นาซาอาจต้องยุติโครงการนำตัวอย่างจากดาวอังคารกลับโลก หลังถูกตัดงบประมาณ

โครงการนำตัวอย่างจากดาวอังคารกลับมายังโลกขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ นาซา (NASA) ซึ่งถูกยกให้เป็นหนึ่งในภารกิจทางวิทยาศาสตร์ที่ทะเยอทะยานที่สุดในประวัติศาสตร์การสำรวจอวกาศ ดูเหมือนจะเดินทางมาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว หลังสภาคองเกรสสหรัฐฯ ตัดงบประมาณสนับสนุนลงอย่างมีนัยสำคัญ จนทำให้โครงการไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ในทางปฏิบัติ แม้จะยังไม่มีการประกาศยกเลิกอย่างเป็นทางการในเชิงนโยบาย แต่โครงการนี้ถูกมองว่าสิ้นสุดลงแล้วโดยปริยายตามการตัดงบประมาณสนับสนุน
ภารกิจดังกล่าวมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า โครงการนำตัวอย่างจากดาวอังคารกลับมายังโลก (Mars Sample Return หรือ MSR) ซึ่งนาซาดำเนินการร่วมกับองค์การอวกาศยุโรป หรือ อีซา (European Space Agency หรือ ESA) โดยถูกคาดหวังว่าจะเป็นก้าวกระโดดครั้งสำคัญที่สุดในการไขปริศนาว่า ดาวอังคารเคยเอื้อต่อการกำเนิดหรือการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตในอดีตหรือไม่
ความหวังสูงสุดของวิทยาศาสตร์ดาวเคราะห์
นับตั้งแต่ปี 2011 เป็นต้นมา วงการวิทยาศาสตร์ดาวเคราะห์ได้จัดให้การนำตัวอย่างจากดาวอังคารกลับมายังโลกเป็นหนึ่งในภารกิจลำดับความสำคัญสูงสุดของนาซา เหตุผลสำคัญ คือ การวิเคราะห์ตัวอย่างหินและดินในห้องปฏิบัติการบนโลก ซึ่งมีเครื่องมือที่ล้ำหน้ากว่ายานอวกาศหลายเท่าจะเปิดโอกาสให้นักวิทยาศาสตร์ตรวจหาสัญญาณทางเคมี แร่ธาตุ และโครงสร้างระดับจุลภาคที่อาจเป็นร่องรอยของสิ่งมีชีวิตในอดีตได้อย่างละเอียดที่สุดเท่าที่เคยมีมา
แม้จนถึงปัจจุบัน เว็บไซต์ทางการของนาซาสำหรับโครงการ MSR ยังระบุว่า
“โครงการนำตัวอย่างจากดาวอังคารกลับมายังโลก (MSR) จะเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ประกอบด้วยภารกิจหลายส่วนของ NASA และ ESA เพื่อนำตัวอย่างที่ได้รับการคัดเลือกอย่างพิถีพิถันกลับมายังโลก ซึ่งจะปฏิวัติความเข้าใจของเราเกี่ยวกับดาวอังคาร ระบบสุริยะ และช่วยเตรียมความพร้อมสำหรับการสำรวจโดยมนุษย์ในอนาคต”
อย่างไรก็ตาม ข้อความดังกล่าวกำลังสวนทางกับความเป็นจริงด้านงบประมาณที่โครงการกำลังเผชิญ
Perseverance กับมรดกทางวิทยาศาสตร์ 33 หลอด
ยานสำรวจ เพอร์เซเวอแรนซ์ (Perseverance) ซึ่งลงจอดบนดาวอังคารเมื่อปี 2021 ถือเป็นก้าวแรกและก้าวสำคัญที่สุดของโครงการ MSR โดยตลอดระยะเวลาการปฏิบัติภารกิจ ยานลำนี้ได้ทำงานเกินความคาดหมาย เก็บและบรรจุตัวอย่างหินและฝุ่นจากบริเวณปล่องเจเซโร (Jezero Crater) ซึ่งเชื่อว่าเคยเป็นทะเลสาบโบราณไว้ในหลอดโลหะพิเศษจำนวน 33 หลอด
