ให้บริการอุปกรณ์ถ่ายทำ ช่างไฟ ช่างเสียง ช่างแต่งหน้า ทีมสตันต์ นักแสดงประกอบ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ไปจนถึงผู้ประกอบการในพื้นที่ที่ใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำ


UNESCO ยังระบุว่า อุตสาหกรรมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์เป็นหนึ่งในภาคเศรษฐกิจที่สร้างการจ้างงานสูง และเชื่อมโยงกับธุรกิจบริการอีกหลายประเภท จึงทำให้การเข้ามาของกองถ่ายต่างชาติสร้างผลคูณทางเศรษฐกิจได้มากกว่าที่หลายคนคิด


หนังดัง คือการโฆษณาประเทศที่ทรงพลัง


ประโยชน์ของการถ่ายทำภาพยนตร์ไม่ได้จบแค่ช่วงเวลาที่กองถ่ายอยู่ในประเทศไทย แต่ยังต่อยอดไปสู่การท่องเที่ยวในระยะยาว


ภาพยนตร์และซีรีส์อย่าง The White Lotus, The Creator, Meg 2, Jurassic World Rebirth และ Alien: Earth ล้วนพาภาพของประเทศไทยไปสู่สายตาผู้ชมทั่วโลก


องค์การการท่องเที่ยวแห่งสหประชาชาติ (UN Tourism) ระบุว่า ภาพยนตร์และซีรีส์สามารถสร้างปรากฏการณ์ Screen Tourism หรือการท่องเที่ยวตามรอยสถานที่ถ่ายทำ ซึ่งหลายประเทศสามารถต่อยอดเป็นรายได้มหาศาลจากการท่องเที่ยว



เป้าหมายใหม่ จากโลเคชันสวย สู่ฮับภาพยนตร์เอเชีย


ล่าสุด รัฐบาลได้หารือกับ Motion Picture Association (MPA) ซึ่งเป็นตัวแทนค่ายภาพยนตร์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เพื่อยกระดับความร่วมมือกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์โลก


แนวทางต่อไปคือการปรับมาตรการ Cash Rebate ให้เน้นการจ้างงานคนไทย การใช้บริการ Post-Production ในประเทศ และการพัฒนากฎหมายด้านทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุน


ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า เป้าหมายของประเทศไทยไม่ได้หยุดอยู่แค่การเป็น "โลเคชันถ่ายทำสวย ๆ" แต่กำลังเดินหน้าสู่การเป็น ศูนย์กลางการผลิตภาพยนตร์และคอนเทนต์ของเอเชีย ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ การจ้างงาน และผลักดัน Soft Power ของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง