“บาร์โค้ด” ใช้ทำอะไร นวัตกรรม Scan ตรวจสอบ ที่ปรากฎแทบทุกสินค้า และบัตรเลือกตั้งไทย

บาร์โค้ดถือกำเนิดบนโลกมาเกือบ 75 ปีแล้ว และมันปรากฏอยู่ในแทบทุกสินค้าอุปโภคบริโภคที่เราซื้อมาใช้ แม้กระทั่งบนบัตรเลือกตั้ง ที่เราเพิ่งไปใช้สิทธิกันเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
แล้วบาร์โค้ดถือกำเนิดมาได้อย่างไร มันมีวัตถุประสงค์อะไรกันแน่
บาร์โค้ด คือ รหัสแท่ง เส้นสีดำและสลับขาวเล็ก ๆ วางเรียงเป็นแนวดิ่ง โดยอาจมีตัวเลขหรืออักษรกำกับด้านล่างหรือไม่ก็ได้
แล้วเมื่อเราใช้เครื่องอ่านบาร์โค้ด หรือแอพพลิเคชันในสมาร์ทโฟน ก็จะอ่านข้อมูลตัวเลขของบาร์โค้ดนั้นได้
บาร์โค้ด ถูกคิดค้นในสหรัฐฯ เมื่อปี 1952 ได้แรงบันดาลจากมอร์สโค้ด แต่เปลี่ยนจากจุดมาเป็นแท่งบางแท่งหนา แต่ก็ต้องใช้เวลาอีก 20 ปี กว่ามันจะเป็นการคิดค้นที่ประสบความสำเร็จมหาศาลในเชิงพาณิชย์
ประโยชน์ของบาร์โค้ด คือ การระบุและตรวจสอบข้อมูลสินค้าได้อย่างรวดเร็ว ช่วยลดขั้นตอนการคีย์ข้อมูล เวลาไปชำระเงิน และซื้อ-ขายสินค้าและบริการต่าง ๆ
นี่เป็นการคีย์ข้อมูลแบบแค่การสแกน ก็จัดเข้าระบบได้ทันที ลดความผิดพลาดของมนุษย์ ที่บางครั้งอาจสับสน และสื่อสารผิด โดยเฉพาะตัวเลขที่มาก ๆ
สินค้าที่มีบาร์โค้ด ก็ทำให้ภาพลักษณ์ดีขึ้น มีความน่าเชื่อถือ มีความเป็นสากล เพราะตรวจสอบแหล่งที่มาและการผลิตได้ชัดเจน
จนทำให้บาร์โค้ด ถูกนำมาใช้ในหลายธุรกิจ รวมถึงการชำระเงินออนไลน์ด้วย เพราะ QR Code ที่เราใช้สแกนจ่ายเงินกันในปัจจุบัน ก็เป็นการพัฒนาต่อยอดจาก Barcode นั่นเอง
ประเทศไทย นิยมใช้บาร์โค้ด แบบ EAN-13 จำนวน 13 หลัก ประกอบด้วย
หลักที่ 1-3 คือ รหัสประเทศ
หลักที่ 4-7 คือ รหัสโรงงานที่ผลิต
หลักที่ 8-12 คือ รหัสสินค้า
และหลักที่ 13 คือ รหัสตรวจสอบความถูกต้องของตัวเลขก่อนหน้านี้ทั้ง 12 ตัว
แต่การที่บาร์โค้ด มาปรากฏอยู่บนบัตรเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา อันนี้ ไม่แน่ชัดว่า ต้องการตรวจสอบย้อนกลับไปดูอะไรกันแน่
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