ตัวอย่างเหล่านี้ได้รับการคัดเลือกอย่างละเอียด เพื่อเพิ่มโอกาสสูงสุดในการตอบคำถามเรื่องสภาพแวดล้อมในอดีตของดาวอังคารและความเป็นไปได้ของสิ่งมีชีวิต แต่หลอดตัวอย่างทั้งหมดกำลังเผชิญชะตากรรมไม่แน่นอน เนื่องจากขั้นตอนถัดไปของภารกิจการนำตัวอย่างกลับโลก ไม่สามารถเดินหน้าต่อได้
ค่าใช้จ่ายพุ่ง ปัญหาใหญ่ที่แก้ไม่ตก
หัวใจของการยกเลิกโครงการอยู่ที่งบประมาณ โดยนาซาประเมินว่า โครงการ MSR ในรูปแบบดั้งเดิมอาจมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 345,801 ล้านบาท ก่อนที่ทีมงานจะพยายามปรับโครงสร้างภารกิจใหม่ เพื่อลดต้นทุนลงมาอยู่ที่ราว 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 220,042 ล้านบาท แต่ตัวเลขเหล่านี้ยังเป็นเพียงการประมาณการเท่านั้น
เนื่องจาก MSR เป็นภารกิจที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน ความไม่แน่นอนด้านเทคนิคและต้นทุนจึงสูงมาก สภาคองเกรสสหรัฐฯ ซึ่งกำลังเพิ่มแรงกดดันให้นาซาควบคุมค่าใช้จ่ายในหลายโครงการ จึงมองว่า MSR เป็นความเสี่ยงทางการเงินที่ยากจะรับได้
ภารกิจสุดซับซ้อนที่โลกไม่เคยทำ
ความซับซ้อนของ MSR ถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญ แผนการเดิมกำหนดให้ส่งยานลงจอดไปยังพื้นผิวดาวอังคาร เพื่อรับหลอดตัวอย่างจากยานเพอร์เซเวอแรนซ์ หรือหากไม่สามารถเข้าถึงได้ จะใช้เฮลิคอปเตอร์ขนาดเล็กสองลำช่วยลำเลียงตัวอย่าง
จากนั้น ยานลงจอดจะปล่อยจรวดขนาดเล็กนำตัวอย่างขึ้นสู่วงโคจรของดาวอังคาร ก่อนจะถ่ายโอนให้ยานอวกาศที่โคจรรอบดาวอังคาร และส่งกลับมายังโลก กระบวนการทั้งหมดนี้ต้องอาศัยเทคโนโลยีที่ซับซ้อน การประสานงานที่แม่นยำ และมีจุดเสี่ยงล้มเหลวจำนวนมาก
อนาคตที่ยังไม่ปิดตาย
แม้โครงการ MSR จะถูกยกเลิกในทางปฏิบัติ แต่นาซายังคงจัดสรรงบประมาณจำนวนเล็กน้อยเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการสำรวจดาวอังคารในอนาคต ความเป็นไปได้หนึ่งคือ การคิดค้นวิธีนำตัวอย่างกลับโลกด้วยต้นทุนที่ต่ำลง หรือพัฒนาเครื่องมือวิเคราะห์บนพื้นผิวดาวอังคารให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ยอมรับว่า ห้องปฏิบัติการบนโลกยังคงก้าวหน้าเร็วกว่ายานอวกาศเสมอ ทำให้ยากจะจินตนาการว่าการวิเคราะห์บนดาวอังคารจะให้ผลเทียบเท่าการศึกษาบนโลกได้
ความผิดหวังของนักวิทยาศาสตร์
หลอดตัวอย่างที่เพอร์เซเวอแรนซ์เก็บไว้น่าจะคงสภาพได้อีกยาวนาน ในสภาพแวดล้อมที่หนาวเย็นและแห้งแล้งของดาวอังคาร แต่สำหรับนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรจำนวนมากที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับโครงการนี้มานานหลายทศวรรษ การยุติภารกิจถือเป็นข่าวที่สร้างความผิดหวังอย่างยิ่ง
แม้อนาคตของโครงการ MSR จะยังไม่ถูกปิดตายอย่างสมบูรณ์ แต่การยกเลิกในครั้งนี้สะท้อนความท้าทายสำคัญของการสำรวจอวกาศยุคใหม่ ที่ไม่เพียงต้องเอาชนะข้อจำกัดทางเทคโนโลยี หากยังต้องต่อสู้กับข้อจำกัดทางงบประมาณและการเมืองไปพร้อมกัน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
