รีเซต

“วายุภักษ์”ฟอร์มเจ๋ง NAV พุ่ง 5.59 แสนล้าน ผลตอบแทนเฉียด 20%

“วายุภักษ์”ฟอร์มเจ๋ง NAV พุ่ง 5.59 แสนล้าน ผลตอบแทนเฉียด 20%
ทันหุ้น
1 กันยายน 2569 ( 14:24 )

#ทันหุ้น สคร.เผยกองทุนวายุภักษ์โชว์ฟอร์มเจ๋ง NAV พุ่งแตะ 5.59 แสนล้านบาท ดันผลตอบแทนรวมเฉียด 20% รับอานิสงส์หุ้นไทยฟื้นตัว

นายธิบดี วัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(สคร.)เปิดเผยผลการดำเนินงานกองทุนวายุภักษ์ว่า สามารถเติบโตล้อไปกับทิศทางบวกของตลาดหุ้นไทย โดยมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NAV) พุ่งสูงขึ้นเกือบ 28% นับตั้งแต่ต้นปี ขณะที่ ผู้ถือหน่วยลงทุนตั้งแต่วันแรกรับผลตอบแทนรวมแล้วเกือบ 20% ทำให้สคร.ตั้งเป้าผลตอบแทนปีนี้จะต้องไม่น้อยกว่าปีก่อน

มูลค่าสินทรัพย์เติบโตแกร่งกว่าดัชนีตลาด

โดย ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 กองทุนฯ มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (Net Asset Value : NAV) จำนวน 5.95 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 4.9 แสนล้านบาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนประมาณ 28.10% โดยแบ่งเป็น NAV ของหน่วยลงทุนประเภท ก. จำนวน 1.55 แสนล้านบาท และหน่วยลงทุนประเภท ข. จำนวน 4.39 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ นับตั้งแต่เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 ดัชนี SET Index มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี NAV ของกองทุนวายุภักษ์กลับเติบโตได้โดดเด่นกว่า โดยหน่วย ข.พุ่งขึ้นจากระดับ 3 แสนล้านบาทเศษ มาอยู่ที่ 4.3 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโตเกือบ 28% เมื่อเทียบกับต้นปี 2568 เป็นผลตอบแทนของกระทรวงการคลัง

ผู้ถือหน่วยรับทรัพย์ ผลตอบแทนรวมใกล้แตะ 20%

สำหรับนักลงทุนที่ถือหน่วยลงทุนมาตั้งแต่วันแรกที่ราคา 10 บาท ปัจจุบันได้รับผลตอบแทนในระดับที่น่าพอใจอย่างมาก โดยกำไรจากส่วนต่างราคาหุ้น (Capital Gain)ราคาหน่วยลงทุนปัจจุบันปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่กว่า 11 บาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 11% ส่วนเงินปันผล (Dividend) ในปีที่ผ่านมามีการจ่ายผลตอบแทนที่ 6.09% และในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ทำได้อีกประมาณ 1.5% สำหรับผลตอบแทนรวม (Total Return) เมื่อรวมส่วนต่างราคาและเงินปันผลเข้าด้วยกัน ผู้ที่ถือหน่วยลงทุนตั้งแต่วันแรกจะได้รับผลตอบแทนรวมแล้วเกือบ 20%

กลยุทธ์เน้นหุ้นปันผลรับอานิสงส์เม็ดเงินไหลเข้า

เขากล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ผลการดำเนินงานของกองทุนเติบโตอย่างก้าวกระโดด มาจากนโยบายการลงทุนที่เน้นหุ้นที่มีการจ่ายเงินปันผล (Dividend) ค่อนข้างสูง ประกอบกับจังหวะที่ตลาดหุ้นไทยได้รับอานิสงส์จากการที่ MSCI ปรับลดน้ำหนักการลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น อินโดนีเซีย แล้วหันมาเพิ่มน้ำหนักให้กับหุ้นในประเทศไทยแทน ส่งผลให้ราคาหุ้นไทยปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก

เป้าผลตอบแทนปี 69 ไม่น้อยกว่าปี 68

ในส่วนของแนวโน้มในช่วง 3 เดือนที่เหลือของปี สคร.ตั้งเป้าที่จะรักษามาตรฐานผลตอบแทนให้ได้ไม่น้อยกว่าปีที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ 6.09%แม้ว่าความผันผวนของตลาดจะเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง แต่ด้วยโครงสร้างของกองทุนที่มีการวางกรอบผลตอบแทนไว้ที่ 3-9% ทำให้มีความเชื่อมั่นว่าในปีนี้ผลตอบแทนจะออกมาเกินกว่าระดับ 3% อย่างแน่นอน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง