ทำไมธนาคารกลางขายทองคำในช่วงสงครามอิหร่าน ?

ธนาคารกลางซื้อทองคำหนักในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา
การเร่งสะสมทองคำของธนาคารกลางสะท้อนความพยายามกระจายความเสี่ยงจากเงินดอลลาร์ หลังสงครามรัสเซีย–ยูเครนในปี 2022 ทำให้หลายประเทศตระหนักถึงความเสี่ยงด้านการคว่ำบาตรทางการเงินและความผันผวนของตลาดโลก ธนาคารกลางหลายประเทศเร่งเพิ่มการถือครองทองคำในช่วงปี 2022–2025 ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์
3 อันดับธนาคารกลางซื้อทองคำมากที่สุดในปี 2022 - 2005
อันดับ 1 ธนาคารกลางจีนเป็นผู้ซื้อทองคำรายใหญ่ที่สุด รวม 357.95 ตัน โดยเร่งสะสมอย่างมากในปี 2023
อันดับ 2 ธนาคารกลางโปแลนด์ รวม 321.51 ตัน เป็นธนาคารกลางซื้อทองคำมากที่สุดในปี 2024–2025
อันดับ 3 ธนาคารกลางตุรกี รวม 221.03 ตัน เป็นธนาคารกลางซื้อทองคำมากที่สุดในปี 2022 จำนวน 147 ตัน
ธนาคารกลางตุรกีขายทองคำ ในช่วงสงครามอิหร่าน
เศรษฐกิจของตุรกีเผชิญแรงกดดันจากสงครามอิหร่าน ค่าเงินลีร่าของตุรกีอ่อนค่าลง จากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากตุรกีเป็นประเทศที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจำนวนมาก ธนาคารกลางตุรกีจึงต้องทั้งขายเงินตราต่างประเทศและทองคำสำรองเพื่อป้องกันความผันผวนในตลาด โดยมีรายงานว่าตุรกีใช้ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศมากกว่า 26,000 ล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น
ธนาคารกลางตุรกีได้ขายและทำธุรกรรมสวอปทองคำรวมราว 58 ตันในช่วงเกิดสงคราม เหลือ 772 ตัน แต่ราว 34.4 ตันเป็นธุรกรรมสวอปทองคำแลกดอลลาร์ ทำให้ยอดการขายทองคำจริงสุทธิอยู่ที่ราว 22.2 ตัน การแยกระหว่าง “การขายทอง” และ “การทำสวอปทอง” มีความสำคัญ เนื่องจากธุรกรรมสวอปเป็นเพียงการดำเนินการด้านสภาพคล่อง โดยธนาคารกลางนำทองคำไปใช้เป็นหลักประกันเพื่อแลกกับเงินตราต่างประเทศเป็นการชั่วคราว ไม่ได้เป็นการขายทองเข้าสู่ตลาดอย่างถาวร
การใช้ทองคำสำรองเป็นเครื่องมือในการบริหารเสถียรภาพเศรษฐกิจและค่าเงินไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับตุรกี ในปี 2023 ธนาคารกลางตุรกีเคยขายทองคำ 159 ตันในเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม ซึ่งถือเป็นหนึ่งในการขายทองคำของธนาคารกลางที่ใหญ่ที่สุดในโลกในช่วงเวลานั้น เพื่อตอบสนองความต้องการทองคำภายในประเทศพุ่งสูง เนื่องจากเงินเฟ้อสูงและค่าเงินลีร่าอ่อนค่า ทำให้ประชาชนหันมาซื้อทองเพื่อรักษามูลค่าทรัพย์สิน ขณะที่รัฐบาลได้จำกัดการนำเข้าทองคำเพื่อลดการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด ธนาคารกลางตุรกีจึงต้องนำทองคำสำรองออกมาขายในตลาดภายในประเทศ เพื่อเพิ่มอุปทานและลดแรงกดดันด้านราคา
ก่อนที่ธนาคารกลางจะกลับมาซื้อทองคำเพิ่มอีกครั้งในช่วงปลายปี 2023 และปี 2024 ดังนั้นการขายทองคำในปีนี้นักลงทุนอาจไม่ต้องตื่นตระหนกมากนัก เมื่อสงครามจบลง ค่าเงินลีร่าเริ่มมีเสถียรภาพ ธนาคารกลางตุรกีก็อาจจะกลับมาสะสมทองคำเพิ่มอีกครั้ง
ฮั่วเซ่งเฮงมองว่าทองคำยังคงมีบทบาทสำคัญในฐานะสินทรัพย์สำรองเชิงยุทธศาสตร์ของธนาคารกลาง และมีโอกาสที่การซื้อทองจะดำเนินต่อไปในระยะยาว หากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและการเมืองโลกยังคงอยู่
โดย คุณ ศิริลักษณ์ ปโกฏิประภา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
