รมช.เกษตรฯ นำทีมหน่วยงานในสังกัด เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูเกษตรกรผู้ประสบภัยหลังน้ำลด พร้อมแจง 7 โครงการสร้างรายได้ ลดรายจ่าย

รมช.เกษตรฯ นำทีมหน่วยงานในสังกัด เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูเกษตรกรผู้ประสบภัยหลังน้ำลด พร้อมแจง 7 โครงการสร้างรายได้ ลดรายจ่าย
มติชน
1 พฤศจิกายน 2563 ( 16:11 )
17
รมช.เกษตรฯ นำทีมหน่วยงานในสังกัด เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูเกษตรกรผู้ประสบภัยหลังน้ำลด พร้อมแจง 7 โครงการสร้างรายได้ ลดรายจ่าย

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมชี้แจงมาตรการแนวทางในการช่วยเหลือฟื้นฟูเกษตรกรหลังน้ำลด และมาตรการภายใต้โครงการลดรายจ่ายสร้างรายได้สำหรับเกษตรกรในช่วงฤดูแล้ง 2563/2564 ณ โรงแป้งมันสำปะหลังเอี่ยมธงชัย ตำบลงิ้ว อำเภอปักธงชัย จ.นครราชสีมา พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เกี่ยวข้องร่วมชี้แจง อาทิ กรมปศุสัตว์ กรมการข้าว กรมส่งเสริมการเกษตร กรมประมง และกรมชลประทาน เป็นต้น โดยมีเกษตรกรจากหลายอำเภอที่ประสบภัยเข้าร่วมรับฟัง 1,000 คน ในการนี้ได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์ ณ อ่างเก็บน้ำลำเชียงสา อ.วังน้ำเขียว จ.นครรชสีมา ตลอดจนพบปะและให้กำลังใจแก่ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ประสบอุทกภัย

นายประภัตร กล่าวว่า จากสถานการณ์การเกิดอุทกภัยในหลายพื้นที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่พืชผลการเกษตร ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์ 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา อุบลราชธานี สิงห์บุรี สุพรรณบุรี และจังหวัดสุราษณ์ธานี (ข้อมูล ณ วันที่ 1 พ.ย.63) ขณะนี้ได้รับรายงานว่าจังหวัดนครราชสีมามีพื้นที่การเกษตรด้านพืชคาดว่าเสียหาย 198,356 ไร่ 23 อำเภอ 146 ตำบล 1,096 หมู่บ้าน เกษตรกร 48,737 ราย โดยเบื้องต้นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ มีหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือ คือ จะต้องเป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไว้ก่อนเกิดภัย และช่วยเหลือเกษตรกรตามจำนวนพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจริง ทั้งนี้ไม่เกิน 30 ไร่ อัตราการช่วยเหลือด้านพืช แบ่งเป็น ข้าว อัตราไร่ละ 1,113 บาท พืชไร่ อัตราไร่ละ 1,148 บาท พืชสวนและอื่นๆ อัตราไร่ละ 1,690 บาท

นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดทำโครงการเสริมสร้างรายได้และลดรายจ่ายให้แก่เกษตรกรในช่วงฤดูแล้ง ปี 2563/64 จำนวน 7 โครงการ โดยเตรียมนำเสนอ ครม. พิจารณา ดังนี้ 1) โครงการส่งเสริมการปลูกพืชใช้น้ำน้อย (ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถั่วเขียว) ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ สนับสนุนเงินให้แก่เกษตรกร 1,500 บาท/ไร่ รายละไม่เกิน 10 ไร่ เมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 3.5 กก./ไร่ และปัจจัยการผลิต 870 บาท/ไร่, ถั่วเขียว สนับสนุน 1,200 บาท/ไร่ ไม่เกิน 10 ไร่ เมล็ดพันธุ์ถั่วเขียว 5 กก./ไร่ และปัจจัยการผลิต 1,000 บ./ไร่ 2) โครงการพัฒนาเสริมทางเลือกอาชีพด้านประมงในบ่อดิน (ปลาดุก, ปลาตะเพียนขาว) สนับสนุนพันธุ์ปลาดุก 3,000 ตัว อาหารสัตว์น้ำสำเร็จรูป 60 กก. (3 กระสอบ), สนับสนุนพันธุ์ปลาตะเพียนขาว 5,000 ตัว อาหารสัตว์น้ำนำร่อง 120 กก. (3 กระสอบ) 3) โครงการเพิ่มผลผลิตกุ้งก้ามกรามในแหล่งน้ำชุมชน จำนวน 200,000 ตัว/แห่ง ค่าอาหารสัตว์น้ำสำเร็จรูป 200 กก. (10 กระสอบ) และจัดเตรียมพื้นที่สำหรับปล่อยและจัดทำแหล่งอาศัย

4) โครงการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ปีกในฤดูแล้ง ปี 2564 สนับสนุนพันธุ์สัตว์ปีก รายละ 5,000 บาท ได้แก่ ไก่พื้นเมือง เป็ดไข่ เป็ดเทศ ไก่ไข่ ไก่ชน และไก่เนื้อ 5) โครงการส่งเสริมปลูกพืชอาหารสัตว์ สนับสนุนเงินอุดหนุนให้เกษตรกร จัดหาปัจจัยการผลิตและวัสดุ เพื่อปรับปรุงแปลงพืชอาหารสัตว์ ในอัตรา 3,000 บาท/ไร่ รายละไม่เกิน 5 ไร่ หรือ รายละ 15,000 บาท 6) โครงการสร้างรายได้และพัฒนาอาชีพการเกษตรให้แก่สมาชิกสถาบันเกษตรกร โดยสนับสนุนปั๊มน้ำ โรงเรือน ปัจจัยการผลิตและอุปกรณ์ตลาด รวมทั้งเงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำ และ 7) โครงการส่งเสริมการแปรรูปสินค้าเกษตรเพื่อสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร โดยให้เกษตรกรรวมกลุ่ม เพื่อให้ความรู้การแปรรูผลิตผลทางการเกษตรแก่เกษตรกร และสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูป กระบวนการผลิต คุณภาพมาตรฐาน และบรรจุภัณฑ์ รวมทั้งส่งเสริมการตลาดทั้ง online และ offline (ตลาดเกษตรกร)

“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความห่วงใยอย่างยิ่งต่อเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย จึงได้มอบหมายให้กระทรวงเกษตรฯ เร่งเข้ามาดูแลช่วยเหลือและส่งเสริมเพื่อให้เกษตรกรได้มีอาชีพ รายได้หลังน้ำลด โดยวันนี้ทุกฝ่ายได้ร่วมกันแก้ปัญหา และได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้เร่งสำรวจข้อมูลพื้นที่การเกษตรที่ได้รับผลกระทบ และเกิดความเสียหายจากปัญหาน้ำท่วม เชื่อว่าภายในเดือนธันวาคมจะสามารถจ่ายเงินชดเชยให้แก่เกษตรกรได้” นายประภัตรกล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง