รีเซต

ASAPออเดอร์อีวีQ4พุ่ง ขายยูสคาร์ปีนี้2พันคัน

ASAPออเดอร์อีวีQ4พุ่ง ขายยูสคาร์ปีนี้2พันคัน
ทันหุ้น
22 กันยายน 2569 ( 08:45 )
17

#ASAP# ทันหุ้น – ASAP ลุ้นงบไตรมาส 4/2569 แจ่ม  อานิสงส์ดีมานด์รถ EV ดีต่อเนื่อง มั่นใจปีนี้ยอดขาย 1.45 หมื่นคัน มองกรณีรัฐจ่อขึ้นภาษี EV ไม่น่าจะส่งผลกระทบ เหตุค่าย “ฉางอัน” มีฐานการผลิตตั้งอยู่ในไทย  ตั้งเป้าขายรถยนต์มือสอง ราว 2 พันคัน  มูลค่า 800 ล้านบาท ในปีนี้เสริมพอร์ต

นายทรงวิทย์  ฐิติปุญญา  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASAP เปิดเผยว่า บริษัทคาดแนวโน้มธุรกิจในไตรมาส 4/2569 น่าจะปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง เพราะได้แรงหนุนจากความต้องการรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เติบโตอย่างชัดเจน ผลจากราคาพลังงาน โดยเฉพาะน้ำมันยังอยู่ในระดับที่สูง ประกอบกับบริษัทมีการรับรู้โมเดลรถรุ่นใหม่ๆ เข้ามาเสริม ซึ่งหลายเป็นปัจจัยเหล่านี้ล้วนช่วยสนับสนุนยอดขายของบริษัทให้มีทิศทางที่ดีขึ้น นอกเหนือ จากธุรกิจอื่นๆ ที่เข้ามาเสริม

@คงเป้ายอดขาย

อย่างไรก็ดี ในปี 2569 ทาง ASAP ยังคงเป้าหมายยอดขายเติบโตราว 79% จากปีก่อน มาอยู่ที่ราว 1.45 หมื่นคัน เพราะได้รับผลบวกจากฐานลูกค้าของบริษัทที่ขยายตัว หลังแนวโน้มราคาน้ำมันค่อนข้างผันผวน และกลายเป็นปัจจัยที่ผลักดันให้ความต้องการ (ดีมานด์) ในส่วนของ EV ดีขึ้นอย่างชัดเจน ประกอบกับบริษัทมีรถรุ่นเปิดตัวใหม่ อาทิ อย่าง  NEVO Q05 ซึ่งเป็นรถยนต์ SUV พลังงานไฟฟ้า 100% ขนาด B-SUV ที่ผลิตในไทย ซึ่งได้กระแสตอบรับเป็นอย่างดี เพราะด้วยราคาเริ่มต้นที่ราว 5.99 แสนบาท นอกเหนือ จากธุรกิจในส่วนอื่นๆ ที่เข้ามาเสริม

 ทั้งนี้ จากประเด็นดังกล่าว ประกอบกับในช่วงครึ่งแรกปี 2569 บริษัทมีรายได้แล้วราว  6.52 พันล้านบาท ประกอบกับมองทิศทางธุรกิจในกลุ่มต่างๆ ของบริษัทในช่วงที่เหลือปีนี้ยังดีต่อเนื่อง จึงคาดน่าจะช่วยให้รายได้ทั้งปี 2569 เติบโตตามที่วางไว้เพิ่มขึ้น 70% จากปีก่อน

@จ่อเข็นยูสคาร์ขายเพิ่ม

ส่วนประเด็นเกี่ยวกับการที่กระทรวงการคลัง เตรียมพิจารณาปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) นำเข้าทั้งคัน (CBU) นั้นบริษัทมองไม่น่าจะมีผลกระทบต่อในแง่ธุรกิจ EV ค่ายรถ “ฉางอัน” เพราะปัจจุบันผู้ประกอบการค่ายรถนี้ได้มีการจัดตั้งโรงการผลิตในประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว โดยปัจจุบันทางค่ายรถดังกล่าวมีโรงงานผลิตตั้งอยู่ในจังหวัดระยองภายใต้ชื่อ “CHANGAN Automobile Rayong Factory”  ปิดสายการผลิตอย่างเป็นทางการแล้วตั้งแต่ช่วงปี 2568 ที่ผ่านมา ดังนั้นจึงมองว่าเกณฑ์ใหม่ที่เกิดขึ้นคงไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินของบริษัท

ด้านกลุ่มธุรกิจจัดจำหน่ายรถยนต์มือสอง (ยูสคาร์) นั้นบริษัทมีแผนขายรถที่ครบกำหนดสัญญา (ยูสคาร์) ในปี 2569 เพิ่มเติมประมาณ 2,000 คัน โดยจะกระจายทั้งในส่วนของรถยนต์น้ำมัน และไฮบริด (ไม่มีรถ EV ที่จำหน่ายเป็นยูสคาร์) คิดเป็นมูลค่าเฉลี่ยราว 400,000 บาทต่อคัน หรือรวมอยู่ที่ประมาณ 800 ล้านบาท เพื่อสร้างรายได้ให้กับบริษัทเพิ่มเติม ตลอดจนน่าจะกลายเป็นอีกแรงสนับสนุนช่วยผลักดันแนวโน้มผลประกอบการปี 2569 สามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องตามที่ประเมินไว้อีกทางหนึ่ง

นอกจากนี้ บริษัทยังมีการขยายฐานธุรกิจใหม่ๆ ต่อเนื่อง หลังช่วงที่ผ่านมาได้ทางบริษัท อีแวนเต้ จำกัด (Evante Company Limited) หรือ Evante (บริษัทย่อยที่ ASAP ถือหุ้น 51%) ได้มีการขยายธุรกิจจัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แม็กซัส (MAXUS Commercial) เพิ่มเติม รองรับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ที่มีขนาดใหญ่ รถขนส่งผู้โดยสารและสินค้า รถรับส่งเชิงพาณิชย์ ฯลฯ ซึ่งควบคู่ไปกับการเปิดโชว์รูมแบรนด์ดังกล่าวเพิ่มเติม โดยวางเป้าหมายเพิ่มสาขาแบรนด์นี้ให้เป็น 12 แห่งในปี 2570 จากเดิมที่มีอยู่แล้ว 3 แห่ง อาทิ บางนา, รามอินทรา และชลบุรี หวังช่วยต่อยอดธุรกิจและสร้างการเติบโตให้กับบริษัทในอนาคตต่อไป

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง