รีเซต

หุ้นไทยไปต่อไหม! หลังเงินทุนสหรัฐฯ ไหลเข้าตลาดเกิดใหม่

หุ้นไทยไปต่อไหม! หลังเงินทุนสหรัฐฯ ไหลเข้าตลาดเกิดใหม่
TNN ช่อง16
10 มกราคม 2569 ( 17:56 )
22

ดัชนีหุ้นไทยดีดตัวขึ้นในวันทำแรกของปี 2569  นำโดยแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ตามทิศทางการปรับตัวขึ้นของหุ้นเทคโนโลยีของสหรัฐฯ รวมถึงหุ้นกลุ่มแบงก์ก่อนประกาศงบไตรมาส 4/2568  ปิดตลาดวันที่ 5 ม.ค. ดัชนีแตะ 1,280.05 จุด เพิ่มขึ้น 20.38 จุด  หรือ +1.62%  ด้วยมูลค่าซื้อขาย 45,727.04 ล้านบาท

แต่ระหว่างกลางสัปดาห์เคลื่อนไหวในกรอบแคบ เหตุไร้ปัจจัยใหม่ ๆ เข้ามากระตุ้นตลาด ประกอบกับตลาดรอประเมินประเด็นความเสี่ยงทางภูมิ รัฐศาสตร์ หลังสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีเวเนซุเอลาและจับกุมผู้นำเวเนซุเอลา  และสถานการณ์การเมืองในประเทศอย่างใกล้ชิด

จากนั้นดัชนีหุ้นไทยร่วงลงแรงในช่วงท้ายสัปดาห์ท่ามกลางแรงขายของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ นำโดย หุ้น DELTA  จากปัจจัยเฉพาะตัว รวมถึงหุ้นกลุ่มไฟแนนซ์ จากความกังวลเรื่องหนี้เสียท่ามกลางความเปราะบางของเศรษฐกิจ  

สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์หน้าจะเป็นอย่างไร  หลังจากศาลสูงสุดสหรัฐฯ เลื่อนการตัดสินคดีเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมายของนโยบาย "กำแพงภาษี" ของโดนัลด์ ทรัมป์  โดยกำหนดวันประกาศคำตัดสินใหม่เป็นวันที่ 14 ม.ค.นั้นจะมีผลดีต่อดัชนีหุ้นโลกและหุ้นไทยมากน้อยแค่ไหน มีปัจจัยบวกลบอะไรที่ต้องติดตามบ้างในวันนี้ TNN Online พาไปไขคำตอบจากกูรูตลาดทุนกันค่ะ

 เริ่มจาก “ภราดร เตียรณปราโมทย์" ผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซียพลัส ฉายภาพว่า เข้าสู่ปีม้าเพียง 1 สัปดาห์ เริ่มเห็นเม็ดเงินสหรัฐฯ ไหลเข้ามาสู่ตลาดเกิดใหม่ โดยเห็นได้จากหุ้น 7 นางฟ้าติดลบ 0.2%  สวนทางตลาดเกิดใหม่หุ้นบวกเกิน 3% เช่น ไต้หวันบวก 4.8% ฟิลิปปินส์บวก 4.4% เวียดนามบวก 4%  อินโดนีเซียบวก 3.2% ยกเว้นไทยติดลบ 0.5% เนื่องจาก BITLOT หุ้น DELTA ราคาต่ำกว่ากระดานที่ 171 บาท (มูลค่า 8.7 พันลานบาท) กดดันราคาหุ้นย่อมาอยู่ที่ 161 บาท จึงเป็นปัจจัยกดดันตลาด  

นอกจากนี้ตลาดรอติดตามผลการตัดสินของศาลฎีกาสหรัฐฯ กรณีที่ “ทรัมป์” ขึ้นภาษีกับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกในวันที่ 14 ม.ค.นี้ โดยจากผลโพล 3 ใน 4 ระบุว่า “ทรัมป์” มีความผิด ทำให้สหรัฐฯอาจจะต้องคืนให้กับบริษัทฯ และประเทศต่างๆ รวมเป็นเม็ดเงินสูงถึง 1.4 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ มีบริษัทฟ้องร้องเกิน 1,000 บริษัท ต้องติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด  โดยฝั่งเอเชียถูกเก็บภาษีสูง เช่น ไทย 19% จีน 30 %อินเดีย  50%เวียดนาม 20% ถ้าถูกปลดล็อกภาพตลาดหุ้นในเอเชียจะดีขึ้นและเห็นเม็ดเงินไหลเข้าเอเชียเพิ่ม

ส่วนไทยในปีที่ผ่านมารับมือภาษีทรัมป์ผู้ประกอบการเร่งส่งออกทำให้เติบโตสูงถึง 10% แต่ในปี 69 หลายสำนักคาดการณ์ว่าส่งออกติดลบ 1% ถ้ามีการยกเลิกเก็บภาษีจริงจะทำให้ส่งออกกลับมาขยายตัว และหนุนจีดีพีโตมากกว่า 2%   ซึ่งหุ้นที่ได้ประโยชน์จะเป็นหุ้นส่งออกไปสหรัฐฯ เช่น DELTA, KCE, HANA และหุ้นนิคมอุตสาหกรรม เช่น AMATA , WHA เป็นต้น 

ทั้งนี้ในสัปดาห์หน้าต้องติดตามตัวเลข CPI สหรัฐฯ ในเดือนธ.ค. คาดทรงตัวอยู่ที่ 2.7% นำเข้าส่งออกธ.ค. 68 ของจีน คาดว่า ส่งออกโตเพียง 3.8% จากเดิมบวก 5.9% นำเข้าโต 0.8% จากเดิมบวก 1.9%


สำหรับไทยเริ่มเข้าสู่โหมดเลือกตั้งเหลือเวลาประมาณ 1 เดือน โดยจากสถิติในอดีต 6 ครั้งที่ผ่านมา หุ้นจะขึ้นประมาณ 0.6% และดัชนีจะดีดเร่งตัวขึ้นมาในช่วง 2 สัปดาห์ก่อนการเลือกตั้ง 2% จากนั้น 1 เดือนหลังการเลือกตั้งขึ้นต่อไปอีกจะได้ประมาณ 2.6%  ซึ่งเมื่อใกล้วันเลือกตั้งดัชนีตลาดหุ้นไทยจะค่อย ๆ ขยับขึ้น โดยหุ้นไทยที่ผ่านมาแลกการ์ดกว่าตลาดหุ้นในเอเชีย

 แม้ในอดีตตลาดหุ้นไทยในเดือนม.ค. 68 ดัชนีย่อไปเกือบ 90 จุด แต่ในดือนม.ค. 69 คาดว่าจะไม่เจอเหตุการณ์แบบนั้น เนื่องจากที่แล้วมีแรงขาย LTF ออกมาประมาณ 3.1 หมื่นล้านบาท  และในช่วง 5-6 เดือนที่ผ่านมายังไม่เห็นแรงขาย LTF และกำไรของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 4/67 เคยลดลงอย่างมากเหลือเพียง 1.37 แสนล้านบาท แต่ไตรมาส 4/68 คาดว่าทำได้ปกติเกินกว่า 2.5 แสนล้านบาท หนุนกำไรบจ. จะเติบโตจากฐานต่ำถึง 80-90% จึงเชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้นอีก 

ส่วนสัปดาห์หน้าคาดว่าหุ้นไทยฟื้นตัวและไปต่อ หลังเม็ดเงินสหรัฐฯ เริ่มไหลเข้ามาในตลาดเกิดใหม่ แต่ที่ดัชนีติดลบมาจาก  DELTA โดยประเมินกรอบแนวรับ 1,240 หจุด แนวต้านแรกที่ระดับ 1,265 จุด แนวต้านถัดไปที่ 1,280 จุด 

หุ้นเด่นแนะนำ เก็งกำไร หุ้นรับอานิสงส์ หาก Tariff ผิดกฏหมาย

- DELTA   ราคาเป้าหมาย  183.00 บาท

- KCE       ราคาเป้าหมาย   25.75  บาท

- WHA      ราคาเป้าหมาย     4.36 บาท

หุ้นปันผลแนะนำ

- PTTEP   ราคาเป้าหมาย   140.00 บาท  div yield 6% ต่อปี

- SIRI      ราคาเป้าหมาย      1.72  บาท div yield 9% ต่อปี

 

 

ฝั่ง “ฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์” CFTe,CISA  ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย และนักกลยุทธ์การลงทุน บล. กรุงศรี    มองว่า หุ้นไทยสัปดาห์หน้า  “ฟื้นตัว”   หลัง DELTA  สร้างความผันผวนสัปดาห์ก่อน Downside จำกัด จากโซนแนวรับหลัก MA200 กรอบ 160-157 บาท ขณะที่คาดแรงส่งตลาดอยู่ที่ความเชื่อมั่นนโยบายการเงินผ่อนคลาย นำโดยรายงานภาคแรงงานคาดอยู่ในทางอ่อนตัวกว่าระดับการจ้างงานปกติ  ส่วนรายงานเพิ่มเติมสัปดาห์นี้คือ เงินเฟ้อ CPI คาดยังอยู่ในกรอบต่ำกว่า Fed Fund Rate ผสาน กระแสเงินทุนปัจจุบันเป็นภาพหมุนจากหุ้นเทคฯ (รอพัฒนาการ AI) สู่ Value

ประเมินหุ้นนำตลาด 1. หุ้น Value ที่ซื้อขายต่ำกว่า AVG – 1.0 S.D. และเริ่มมีจุดเปลี่ยนเข้ามา อาทิ โรงกลั่น BCP, SPRC ปิโตรเคมี IVL, PTTGC 2.) หุ้นตลาดคาดกำไร 4Q25F ดี อาทิ ADVANC, TRUE, PYLON, SC  โดยสัปดาห์หน้าประเมินแนวต้านแรก 1,268 จุด แนวต้านถัดไปที่ 1,278 จุด  แนวรับแรกที่ 1,243 จุด แนวรับถัดไปที่ 1,234 จุด

 

ปัจจัยที่มีผลต่อตลาดหุ้นไทย

•  12 ม.ค. – 8 ก.พ. ติดตามแนวนโยบายของพรรคการเมืองหลักของไทย ที่ใช้หาเสียงคาดความเข้มข้นนโยบายยิ่งใกล้เลือกตั้ง ยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ + แนวโน้มคะแนนนิยม

•  13 ม.ค. เงินเฟ้อ CPI ธ.ค. ของสหรัฐฯ คาด + 2.7%y-y, +0.3%m-m

•  14 ม.ค. ติดตามตัวเลขการค้าระหว่างประเทศ ธ.ค.68 ของจีน คาดส่งออก +3.0%y-y จากเดิมอยู่ที่ +5.9%y-y, นำเข้า +0.7%y-y จากเดิมอยู่ที่  +1.9%y-y, ดุลการค้า คาด เกินดุล 1.14 แสนล้านเหรียญ จากเดิมอยู่ที่ เกินดุล 1.12 แสนล้านเหรียญ 

•  14 ม.ค. ยอดค้าปลีก พ.ย. สหรัฐฯ คาด +0.4%m-m

•  16 ม.ค. ผลผลิตอุตสาหกรรม พ.ย. สหรัฐฯ คาด +0.2%m-m  

•  13 ม.ค. รายงานนักท่องเที่ยวต่างชาติรายสัปดาห์ของไทย

หุ้นเด่นแนะนำ

•   ADVANC (TP26F-360):   กำไร 4Q25F เด่น+35%y-y, +3.4%q-q และให้ Yield สูง

•   BCP (TP26F-44):   มุมมองต่อต้นทุนน้ำมันระยะกลาง-ยาว ผสาน Yield เด่นเกินปีละ 4%

•   ITC(TP26F-20): กำไรกลับมาฟื้นตั้งแต่ 4Q25F แม้เงินบาทยังแข็ง และเด่นขึ้นช่วงถัดไป

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง