รีเซต

SETพุ่ง-โฟลว์ไหลเข้า แนะหุ้น‘แลกการ์ด’เด่น

SETพุ่ง-โฟลว์ไหลเข้า  แนะหุ้น‘แลกการ์ด’เด่น
ทันหุ้น
10 กุมภาพันธ์ 2569 ( 07:30 )
3

#SET #ทันหุ้น  - ดัชนีหุ้นไทยพุ่งแรง 46 จุด วอลุ่มทะลุแสนล้านบาท ต่างชาติซื้อสุทธิ 1.6 หมื่นล้านบาท รับพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ด้านโบรกมองรัฐบาลใหม่มีเสถียรภาพสูง สานต่อนโยบายเดิมได้ทันที หนุนตลาดตอบรับในเชิงบวก มองฟันด์โฟลว์มีแนวโน้มไหลเข้าต่อ แนะซื้อหุ้นแลกการ์ด กลุ่ม “พลังงาน-ท่องเที่ยว-โดเมสติก”

ความเคลื่อนไหวดัชนีตลาดหุ้นไทยวานนี้ (9 ก.พ.69) ปรับตัวขึ้นเด่นตั้งแต่เปิดตลาด ระหว่างวันปรับตัวสูงสุดที่  1,407.74 จุด ก่อนจะกลับมาปิดตลาดที่ระดับ 1,400.89 จุด เพิ่มขึ้น 46.88 จุด มูลค่าซื้อขาย 102,112.04 ล้านบาท รับผลเลือกตั้งที่พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ 

ด้านนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 16,535.11 จุด  นักลงทุนสถาบันในประเทศซื้อสุทธิ 6,220.49 จุด บัญชีหลักทรัพย์ซื้อสุทธิ 1,557.28 จุด  นักลงทุนในประเทศขายสุทธิ 24,312.88 ล้านบาท

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า โครงสร้างรัฐบาลใหม่ที่จะเกิดขึ้นโดยพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ  คาดว่าจะสร้างสมดุลระหว่างการแก้ไขปัญหาในระยะสั้นและระยะยาว และมีความต่อเนื่องจากการบริหารงานในช่วงที่ผ่านมา โดยมีนโยบายมุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ ลดค่าครองชีพ และพยุงกำลังซื้อ ที่จะช่วยสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวม และส่งผลเชิงบวกต่อผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในหลายภาคส่วน ควบคู่กับการเดินหน้าส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน เช่น โครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (JUMP+) การผลักดันให้เกิดบัญชีการออมส่วนบุคคล (TISA) รวมทั้งการปฏิรูปกฎหมายตลาดทุนไทยให้มีความทันสมัยและบังคับใช้รวดเร็วขึ้นจะยิ่งช่วยเสริมความเชื่อมั่นและสนับสนุนการเติบโตของตลาดทุนไทยในระยะยาว

@หวังหนุนตลาดทุน

ดร.ก้องเกียรติ   โอภาสวงการ  ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASP กล่าวกับ“ทันหุ้น” ว่า การฟื้นตัวของตลาดหุ้นไทย เกิดจากสเถียรภาพของการเมืองที่จะเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้ง ซึ่งมองว่าระยะสั้นยังไปต่อได้ แต่ระยะยาวจะขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาล รวมถึงหน้าตาของคณะรัฐมนตรี ซึ่งถ้าออกมาดี ตลาดหุ้นก็จะขึ้นได้ในระยะยาว ทั้งนี้คาดหวังว่ารัฐบาลใหม่ที่เข้ามาบริหารประเทศ จะมีนโยบายสนับสนุนการพัฒนาตลาดทุนในเชิงโครงสร้างอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านการสร้างอุปทานเพิ่มสินค้าที่มีคุณภาพ การกำกับดูแลและยกระดับมาตรฐาน ด้านกลไกตลาดและความเป็นธรรม รวมถึงนโยบายจำกัดจำนวนใบอนุญาต (License) จำนวนบริษัทหลักทรัพย์ให้เหมาะสม ไม่ปล่อยให้มีการเปิดเสรีจนเกิดการแข่งตัดราคา

                  นายกิจพณ  ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการและนักกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ “ทันหุ้น” ว่า รัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทย ถือว่าเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพสูงมาก ไม่ว่าจะเลือกพรรคเล็ก หรือพรรคใหญ่อย่างพรรคเพื่อไทยเข้ามาร่วมรัฐบาล รวมถึงมีพรรคกล้าธรรมเข้ามาเสริม จะทำให้มีคะแนนเสียงในรัฐบาลประมาณ 60-65% ซึ่งตลาดจะตอบรับในเชิงบวกจากเสถียรภาพนี้

@แนะซื้อหุ้น Laggard

สำหรับ SET ผ่านระดับ 1,350 จุด ไปได้จะมีแนวต้านถัดไปอยู่ที่ประมาณ 1,440 - 1,450 จุด โดยแนะนำซื้อหุ้นที่ยัง Laggard คือ กลุ่มพลังงาน แนะนำ BCP, PTTEP โดยเฉพาะ BCP ที่พื้นฐานดีและไม่มีปัญหาเรื่องความเกี่ยวพันกับทุนสีเทาตามที่มีกระแสข่าวตรวจสอบผู้ถือหุ้นรายใหญ่  กลุ่มท่องเที่ยวและโรงแรม แนะนำ MINT เนื่องจากเน้นลูกค้าระดับบน โรงแรม 4-5 ดาว ที่มีกำลังซื้อแข็งแกร่ง และจะมีปัจจัยบวกจากการออกกองรีท (REIT) ในช่วงกลางปี ซึ่งจะช่วยลดภาระหนี้สินลงอย่างมาก

รวมถึงกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม แนะนำ WHA, AMATA กลุ่มบัตรเครดิต แนะนำ KTC และ AEONTS เนื่องจากยังมีโอกาสในการลงทุนเพื่อรับเงินปันผล กลุ่มการแพทย์ เป็นอีกกลุ่มที่น่าสนใจ แนะนำ BDMS และ BH   ขณะที่หุ้นที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งในกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ปกติหุ้นกลุ่มนี้จะเล่นเก็งกำไรก่อนเลือกตั้งและมักจะซบเซาหลังเลือกตั้ง เนื่องจากโครงการภาครัฐต้องใช้เวลาในการเบิกจ่าย ซึ่งคาดว่าจะเห็นผลดีจริงๆ ในปีที่ 2 ของรัฐบาล ดังนั้นราคาปัจจุบันจึงไม่น่าไล่ซื้อสำหรับคนที่ยังไม่มีหุ้นในมือ โดยเฉพาะหุ้นอย่าง STECON ที่มีอัพไซด์จำกัด ที่มีราคาเหมาะสมประมาณ 9-10 บาท

@ หุ้น Domestic เด่น

นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า จากหุ้นหลายตัวกระโดดขึ้นมาเร็วและอยู่ในระดับสูงแล้ว จึงไม่แนะนำให้ซื้อตามในตัวที่ราคาสูง แต่ให้เน้นหุ้นกลุ่ม Domestic Play ที่ยังอยู่ในโซนล่าง อาทิเช่น กลุ่มค้าปลีก คาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากเศรษฐกิจที่กลับมาเดินหน้า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณแนะนำ CPALL, GLOBAL, DOHOME กลุ่มไฟแนนซ์ ได้รับประโยชน์จากเศรษฐกิจฐานรากที่ดีขึ้นและมาตรการลดหนี้หรือกระตุ้นการบริโภค แนะนำ MTC, SAWAD

กลุ่มธนาคาร เป็นกลุ่มเป้าหมายของ Fund Flow ต่างชาติ ที่มักไหลเข้าหุ้นขนาดใหญ่หลังเลือกตั้ง อีกทั้งจะมีการประกาศจ่ายปันผล (XD) ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ โดย SCB เป็นตัวที่ปันผลสูงที่สุด ส่วน KTB มีความเชื่อมโยงกับงานภาครัฐ กลุ่มสื่อสาร ปรับตัวได้ดีขึ้นต่อเนื่องมอง TRUE เป็นทางเลือก เนื่องจาก ADVANC ปรับตัวขึ้นไปค่อนข้างมากแล้ว

@ลุ้นโฟลว์เข้าต่อ

อย่างไรก็ดีผลการเลือกตั้งที่ออกมาดีสะท้อนผ่านค่าเงินบาทที่กลับมาแข็งค่าอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นสัญญาณว่า ฟันด์โฟลว์มีโอกาสไหลกลับเข้ามา ในปีนี้คาดว่าเงินทุนจะไหลออกจากตลาดที่พัฒนาแล้ว เนื่องจากมูลค่า (Valuation) ตึงตัว และไหลออกจากสินทรัพย์ประเภทโลหะมีค่า เพื่อเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่รวมถึงไทยด้วย และคาดว่าปีนี้ต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี หลังจากขายหุ้นไทยติดต่อกันมา 3 ปี  ถ้าหากมีการนำ TISA กลับมา ข้อดีคือคาดว่าจะช่วยดึงดูดเม็ดเงินใหม่เข้าสู่ตลาดหุ้นได้

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง