RBF สยายปีกต่างแดนตั้งบ.จีนโกยเงินเพิ่ม

#RBF #ทันหุ้น -RBF เปิดแผนปี 2569 ขยายตลาดต่างประเทศ ล่าสุดจัดตั้งบริษัทใหม่ที่จีน คาดจะดำเนินการเชิงพาณิชย์ครึ่งหลังปี 2569 ฟากผู้บริหารวางกลยุทธ์หาลูกค้า ลุยพัฒนาผลิตภัณฑ์ เล็งสิทธิประโยชน์ทางภาษีอินโดนีเซีย อินเดีย และโรงงานอยุธยา
นายสุรนาถ กิตติรัตนเดช ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีและการเงิน บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือ RBF เปิดเผยว่า ในปีนี้ยังรุกขยายตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยตลาดต่างประเทศที่ปากีสถาน มีการเติบโตมากคำสั่งซื้อเข้ามาเพิ่ม และมีลูกค้าใหม่ๆ เข้ามา เช่นเดียวกับตลาดเกาหลีใต้ ที่มีแนวโน้มที่ดี แม้ประชากรไม่มาก แต่มียอดขายที่ดี ขณะที่อินโดนีเซีย และอินเดียก็ยังมีการเติบโตที่ดี จะมีเพียงตลาดรัสเซียที่ทรงตัว เนื่องจากสถานการณ์การเมืองในรัสเซีย
กางแผนปี 69
"แผนการดำเนินธุรกิจในปี 2569 บริษัทวางกลยุทธ์ด้วยการขยายตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่มีกำลังซื้อและมีศักยภาพในการเติบโตสูงอย่าง ประเทศอินเดีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม ขณะที่ตลาดในประเทศ บริษัท ยังคงให้ความสำคัญกับการรักษาฐานลูกค้าเดิมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งอย่างยั่งยืน" นายสุรนาถ กล่าว
นอกจากนี้บริษัทได้มีการจัดตั้งโรงงานแห่งใหม่อีกแห่งในจีน ที่เมืองชิงเต่า จากปัจจุบันมีอยู่ที่กวางโจว โดยโรงงานแห่งใหม่ที่จะจัดตั้งเพื่อรองรับการขยายธุรกิจของบริษัทในรูปแบบการดำเนินธุรกิจประเภทอาหาร (Food Coating) และ การซื้อมาขายไป (Trading) โดยใช้เงินลงทุนไม่มากประมาณ 150 ล้านบาท คาดว่าจะดำเนินการจัดตั้งเสร็จภายในมิถุนายน 2569 และจะเริ่มผลิตได้ประมาณครึ่งหลังของปี 2569 ซึ่งจะทำให้ตลาดในจีนเติบโตเพิ่มขึ้น
ส่วนโรงงานใหม่ จะถึงจุดคุ้มทุนและเริ่มเห็นผลประกอบการเมื่อใดนั้น บริษัทมองว่าตามปกติการจัดตั้งโรงงานแห่ง จะใช้เวลาคืนทุนประมาณ 2-3 ปี ซึ่งโรงงานนี้ใช้เงินลงทุนไม่มาก และเป็นลักษณะการเช่า ดังนั้นจึงมองว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัท
เดินหน้าลงทุน
ทั้งนี้ บริษัทได้เดินหน้าลงทุนเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งในระยะยาว โดยการเปิดดำเนินการโรงงานในประเทศอินเดีย หากเปิดดำเนินการคาดว่าจะช่วยลดต้นทุนด้านวัตถุดิบและค่าขนส่ง เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในอนาคต และเมื่อสามารถดำเนินงานได้อย่างเต็มรูปแบบ จะช่วยยกระดับศักยภาพการแข่งขัน พร้อมทั้งสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ด้านตลาดในประเทศในปีที่ผ่านมาชะลอตัว เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวย ดังนั้นในปีนี้จึงวางกลยุทธ์ที่จะหาลูกค้าใหม่ๆ เข้ามาเพิ่ม
ในปีนี้บริษัทมีแผนที่จะใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่อินเดีย และอินโดนีเซีย ที่บริษัทได้มีขยายกำลังการผลิต รวมถึงการใช้สิทธิภาษีในไทย จากการที่โรงงานในอยุธยาเปิดดำเนินการ ทำให้ได้สิทธิประโยชน์จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI ซึ่งจะส่งผลดีต่อผลประกอบการของบริษัท
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
