ทาคาอิจิเยือนเกาหลีใต้ จากคู่ขัดแย้งในประวัติศาสตร์ สู่พันธมิตรที่ร่วมมือกันฝ่าวิกฤต

ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้เดินทางไปเกาหลีใต้ในวันนี้ (19 พฤษภาคม) เพื่อร่วมประชุมสุดยอดที่บ้านเกิดของผู้นำเกาหลีใต้ นับเป็นการเจอกันครั้งที่ 4 ในรอบ 6 เดือน อันเป็นการส่งสัญญาณการยกระดับความสัมพันธ์จากคู่ขัดแย้ง เป็นพันธมิตรกัน ท่ามกลางภัยคุกคามระดับโลกที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น
การประชุมสุดยอดครั้งนี้ จัดขึ้นที่เมืองอันดง บ้านเกิดของอี แจ มย็อง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เป็นการพบปะกันครั้งที่ 6 ระหว่างผู้นำทั้งสองนับตั้งแต่อี แจ มย็องเข้ารับตำแหน่ง และเป็นการประชุมครั้งที่ 2 ในปี 2026 ภายใต้กรอบการทูตแบบไป-มา (shuttle diplomacy) คือสลับกันไปประชุมที่บ้านเกิดของต้นเอง ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ผู้นำญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ที่ยังดำรงตำแหน่งอยู่ได้ไปเยือนบ้านเกิดของอีกฝ่าย
อี แจ มย็อง กล่าวในการแถลงข่าวร่วมกับทาคาอิจิหลังการประชุมสุดยอดว่า ข้อเท็จจริงที่ว่าการประชุมที่มีความหมายและเป็นประวัติศาสตร์เช่นนี้เกิดขึ้นภายในระยะเวลาเพียงสี่เดือน แสดงให้เห็นถึงความลึกซึ้งและความแข็งแกร่งของมิตรภาพและความผูกพันที่เกาหลีและญี่ปุ่นมีร่วมกันในปัจจุบัน
ในการประชุมครั้งนี้ เกาหลีใต้และญี่ปุ่นได้ตกลงที่จะขยายความร่วมมือด้านการจัดหาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และน้ำมันดิบ รวมถึงข้อตกลงเกี่ยวกับการสำรองพลังงานและการแลกเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม
ทั้งสองประเทศจะกระชับความร่วมมือเพื่อรักษาเสถียรภาพของสายส่งพลังงานและขยายความร่วมมือกับพันธมิตรในเอเชียอื่นๆ เนื่องจากปัญหาการหยุดชะงักของอุปทานจากสงครามในอ่าวเปอร์เซียส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของทั้งเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงาน
พร้อมทั้งให้คำมั่นในที่ส่งเสริมความมั่นคงให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ซึ่งรวมถึงความร่วมมือไตรภาคีกับสหรัฐฯ ในการเผชิญกับความท้าทายร่วมกัน เช่น เกาหลีเหนือ และความตึงเครียดในภูมิภาคที่กว้างขึ้น
ด้านอี แจ มย็องกล่าวว่า การเจรจาด้านความมั่นคงระดับรองรัฐมนตรีระหว่างสองประเทศที่เพิ่งมีขึ้น ถือเป็น ความคืบหน้าที่สำคัญ ในการวางรากฐานการเจรจาด้านกลาโหม
นอกจากเหนือจากการประชุมหารือ ผู้นำทั้งสองจะเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำซึ่งมีอาหารเกาหลีและญี่ปุ่นเป็นอาหารหลัก เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพระหว่างสองประเทศ นอกจากนี้ พวกเขายังจะได้ชมการแสดงทางวัฒนธรรมต่าง ๆ เช่น การบรรเลงเปียโน การแสดงดอกไม้ไฟริมแม่น้ำ และการแสดงรำปันโซรีแบบดั้งเดิม
ในการประชุมครั้งก่อน เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ผู้นำของทั้งสองประเทศได้พบกันที่เมืองนารา ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นบ้านเกิดของทาคาอิจิ
ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าความสัมพันธ์ในปัจจุบันระหว่างเกาหลีใต้และญี่ปุ่นไม่มีประเด็นขัดแย้ง และความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศจะยังคงอยู่ในทิศทางที่ดีต่อไปในขณะนี้
เพราะทั้งสองประเทศให้ความสำคัญกับความร่วมมือมากกว่าประเด็นขัดแย้ง พวกเขามองว่าความสัมพันธ์ทวิภาคีที่เป็นลบจะไม่เป็นประโยชน์ต่อใครเลย
เกาหลีใต้และญี่ปุ่นต่างเป็นพันธมิตรสำคัญของสหรัฐฯ และมีระบอบประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง แต่ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศนั้นเต็มไปด้วยความผันผวนมายาวนานจากความขัดแย้งที่สืบเนื่องมาจากการที่ญี่ปุ่นเข้ายึดครองคาบสมุทรเกาหลีเป็นเวลา 35 ปี ก่อนสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง
ความสัมพันธ์เริ่มดีขึ้นในปี 2023 เมื่อผู้นำของสองประเทศเริ่มก้าวข้ามข้อพิพาททางประวัติศาสตร์เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือทวิภาคี โดยกล่าวว่าทั้งสองประเทศเผชิญกับความท้าทายร่วมกัน เช่น การแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และจีน ความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทาน และการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ
เมื่ออี แจ มย็องและทาคาอิจิเข้ารับตำแหน่งผู้นำใหม่เมื่อปีที่แล้ว ผู้สังเกตการณ์ต่างกังวลเกี่ยวกับการที่ทาคาอิจิที่เป็นฝ่ายขวา และอี แจ มย็องเป็นสายเสรีนิยม แต่ทั้งสองประเทศก็ยังคงรักษาความร่วมมือไว้ได้ แม้ในบางแง่มุมที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ในเดือนสิงหาคม สองเดือนก่อนพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งของทาคาอิจิ อี แจ มย็องกลายเป็นผู้นำเกาหลีใต้คนแรกที่เลือกญี่ปุ่นเป็นจุดหมายปลายทางแรกสำหรับการประชุมสุดยอดทวิภาคี ในตอนท้ายของการประชุมในเดือนมกราคม อี แจ มย็องและทาคาอิจิได้ร่วมกันตีกลองเพลง “Dynamite” ของ BTS โดยที่ทาคาอิจิเป็นแฟนเพลงเฮฟวีเมทัลและเคยเป็นมือกลองในสมัยเรียนมหาวิทยาลัย
อี แจ มย็องกล่าวว่า เขาและทาคาอิจิมีความเห็นตรงกันว่าผู้นำประเทศต้องทำหน้าที่แตกต่างจากนักการเมืองทั่วไป แต่ผู้สังเกตการณ์หลายคนกล่าวว่าผู้นำทั้งสองอาจรู้สึกถึงความจำเป็นที่จะต้องกระชับความร่วมมือให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เนื่องจากพวกเขากำลังเผชิญกับปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ร้ายแรงกว่าผู้นำรุ่นก่อน ๆ เช่น นโยบาย “America First” ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และความเสียหายทางเศรษฐกิจโลกที่เกิดจากสงครามอิหร่าน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
