4,000 ล้าน ใน 11 เดือน! "ไทยรีดภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์" สกัดจีนทะลัก

เปิดศึกอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน: ไทยเข้มมาตรการรีดภาษีสินค้าจีน “บาทแรก” ปกป้องผู้ประกอบการในประเทศ
ปฏิเสธไม่ได้ว่าการช้อปปิ้งออนไลน์จากต่างประเทศ โดยเฉพาะสินค้าปลีกราคาถูกจากประเทศจีน กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนไทยไปแล้ว ด้วยจุดเด่นด้านราคาที่เข้าถึงง่ายและการขนส่งที่รวดเร็วภายใน 3-7 วัน ทำให้ตลาดอีคอมเมิร์ซเติบโตอย่างก้าวกระโดด ส่งผลให้มีสินค้านำเข้าทะลักเข้าสู่ประเทศไทยมากกว่า 225 ล้านชิ้น
แม้ผู้บริโภคจะชื่นชอบความคุ้มค่า แต่ในมุมมองของผู้ประกอบการไทย นี่คือความท้าทายครั้งใหญ่ เนื่องจากร้านค้าภายในประเทศต้องแบกรับภาระทั้งต้นทุนแรงงาน ค่าเช่า และภาษีที่สูงกว่า ทำให้แข่งขันได้ยาก รัฐบาลจึงงัดมาตรการเด็ดด้วยการ "จัดเก็บภาษีอากรขาเข้าตั้งแต่บาทแรก" (ยกเลิกเกณฑ์เดิมที่เคยยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าต่ำกว่า 1,500 บาท) ซึ่งเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา
จากการรายงานของกรมศุลกากรในช่วง 11 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 พบว่า มาตรการนี้สร้างรายได้ให้ประเทศจากอากรขาเข้ามากกว่า 4,000 ล้านบาท จากมูลค่าการนำเข้ากว่า 41,000 ล้านบาท อีกทั้งยังส่งผลให้ยอดสั่งซื้อสินค้าชิ้นเล็กราคาถูกเริ่มชะลอตัวลง และทำให้คนไทยหันมาอุดหนุนสินค้าจากร้านค้าที่มีสต็อกภายในประเทศมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การจัดเก็บภาษีไม่ใช่ทางออกทั้งหมด รัฐบาลยังต้องเร่งเดินหน้าจัดระเบียบในอีกหลายมิติ โดยเฉพาะเรื่อง "มาตรฐานความปลอดภัย" ที่สินค้าต้องผ่านการตรวจสอบ มีฉลากและคำเตือนที่ถูกต้อง รวมถึงการแก้ปัญหา "สินค้าสวมสิทธิ์ Made in Thailand" ที่อาจส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือและการส่งออกของไทยในเวทีโลก
มาตรการรีดภาษีบาทแรกจึงไม่ใช่แค่เรื่องของการหารายได้เข้าประเทศ แต่คือการสร้างความเท่าเทียมในการแข่งขัน และเป็นการปกป้องเศรษฐกิจฐานรากของไทยไม่ให้ถูกกลืนจากกระแสสินค้าราคาถูกข้ามชาติในระยะยาว