รีเซต

ถึงเวลาคัดหุ้นเข้าพอร์ต! กำไร บจ. Q1/69 แกร่ง หนุน SET ติดเครื่องรอบใหม่

ถึงเวลาคัดหุ้นเข้าพอร์ต!  กำไร บจ. Q1/69 แกร่ง หนุน SET ติดเครื่องรอบใหม่
TNN ช่อง16
15 พฤษภาคม 2569 ( 16:36 )
2

ตลาดหุ้นไทยเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน หลังผลประกอบการไตรมาส 1/69 ของบริษัทจดทะเบียนออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด ผสานแรงหนุนจากภาครัฐที่เดินหน้าดึง 20 ซีอีโอร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ โดยล่าสุดมีบริษัทประกาศงบแล้ว 413 แห่ง พบว่ากำไรรวมสูงกว่าประมาณการถึง 6.7% ส่งผลให้กำไรสุทธิทั้งระบบในไตรมาสนี้มีโอกาสทะลุ 3 แสนล้านบาท 


หนึ่งในปัจจัยสำคัญมาจาก STOCK GAIN ของกลุ่มโรงกลั่น ซึ่งช่วยหนุนภาพรวมกำไรตลาดอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่สถิติในอดีตสะท้อนว่า SET Index มักเคลื่อนไหวสอดคล้องกับทิศทางผลประกอบการ หากงบออกมาดีกว่าคาด ดัชนีมีแนวโน้มปรับขึ้น และหากต่ำกว่าคาด ตลาดมักเผชิญแรงกดดัน ดังนั้นการที่งบไตรมาสนี้ออกมาแข็งแกร่ง จึงถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยประคองและเพิ่มโอกาสให้ SET Index ฟื้นตัวต่อเนื่องในระยะถัดไป


ท่ามกลางแนวโน้มผลประกอบการที่ออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด บรรดานักวิเคราะห์จึงเริ่มทยอยปรับมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทย พร้อมแนะนำหุ้นเด่นที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากกำไรฟื้นตัวและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ โดยมองว่าเป็นจังหวะทยอยสะสมหุ้นพื้นฐานดี

*ฝ่ายวิจัยบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า ผลดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน หรือ บจ. มีกำไรงวดไตรมาส 1/69 ออกมา 413 บริษัทดีกว่าคาด 6.7% ทำให้คาดว่ากำไรรวมสุทธิอาจแตะระดับ 3 แสนล้านบาท 


ตามสถิติแล้ว SET INDEX มักเคลื่อนไหวตามกำไร เมื่อกำไรดีเกินคาด จึงเป็นแรงส่งสำคัญให้ดัชนีมีโอกาสฟื้นตัว แนะนำหุ้นทยอยสะสมหุ้น LAGGARD ที่ต่างชาติทยอยสะสมช่วงนี้ PTT, KBANK, AOT, CPALL, CK, GPSC, BGRIM, CBG 


*บริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด อานิสงส์จากผลประกอบการไตรมาส 1/69 ของบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาแข็งแกร่งกว่าประมาณการ หนุนมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นที่กำไรโดดเด่น โดยแนะนำเก็งกำไรหุ้น  CPALL, CRC, CPF, AOT และ PRM ซึ่งเป็นกลุ่มที่ผลประกอบการออกมาดีกว่าตลาดคาดการณ์


นอกจากนี้แนะนำทยอย "ซื้อ"กลุ่มปลอดภัย  


-GULF กำไรสุทธิไตรมาส 1/69 อยู่ที่ 9.1 พันล้านบาท เติบโตทั้ง QoQ และ YoY หนุนจากยอดขายไฟฟ้า IPP ฟื้นตัว รับรู้รายได้ Solar เพิ่ม และส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC สูงขึ้น ขณะที่ไตรมาส 2/69 แนวโน้มยังดีต่อเนื่องตามดีมานด์ใช้ไฟช่วงฤดูร้อน ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 72.25 บาท

- TNP รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/69 ที่ 48 ล้านบาท ลดลง 4%YoY และ 24%QoQ จากกำลังซื้อในประเทศที่ยังอ่อนแอ อย่างไรก็ตาม แนวโน้มช่วงถัดไปคาดได้แรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อของภาครัฐ พร้อมเดินหน้าขยายสาขาใหม่ 8 แห่งในภาคเหนือ หนุนรายได้ปี 69 โต 10-15% ขณะที่ตลาดคาดกำไรสุทธิปี 69-70 อยู่ที่ 223 ล้านบาท และ 244 ล้านบาท ตามลำดับ (ราคาเป้าหมาย IAAConsensus 3.79บาท) 


*บริษัท หลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน)  มองว่าปัจจัยในประเทศ นักลงทุนยังจับตาการประกาศผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนช่วงโค้งสุดท้ายอย่างใกล้ชิด โดยหุ้นที่รายงานงบออกมาโดดเด่นและได้รับคำแนะนำจากนักวิเคราะห์ ได้แก่ 


-CPALL หลังยอดขายต่อบิลในไตรมาส 1/69 เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 90 บาทต่อบิล จาก 88 บาทในช่วงเดียวกันปีก่อน สะท้อนกำลังซื้อและการใช้จ่ายที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง (ราคาเป้าหมาย 61 บาท)

- M  กำไรสุทธิเร่งตัวขึ้นจาก 103 ล้านบาท เป็น 163 ล้านบาท QoQ สะท้อนผลตอบรับเชิงบวกของแคมเปญ “โบนัสสุกี้” ที่ช่วยกระตุ้นยอดขายและการกลับมาใช้บริการของผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ (ราคาเป้าหมาย 24 บาท)

*บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ปัจจัยสนับสนุนตลาดหุ้นไทยยังคงเป็นด้านผลประกอบการไตรมาสที่ 1/2569 โดยรวมที่ดีกว่าคาด 10% ส่งผลให้ EPS ปี 2569 ทยอยถูกปรับประมาณการขึ้น โดยล่าสุดตัวเลขคาการณ์ EPS ของ FSSIA ขยับขึ้นเป็น 95 บาท ทำให้คาดว่ากระแสเงินทุนต่างชาติมีแนวโน้มกลับมาไหลเข้าต่อเนื่อง คาดกลุ่ม Domestic Play ซึ่ง Laggard มีโอกาสกลับมา Outperform ตามกลุ่มพลังงาน เทคโนโลยี ที่ปรับขึ้นแรงไปแล้วช่วงก่อนหน้า


กลยุทธ์การลงทุน แนะนำเลือกหุ้นที่แนวโน้มไตรมาสที่ 1/2569 แข็งแกร่งและแนวโน้มถูกกระทบจำกัดจากสงครามโดยหุ้นเด่นเดือน พ.ค.2569  ได้เเก่  BBL, CPALL, ITC, SCGP, WHAUP ทางด้าน FSSIA Portfolio : BA, BDMS, CPALL, CPF, CPN, ERW, GULF, KTB, TIDLOR, WHAUP เป็นต้น 


อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมผลประกอบการไตรมาส 1/69 จะออกมาแข็งแกร่งและช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยกลับมาคึกคักอีกครั้ง แต่ยังคงต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลก ทิศทางดอกเบี้ย รวมถึงกระแสเงินทุนต่างชาติอย่างใกล้ชิด ขณะที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองตรงกันว่า หากกำไรบริษัทจดทะเบียนยังทยอยฟื้นตัวต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี จะเป็นแรงสนับสนุนสำคัญให้ SET Index มีโอกาสฟื้นฐานได้แข็งแกร่งมากขึ้น โดยหุ้นกลุ่ม Domestic Play และหุ้นพื้นฐานดีที่ยัง Laggard ถูกมองว่าเป็นเป้าหมายหลักของการสะสมลงทุนในระยะถัดไป

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง