นักวิเคราะห์แนะ อาเซียนเสริมพลังผ่าน RCEP และ CPTPP

สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า นักธุรกิจและนักวิเคราะห์ให้คำแนะนำว่าประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ควรพยายามลดผลกระทบจากภาษีใหม่ของสหรัฐ โดยการเพิ่มความเชื่อมโยงทางการค้าภายในภูมิภาค และเสริมสร้างความสัมพันธ์กับตลาดอื่น ๆ เช่น ยุโรปและอินเดีย
ทั้งนี้ ผู้สังเกตการณ์บางคนเสนอว่า รัฐบาลต่าง ๆ มีแนวโน้มมากว่าที่จะเจรจาโดยตรงกับรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อขอลดอัตราภาษีของตน หรือแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านแทนที่จะร่วมมือกัน เพื่อใช้ประโยชน์จากความแตกต่างของอัตราภาษีที่แต่ละประเทศได้รับ
นอกจากนี้ สมาชิกอาเซียน โดยเฉพาะ เวียดนาม กัมพูชา ไทย และ อินโดนีเซีย เป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากภาษีที่ทรัมป์ประกาศเมื่อวันที่ 2 เม.ย.68 โดยอัตราภาษีแตกต่างกันไป ตั้งแต่ 49% สำหรับ กัมพูชา ไปจนถึง 10% ซึ่งเป็นอัตราขั้นต่ำของโลก สำหรับ สิงคโปร์
Ong Kian Ming รองอธิการบดีของมหาวิทยาลัยเทย์เลอร์ ประเทศมาเลเซีย และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการค้าของมาเลเซีย กล่าวว่า อาเซียนไม่ควรเพียงแค่ผลักดันการรวมกลุ่มภายในภูมิภาคให้ลึกซึ้งขึ้นเท่านั้น แต่ยังควรมองหาการเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางการค้ากับภูมิภาคอื่น ๆ ด้วย
ซึ่งควรรวมถึงการรวมกลุ่มให้มากขึ้นผ่านกรอบความร่วมมือต่าง ๆ เช่น ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) และความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) การดำเนินการตามกฎระเบียบการค้าให้ดีขึ้น” และการเสริมสร้างข้อตกลงการค้าที่มีอยู่ โดยเขายกอินเดียเป็นตัวอย่าง
ทั้งนี้ RCEP และ CPTPP เป็นข้อตกลงการค้าในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งประกอบด้วย 15 และ 12 ประเทศตามลำดับ โดยไม่มีสหรัฐอยู่ในนั้น