โคราชตื่น ไวรัส RSV ระบาด สสจ.โคราช ระบุยังไม่ถึงขั้นสั่งปิดโรงเรียน

โคราชตื่น ไวรัส RSV ระบาด สสจ.โคราช ระบุยังไม่ถึงขั้นสั่งปิดโรงเรียน
มติชน
5 พฤศจิกายน 2563 ( 10:21 )
231
โคราชตื่น ไวรัส RSV ระบาด สสจ.โคราช ระบุยังไม่ถึงขั้นสั่งปิดโรงเรียน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (4 พ.ย.63) นายแพทย์จิรรุจน์ ชมเชย กุมารแพทย์เชี่ยวชาญโรคระบบหายใจ กลุ่มงานกุมารเวชกรรมโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้โพสลงในเฟสบุ๊คส่วนตัว “Jiraruj Praise” ถึงการแพร่ระบาดของไวรัส RSV ว่า

 

“#เอาไม่อยู่จริงๆกับRSVควร lock down เนอร์สเซอร์รี่ หรือ
รร.ที่มีเด็กป่วยหลายคนได้แล้วหรือยัง ครูบาง รร.ยัง line บอกผู้ปกครองให้พามาเพราะจะปิดเทอมแล้วโรงเรียนจะมีประเมินเด็ก.. เพลียจริงๆ

 

 

สถานการณ์ ณ ขณะนี้ทำเกอาผู้ป่วยล้นหอผู้ป่วยจริงๆมีตั้งแต่อายุไม่กี่วัน (ติดจากแม่เป็นหวัด)ไปจนถึงเด็กโตไป รร.(ความเข้าใจ-RSV ในผู้ใหญ่-เด็กโตๆ อาจมีเพียงอาการหวัด-น้ำมูกไหลจึงทำให้หลายคนคิดว่าไม่น่ามีอะไร แท้จริงนั่นแหละครับ สาเหตุของการแพร่อย่างรวดเร็ว)

 

ล้างมือ สวมหน้ากากโดยเฉพาะคนที่ป่วยแยกเด็กป่วย บ้านใครบ้านมันก่อน ช่วงนี้ไม่ไหวจะเคลียร์จริงๆ ครับ”

ซึ่งต่อมาในโลกโซเชี่ยล ได้พากันแชร์ข้อความที่โพสออกไปอย่างกว้างขวาง ทำให้ผู้ปกครองของเด็กนักเรียนในพื้นที่ จ.นครราชสีมา เกิดความแตกตื่นเป็นอย่างมาก

 

 

ล่าสุด วันนี้ (5 พฤศจิกายน 2563) นายแพทย์นรินทร์รัชต์ พิชญคามินทร์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ตนเองได้รับรายงานเรื่องนี้จากโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาแล้ว ซึ่งข้อเท็จจริงก็มีเด็กป่วยด้วยโรค RSV เพิ่มขึ้นเฉลี่ยวันละ 5-6 ราย แต่ยังไม่ถึงกับล้นหอผู้ป่วยตามที่เป็นข่าวในโลกโซเชี่ยล และขณะนี้ก็ยังไม่มีการประกาศให้โรงเรียน หรือเนอร์สเซอร์รี่ต่างๆ ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ปิดเรียนแต่อย่างใด

 

อย่างไรก็ตาม ก็ขอเตือนว่าเชื้อไวรัส RSV เป็นเชื้อไวรัสที่อันตราย สามารถระบาดในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ในช่วงปลายฤดูฝนต้นฤดูหนาวหรือประมาณ เดือนกรกฎาคม – พฤศจิกายน เด็กที่ป่วยจะมีอาการเบื้องต้นคล้ายเป็นไข้หวัดธรรมดา มีน้ำมูก ไข้ ไอ จาม พ่อแม่จึงต้องคอยสังเกตอาการของลูกอย่างใกล้ชิด โดยเชื้อ RSV สามารถเข้าสู่ร่างกายได้โดยผ่านทางเยื่อบุตา จมูก ปาก หรือผ่านทางการสัมผัสเชื้อโดยตรงจากการจับมือ ซึ่งการติดเชื้อดังกล่าวมักพบในเด็กเล็กซึ่งเป็นวัยที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดอาการรุนแรงและเด็กที่มีโรคประจำตัวเช่น โรคปอดเรื้อรัง โรคหอบหืด โรคหัวใจ ภูมิคุ้มกันบกพร่อง ทารกคลอดก่อนกำหนด เป็นต้น หากมีอาการไอ มีเสมหะจำนวนมาก หายใจเหนื่อยหอบ หายใจมีเสียงหวีด ซึ่งเป็นลักษณะอย่างหนึ่งที่บ่งบอกว่าหลอดลมตีบ หรือหลอดลมฝอยอักเสบ ในบางรายที่มีอาการรุนแรงอาจมีอาการถึงขั้นตัวเขียวซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต

 

ในปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันไวรัส RSV การรักษาจึงเป็นรักษาตามอาการเท่านั้น ผู้ปกครองสามารถลดความเสี่ยงและป้องกันการติดเชื้อไวรัส RSV ได้โดยดูแลสุขภาพให้แข็งแรง หมั่นล้างมือให้สะอาดเพื่อป้องกันการติดต่อทางการสัมผัส ทำความสะอาดบ้านอยู่เสมอ เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อ สวมหน้ากากอนามัยขณะอยู่ในที่แออัดหรือในบริเวณสาธารณะ ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือเป็นประจำ ให้เด็กดื่มน้ำอย่างเพียงพอเพื่อลดภาวะขาดน้ำและช่วยขับเสมหะ แต่ถ้าหากเป็นเด็กเล็กที่ยังไม่หย่านม สามารถให้เด็กดูดนมได้มากที่สุดตามต้องการแยกอุปกรณ์และภาชนะต่างๆ ของเด็กไม่ควรใช้ร่วมกัน

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง