รีเซต

กทม.เปิด “ห้องหลบร้อน” 300 แห่งทั่วกรุงฯ ช่วยประชาชนคลายร้อน!

กทม.เปิด “ห้องหลบร้อน” 300 แห่งทั่วกรุงฯ ช่วยประชาชนคลายร้อน!
TNN ช่อง16
17 มีนาคม 2569 ( 11:00 )
1

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ในช่วงฤดูร้อนปีนี้ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้เปิด “BKK Cooling Center” หรือ “ห้องหลบร้อน” ที่มีเครื่องปรับอากาศบริการประชาชนมากกว่า 300 แห่งทั่วกรุงเทพมหานคร เพื่อช่วยลดผลกระทบจากสภาพอากาศร้อนจัด

นอกจากนี้ กทม.ยังจัดให้มีจุดหลบร้อนตามสวนสาธารณะกว่า 1,200 แห่ง รวมถึงตู้กดน้ำดื่มฟรีกว่า 2,800 จุด ที่ดำเนินการร่วมกับภาคเอกชน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงน้ำดื่มสะอาดได้สะดวกมากขึ้นในช่วงอากาศร้อน โดยประชาชนสามารถตรวจสอบตำแหน่งจุดบริการต่าง ๆ ได้ผ่านเว็บไซต์ greener.bangkok.go.th

ผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่า ในระยะยาวกรุงเทพมหานครยังมีแผนเพิ่มพื้นที่สีเขียวอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยลดอุณหภูมิของเมืองและบรรเทาปัญหาดัชนีความร้อนในเขตเมือง ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญในการปรับตัวต่อภาวะอากาศร้อนที่รุนแรงขึ้น

ขณะที่ นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดี กรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า ข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัล (Digital Disease Surveillance: DDS) ในปี พ.ศ. 2568 พบผู้ป่วยโรคที่เกี่ยวข้องกับความร้อนจำนวน 182 ราย และมีผู้เสียชีวิต 21 ราย โดยเดือนเมษายนเป็นช่วงที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด เนื่องจากอุณหภูมิสูงถึง 41 องศาเซลเซียสในหลายพื้นที่

กรมควบคุมโรคเตือนประชาชนให้ระวัง “โรคลมร้อน” หรือ “ฮีทสโตรก” ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่เกิดขึ้นเมื่อร่างกายได้รับความร้อนสูงเกินไป จนระบบควบคุมอุณหภูมิของร่างกายทำงานผิดปกติ โดยเฉพาะเมื่ออุณหภูมิร่างกายสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส

อาการสำคัญของฮีทสโตรก ได้แก่ ตัวร้อนจัด ผิวหนังแดงร้อน ไม่มีเหงื่อ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ใจสั่น อ่อนเพลีย สับสน หรือหมดสติ และในบางกรณีอาจมีอาการทางระบบประสาท เช่น ชักหรือพูดจาสับสน หากพบผู้มีอาการดังกล่าว ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว

ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขระบุว่า ภาวะฮีทสโตรกมักเกิดกับผู้ที่ทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน เช่น แรงงานกลางแจ้ง เกษตรกร นักกีฬา รวมถึงผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ที่มีโรคประจำตัว ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อผลกระทบจากความร้อนมากกว่าคนทั่วไป

สำหรับวิธีป้องกันฮีทสโตรก ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงแดดจัด โดยเฉพาะระหว่างเวลา 11.00–15.00 น. หากจำเป็นต้องทำงานกลางแจ้ง ควรพักในที่ร่มเป็นระยะเพื่อให้ร่างกายระบายความร้อนสะสม นอกจากนี้ ควรดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี และหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ คาเฟอีน หรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง เนื่องจากอาจทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำมากขึ้น

หน่วยงานด้านสาธารณสุขยังแนะนำให้ประชาชนติดตามข้อมูลพยากรณ์อากาศและค่าดัชนีความร้อนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่อุณหภูมิสูงผิดปกติ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากความร้อนที่อาจทวีความรุนแรงมากขึ้นในอนาคต

 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง