ลุ้นสัปดาห์นี้คลังจ่าย 5 พันอีก 2.4 ล.คน

ลุ้นสัปดาห์นี้คลังจ่าย 5 พันอีก 2.4 ล.คน
มติชน
11 พฤษภาคม 2563 ( 07:57 )
1.2K
15
ลุ้นสัปดาห์นี้คลังจ่าย 5 พันอีก 2.4 ล.คน

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม กรณีรัฐบาลออกมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคมนายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึความคืบหน้าจ่ายเงินเยียวยา 5,000 บาท ตามโครงการเราไม่ทิ้งกัน ว่า ภายในสัปดาห์นี้กระทรวงการคลังจะจ่ายเงินเยียวยาให้กับประชาชนที่ผ่านเกณฑ์ได้อีก 2.4 ล้านคน ส่วนการพิจารณาทบทวนสิทธิจะให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 17 พฤษภาคม ทั้งนี้ นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามความคืบหน้าทุกสัปดาห์ เพราะต้องการให้เงินเยียวยาถึงมือประชาชนโดยเร็วที่สุด ซึ่งจนถึงขณะนี้จ่ายเงินเยียวยาไปแล้วกว่า 11 ล้านคน

นายธนกรกล่าวว่า สำหรับการเปิดรับเรื่องร้องทุกข์จากประชาชนกรณีเงินเยียวยา 5,000 บาทนั้น จะเปิดไปจนถึงวันที่ 15 พฤษภาคมนี้
สศค.เร่งเคลียร์3กลุ่มยังไม่ได้5พัน

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) โฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ขณะนี้ยังมี 3 กลุ่มที่ยังไม่สามารถจ่ายเงินให้ได้คือ 1.ผู้ที่ผ่านการคัดกรองและได้รับสิทธิเยียวยา 5,000 บาทแล้ว แต่ยังติดในเรื่องบัญชีเงินฝากที่ยังไม่ถูกต้อง มีผู้เข้าข่ายกลุ่มนี้จำนวน 13 ล้านคน ขณะนี้เหลือเพียง 1 แสนกว่าคนเท่านั้น ที่ยังดำเนินการไม่สำเร็จ 2.กลุ่มที่ขอให้นำส่งข้อมูลเพิ่มเติม ประมาณ 6.5 ล้านคน เหลือที่ยังไม่ส่งข้อมูลเข้ามา 4 แสนคน อยากให้เร่งนำข้อมูลส่งกลับมาโดยเร็ว และ 3.กลุ่มที่ขอทบทวนสิทธิ มีจำนวน 6.3 ล้านคน โดยจะปิดการยื่นขอทบทวนสิทธิภายในวันที่ 10 พฤษภาคม เวลา 24.00 น. หลังจากนั้นจะดำเนินการลงพื้นที่และตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ที่ขอทบทวนสิทธิเข้ามา

ขณะนี้ประเมินว่าสามารถตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ยื่นทบทวนสิทธิได้แล้วเกินครึ่งของจำนวนทั้งหมด จึงขอเวลาในการดำเนินการอีก 7 วัน คาดว่าจะสามารถตรวบสอบผู้ยื่นทบทวนสิทธิให้แล้วเสร็จได้ทั้งหมด ล่าสุดตัวเลขผู้ที่ยื่นทบทวนสิทธิเข้ามา และพิจารณาคุณสมบัติผ่านเกณฑ์แล้ว 3.7 ล้านคน อยู่ในระหว่างการลงพื้นที่อยู่ประมาณ 6 แสนคน เชื่อว่าภายในวันที่ 17 พฤษภาคมนี้ จะสามารถดำเนินการได้แล้วเสร็จทั้งหมดŽ นายลวรณกล่าว

นายลวรณกล่าวว่า โครงการเราไม่ทิ้งกัน ล่าสุดเชื่อว่าได้ดำเนินการสำเร็จไปแล้วกว่า 98-99%จากการประเมิน เชื่อว่าเม็ดเงิน 5,000 ล้านบาท จะสามารถเข้าไปหมุนเวียนในด้านการบริโภคของระบบเศรษฐกิจได้ประมาณ 3 รอบครึ่ง ส่งผลเชิงบวกต่อระบบเศรษฐกิจอย่างแน่นอน

นายลวรณกล่าวว่า สำหรับประชาชนที่เข้ามายื่นเรื่องร้องทุกข์เกี่ยวกับมาตรการ 5,000 บาทที่กรมประชาสัมพันธ์ ขณะนี้พบว่าเหตุผลใหญ่ที่ต้องมามี 2 เรื่องคือ 1.ลงทะเบียนผ่านแล้วแต่ยังไม่ได้รับเงิน ส่วนนี้จะมีปัญหาในเรื่องชื่อเจ้าของบัญชีไม่ตรงกับชื่อผู้ได้รับสิทธิ หรือเป็นบัญชีที่ไม่ได้เคลื่อนไหวนาน แล้วถูกปิดไป จึงไม่สามารถนำเงินเข้าให้ได้ โดยแนะนำให้สมัครพร้อมเพย์และผูกกับบัตรประชาชน ซึ่งจะสามารถโอนเงินเข้าให้ได้ และ 2.ลงทะเบียนไม่สำเร็จตั้งแต่ต้น มีประมาณ 1.7 ล้านคน โดยในส่วนนี้จะกลับเข้าไปตรวจสอบเพิ่มเติม เพื่อดำเนินการคัดกรองให้แล้วเสร็จต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง