'ศบค.' ประสานกทม.-รพ.เอกชน เปิดฮอสปิเทล แก้เตียงล้น ลั่น ยังไม่ล็อกดาวน์กทม. เข้มใช้ บับเบิลแอนด์ซีล

'ศบค.' ประสานกทม.-รพ.เอกชน เปิดฮอสปิเทล แก้เตียงล้น ลั่น ยังไม่ล็อกดาวน์กทม. เข้มใช้ บับเบิลแอนด์ซีล
มติชน
23 มิถุนายน 2564 ( 14:36 )
12
'ศบค.' ประสานกทม.-รพ.เอกชน เปิดฮอสปิเทล แก้เตียงล้น ลั่น ยังไม่ล็อกดาวน์กทม. เข้มใช้ บับเบิลแอนด์ซีล

‘ศบค.’ ประสานกทม.-รพ.เอกชน เปิดฮอสปิเทล แก้เตียงล้น ลั่น ยังไม่ล็อกดาวน์กทม. เข้มใช้ บับเบิลแอนด์ซีล

 

 

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) ให้สัมภาษณ์ตอบคำถามการแก้ปัญหาผู้ป่วยรายใหม่และเตียงของผู้ป่วยที่เข้าสู่ภาวะวิกฤตจะทำอย่างไรว่า สำหรับจำนวนผู้ป่วยรายใหม่และผู้ป่วยวิกฤตที่เพิ่มขึ้น ความชุกจะอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ที่ประชุมฯได้หารือกันว่า มีผู้ป่วยส่วนหนึ่งรอเตียงที่จะเข้ามา มีผู้ป่วยส่วนหนึ่งเข้าไปสู่ส่วนสีเขียว ส่วนของสีเขียวใหญ่มีอาการไม่มาก ทางเลขาธิการสมช. ในฐานะผู้อำนวยการศปก.ศบค. จึงเสนอว่าในส่วนของผู้ป่วยสีเขียวหากย้ายไปรักษาตัวที่ฮอพพิเทลซึ่งเป็นคู่สัญญาอยู่ในกรุงเทพฯ สามารถทำได้ จึงมอบหมายให้กทม.ได้เปิดฮอสปิเทลเพื่อนำคนป่วยในส่วนนี้ไปรักษาต่อได้ อันนี้จะเป็นส่วนที่ 1 ในการนำผู้ป่วยที่รอเตียงได้เข้ามารักษาสู่โรงพยาบาลได้

 

 


ส่วนที่ 2 คือผู้ป่วยในกลุ่มสีแดง สีเหลือง ส่วนนี้ได้พูดคุยกันว่าศักยภาพของภาครัฐนั้นแน่นหมด ขณะที่ภาคเอกชนก็ไม่ค่อยมีว่าง จึงต้องหาแนวทางใหม่ อย่าง กทม.ที่มีพื้นที่และเป็นเจ้าภาพหลักในการดูแลประชาชน ที่มีโรงพยาบาลดูแลผู้สูงอายุ ที่บางขุนเทียน สามารถที่จะปรับระดับให้รองรับผู้ป่วยสีแดงได้หรือไม่ โดยการเพิ่มเติมเครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์เข้าไป โดยมอบหมายให้พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้ว่าฯกทม. ไปเตรียมความพร้อมในเรื่องนี้

 

 

นพ.ทวีศิลป์ กล่าว่า ส่วนที่จะเป็นคอขวด คือ ไม่มีบุคลากรภาครัฐมาดูแลในส่วนนี้ ประเด็นนี้ยังมีช่องทางของบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลเอกชนมาสนับสนุนงานในส่วนนี้ได้ กลไกการบริหารอาจต้องปรับเปลี่ยนไปจากกลไกปกติ เพราะขณะนี้อยู่ในสถานการณ์วิกฤตที่จะต้องใช้การบริหารในกลไกใหม่ๆขึ้นมา ซึ่งได้ให้โจทย์กับทางกรุงเทพฯไปแล้ว ในการขยายห้องไอซียูเพิ่มเติม เหมือนกับที่โรงพยาบาลราชวิถีได้เคยทำมาแล้ว

 

 

เมื่อถามว่าการตัวเลขผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นและมีข้อเสนอจากทางการแพทย์อยากให้มีการล็อกดาวน์อย่างน้อย 7 วัน ในพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อลดการเคลื่อนย้ายประชาชน นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ที่ประชุมฯได้รับทราบข้อเสนอด้วยความยินดี เราได้ทราบว่าการล็อกดาวน์ถือว่าได้ผลเป็นอย่างดี แต่การปฏิบัติในปัจจุบันก็ได้ดำเนินการอยู่เป็นการเฉพาะจุด เฉพาะพื้นที่ เกิดเหตุตรงไหนจะไปจัดการตรงนั้น ทั้งเรื่องแคมป์แรงงาน โรงงานต่างๆ หลายๆที่ได้ดำเนินการตามข้อเสนอดังกล่าวแล้ว อย่างไรก็ตามแต่ละมาตรการมีผลกระทบทั้งเชิงบวกและลบ ที่จะต้องมาไตร่ตรองกันให้รอบคอบ การปิดโรงงานก็อาจทำให้แรงงานไม่มีงานทำ อาจะทำให้ต้องเดินทางไปต่างจังหวัด อาจจะไปเพิ่มปัญหาให้อีกที่หนึ่งได้ ประเด็นนี้ต้องไตร่ตรองกันอย่างดี ที่สำคัญเราจะดำเนินการในลักษณะบับเบิลแอนด์ซีลอย่างเข้มงวด โดยผสมผสานกับการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง