รีเซต

สีหศักดิ์บรรยายสรุปคณะทูต ยืนยันยึดหลักสันติภาพ แก้ปัญหาไทย-กัมพูชา

สีหศักดิ์บรรยายสรุปคณะทูต ยืนยันยึดหลักสันติภาพ แก้ปัญหาไทย-กัมพูชา
TNN ช่อง16
27 กุมภาพันธ์ 2569 ( 17:41 )

ในวันนี้ (27 ก.พ.)  นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้แถลงสรุปผลการบรรยายสรุปแก่คณะทูต เกี่ยวกับผลการเยือนกรุงปารีส, การร่วมประชุมกับคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) ที่นครเจนีวา และการหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมา


นายสีหศักดิ์กล่าวถึงประเด็นชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ยังมีความห่วงกังวลหลายประการ เพราะกัมพูชาเคยกล่าวในการหารือกับไทยว่า ต้องการเดินหน้าสู่สันติภาพชายแดน แต่ภายหลังกัมพูชากลับออกแถลงการณ์ที่สวนทาง อีกทั้งข่าวที่ออกมาจากกัมพูชา พบว่ามีข้อมูลที่ผิดพลาดบิดเบือนเยอะมาก ในขณะที่ฝ่ายไทยต้องการจะเดินหน้าสู่สันติภาพ แต่สิ่งที่กัมพูชาพูดนั้นไม่ได้ช่วยให้สันติภาพเดินหน้าไปได้เลย


“เมื่อกัมพูชากล่าวในลักษณะนี้ ฝั่งไทยก็ต้องมีการปรับถ้อยแถลงเพื่อตอบโต้กัมพูชา แทนที่จะได้พูดเรื่องอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์กล่าวอย่างประเด็นสแกมเมอร์” นายสีหศักดิ์ กล่าว

รัฐมนตรีต่างประเทศ ย้ำจุดยืนไทยเช่นเคยว่า เราอยากจะเดินหน้าสู่สันติภาพชายแดน แต่ทำฝ่ายเดียวไม่ได้ ฝ่ายกัมพูชาต้องทำด้วย


ส่วนท่าทีจากประชาคมโลกนั้น พวกเขาอยากให้ไทยและกัมพูชาคุยกันเอง ไม่ต้องเอาแรงกดดันภายนอกมา ประชาคมโลกหลีกเลี่ยงการออกมาขานรับ เพราะถ้ามาขานรับในสิ่งที่กัมพูชาพูดจะลำบาก


“สำหรับอนาคตของประเด็นชายแดนไทย-กัมพูชา อยู่ที่กัมพูชาแล้วว่าจะเลือกเส้นทางใด ระหว่างสันติภาพ กับความขัดแย้งที่นำมาสู่การสูญเสีย ซึ่งหากเลือกทางที่ 2 ไทยก็ไม่กลัว เพราะก็ต้องปกป้องอธิปไตย แต่ไทยจะเลือกเส้นทางที่เกิดประโยชน์ทั้งสองฝ่ายไม่นำไปสู่ความสูญเสีย” นายสีหศักดิ์ย้ำ

ส่วนประเด็นเมียนมา นายสีหศักดิ์ ระบุว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในเมียนมาส่งผลกระทบต่อประเทศไทยโดยตรง โดยเฉพาะมิติความมั่นคงชายแดน เนื่องจากเรามีพรมแดนติดกัน และไทยยืนยันสนับสนุน ฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน แต่ขณะเดียวกันไทยก็ไม่อาจอยู่เฉยและรอคอยให้สถานการณ์คลี่คลายไปเองได้ จำเป็นต้องแสวงหาหนทางผลักดันให้ฉันทามติดังกล่าวเกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมด้วย


ที่ผ่านมา นายสีหศักดิ์ได้หารือกับฝ่ายเมียนมาที่เมืองเซบู ของฟิลิปปินส์ และมีกำหนดหารือกับ พล.อ.ตาน ฉ่วย ที่ภูเก็ต ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้ โดยย้ำว่า การมีปฏิสัมพันธ์ต้องดำเนินอย่างค่อยเป็นค่อยไป และต้องอาศัยความร่วมมือจากฝ่ายเมียนมาคู่กันไป  ด้วย  


ส่วนการเลือกตั้งในเมียนมาแม้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ แต่ก็ยังจำเป็นต้องเห็นพัฒนาการที่ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะการเปิดพื้นที่ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมมากขึ้น ลดความรุนแรง หลีกเลี่ยงการโจมตีพลเรือน และการปล่อยตัวผู้ถูกคุมขังทางการเมือง  เพราะหากปราศจากความคืบหน้าเหล่านี้ ไทยก็ไม่อาจผลักดันให้อาเซียนกลับมาใช้นโยบายการมีปฏิสัมพันธ์กับเมียนมาได้อย่างเต็มรูปแบบ

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง