รีเซต

AWC ปั้นอาณาจักรอลังการเกม REIT ใหญ่รองรับทุนโลก

AWC ปั้นอาณาจักรอลังการเกม REIT ใหญ่รองรับทุนโลก
ทันหุ้น
14 กรกฎาคม 2569 ( 02:30 )
19

               นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เปิดเผยกับ "ทันหุ้น" ว่า บริษัทกำลังเตรียมตัวครั้งใหญ่ในการตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือ REIT โดยจะมีการขายสินทรัพย์เข้าไปสู่กองทุน REIT เชื่อว่าจะจัดตั้งได้ในช่วงต้นปี 2570 โดยยอมรับว่ากอง REIT นี้จะมีขนาดใหญ่มาก เพราะไม่ได้ขายเฉพาะในไทย แต่ต้องคำนึงรองรับเม็ดเงินการลงทุนขนาดใหญ่ของต่างประเทศที่สนใจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่มด้วย

               นี่คือเกมใหญ่ที่เป็นไปตามคำประกาศก่อนหน้าตั้งแต่ช่วงปี 2568 AWC ได้ประกาศแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี นับตั้งแต่ปี 2568-2572 โดยตั้งเป้าหมายสำคัญ 3 ประการ ประกอบด้วย 1.เพิ่มมูลค่าทรัพย์สินดำเนินงาน 2 เท่า สู่ระดับ 300,000 ล้านบาท ภายในปี 2572 พร้อมขยายห้องพักรวม 12,000 ห้อง 2.สร้างผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) มากกว่า 15% จากการเร่งผลักดันศักยภาพของทรัพย์สิน และ 3.เดินหน้าการเติบโตก้าวกระโดดต่อเนื่อง

               บริษัทได้เดินหน้าในการวางโปรเจกตามแผนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้ประกาศลงทุนโครงการ “เคเบิลคาร์รักษ์โลกข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา” (Sustainable Cable Car)  เชื่อมต่อระหว่างโครงการ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น (ฝั่งพระนคร) และโครงการ MONA Bangkok พิพิธภัณฑ์ศิลปะอิมเมอร์ซีฟบนพื้นที่กว่า 20 ไร่ (ฝั่งเจริญนคร) มูลค่าลงทุน 2,000 ล้านบาท คาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 3 ปี โดยมีแผนจะสรุปการคัดเลือกพันธมิตรผู้พัฒนาและดำเนินโครงการระดับโลกภายในปี 2569 นี้ โดยมีกระเช้าหลายรูปแบบ ทั้งกระเช้ามาตรฐาน กระเช้าแบบห้อยขา และ กระเช้าแบบ Zip Line สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบความท้าทายและต้องการความรวดเร็ว

               ขณะที่พื้นที่ฝั่งเจริญนครนั้น มีแผนพัฒนาอย่างต่อเนื่อง อาทิ Museum ที่มีการเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์และศิลปะวัฒนธรรมระหว่างการเดินทาง  ซึ่งจะทำให้ทั้ง 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยากลายเป็นพื้นที่จุดมุ่งหมายของคนทั่วโลก

               นางวัลลภา กล่าวว่า ตัวเลขการลงทุนในโครงการริมแม่น้ำเจ้าพระยาจะมีมูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท โดย เอเชียทีค มีการปรับโฉมโครงการโดยการร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำอย่าง Disney และ EM Production สร้างประสบการณ์แบบ Immersive และ Interactive พาผู้มาเยือนสู่โลกเรืองแสงอันน่ามหัศจรรย์ของแพนโดรา (Pandora) จากภาพยนตร์ "Avatar" ผ่านโครงการ "Disney’s Avatar: Guardians of Eywa, The Magic Walk" ใช้โครงสร้าง "Blue Dome" ที่ส่งต่อมาจากงาน World Expo 2025 Osaka เพื่อสร้างชีวิตใหม่ ตามแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยใช้งบลงทุนราว 8000 ล้านบาท เคเบิลคาร์ราว 2000 ล้านบาท และ การลงทุนพัฒนาพื้นที่เพิ่มเติมอีกประมาณ 4,000 กว่าล้านบาท เพื่อพัฒนาพื้นที่และสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ครบวงจร เพื่อมุ่งสู่การเป็น "AWC Lifestyle Destination" ระดับโลก

               นางวัลลภา ยอมรับว่า โครงการต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้น หลักการของการลงทุนคือ ในกลุ่มทีซีซี (ครอบครัว) มีการถือครองที่ดินสินทรัพย์เอง 100% เมื่อโครงการพัฒนาแล้วเสร็จและเริ่มสร้างกระแสเงินสดได้แล้ว AWC จะมีสิทธิเข้าซื้อโครงการ ซึ่งจะสามารถสร้างกระแสเงินสดและสร้างมูลค่าเพิ่มได้ จากนั้นจะมีโอกาสขายเข้ากอง REIT ด้วยเช่นกัน 

               ซึ่งการนำสินทรัพย์เข้าสู่ Pipeline ตามสเต็ปที่วางไว้ จะช่วยให้บริษัทสามารถรับรู้ผลกำไรและนำเงินทุนกลับมาพัฒนาโครงการใหม่ๆ เพื่อขยายพอร์ตโฟลิโอและเสริมสร้างอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยยอมรับโครงการที่จะดำเนินการมีผู้สนใจร่วมลงทุนรวมถึงต่างชาติ แต่จะให้ความสำคัญกับการที่ทำให้ทรัพย์สินให้เกิดคุณค่าสูงสุด ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขผลตอบแทนจากการลงทุนเท่านั้น

               ด้านบริษัทหลักทรัพย์แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์  ระบุว่า  คาดกำไร AWC ปี 2569 คาดฟื้นตัวจาก 1.โรงแรมเดิม และโรงแรมใหม่ที่ทยอย Ramp-up และ RevPAR ที่แข็งแรงของโรงแรมต่างจังหวัดและรีสอร์ตลักซ์ชัวรี, รายได้ F&B โตต่อเนื่อง และ 2.ธุรกิจคอมเมอร์เชียลที่เติบโตต่อ ได้แรงหนุนจาก Asiatique, ที่มี Jurassic World และ SkyFlyers เข้ามาช่วยหนุนจำนวนผู้ใช้งาน และค่าเช่า แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 3.20 บาท ประเมินมูลค่าด้วยวิธี PBV อิง 1x 2027F BV จากการเพิ่ม Asset Yield ของพอร์ตและการทยอยเปลี่ยนสินทรัพย์ใหม่เข้าสู่ช่วงสร้างรายได้ได้ต่อเนื่อง ขณะที่ยังให้มูลค่ากับคุณภาพสินทรัพย์ทำเล Prime ที่ส่วนใหญ่เป็น Freehold และพันธมิตรโรงแรมระดับโลก

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง