รีเซต

"Chanel" คืนฟอร์ม! ดีไซน์ใหม่ปลุกยอดขายโตสวนตลาดซบ

"Chanel" คืนฟอร์ม! ดีไซน์ใหม่ปลุกยอดขายโตสวนตลาดซบ
TNN ช่อง16
21 พฤษภาคม 2569 ( 15:51 )

แบรนด์แฟชันหรูจากปารีสอย่าง Chanel (ชาแนล) กลับมาอยู่ในจังหวะเติบโตอีกครั้ง หลังผลงานออกแบบของมัตติเยอ บลาซี ครีเอทีฟไดเรกเตอร์คนใหม่ สามารถดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหม่ที่ไม่เคยซื้อชาแนลมาก่อน และทำให้ความต้องการสินค้าเพิ่มขึ้นมากกว่าสินค้าที่มีจำหน่าย

ชาแนล รายงานรายได้ปี 2025 เพิ่มขึ้น ร้อยละ 2 เมื่อปรับผลกระทบจากค่าเงินแล้ว อยู่ที่ 19,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังจากในปี 2024 รายได้เคยลดลงร้อยละ 4.3 ในช่วงที่ตลาดลักชัวรีเริ่มแตะขีดจำกัด หลังแบรนด์หรูหลายรายปรับขึ้นราคาครั้งใหญ่ในยุคหลังโควิด

จุดเปลี่ยนสำคัญมาจากการเข้ามาของบลาซี ซึ่งรับตำแหน่งต่อจากเวอร์จินี วิยาร์ด และนำเสนอคอลเลกชันแรกเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เขาปรับภาพจำของชาแนลให้สดใสขึ้น แต่ยังไม่ทิ้งรากฐานคลาสสิกของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าหนังทรง Maxi Flapbag ราคาประมาณ 8,500 ดอลลาร์ รองเท้าทูโทนสีมิ้นต์เขียว-ดำ ราคาประมาณ 1,450 ดอลลาร์ รวมถึงแจ็กเก็ตทวีดสีสดและดีไซน์ขอบรุ่ยที่ตีความใหม่จากเสื้อทวีดระดับตำนานของชาแนล

ทันทีที่คอลเลกชันใหม่เข้าร้านเมื่อเดือนมีนาคม ลูกค้าจำนวนมากแห่ซื้อกระเป๋า รองเท้า และแจ็กเก็ตดีไซน์ใหม่ จนหลายชิ้นมีความต้องการสูงกว่าสินค้าที่มีในตลาด ปรากฏการณ์นี้ช่วยให้ชาแนลไม่เพียงรักษาฐานลูกค้าเดิม แต่ยังเปิดประตูสู่กลุ่มลูกค้าใหม่ที่ก่อนหน้านี้ยังไม่เคยตัดสินใจซื้อแบรนด์

ด้านกำไรจากการดำเนินงานของชาแนลเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 แตะ 4,700 ล้านดอลลาร์ แม้ยังต่ำกว่าระดับช่วงปี 2021-2023 แต่ถือเป็นสัญญาณสำคัญว่าแบรนด์เริ่มกลับมาเร่งเครื่องได้อีกครั้ง

เมื่อเทียบกับคู่แข่ง ชาแนลเติบโตช้ากว่าแอร์เมส ซึ่งยอดขายเพิ่มขึ้น ร้อยละ 9.8 แต่ทำผลงานได้ดีกว่ากลุ่มแฟชันและเครื่องหนังของ LVMH ซึ่งรวมถึงหลุยส์ วิตตอง และดิออร์ ที่ยอดขายลดลง ร้อยละ 5

ตลาดสหรัฐฯ เป็นแรงขับเคลื่อนหลักของชาแนล แม้เผชิญแรงกดดันจากมาตรการภาษีของทรัมป์ โดยยอดขายในภูมิภาคอเมริกาเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.2 ขณะที่เอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของชาแนล ลดลงเล็กน้อย ร้อยละ 0.8 และยุโรปเติบโต ร้อยละ 2.5

ชาแนลยังคงเดินหน้าขึ้นราคา โดยปี 2025 ปรับขึ้นราคาโดยรวมร้อยละ 3 และสินค้าแฟชัน ร้อยละ 2 พร้อมวางแผนปรับขึ้นในระดับใกล้เคียงกันในปีนี้ ขณะเดียวกันยังเดินหน้าขยายหน้าร้าน หลังเปิดร้านใหม่ 41 แห่งในปีที่แล้ว และมีแผนเปิดอีก 30 แห่งในปีนี้ รวมถึงบูติกแฟชันใหม่ 9 แห่งในสหรัฐฯ

ความสำเร็จของชาแนลสะท้อนว่า ตลาดลักชัวรีในยุคเศรษฐกิจชะลอตัวไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยโลโก้หรือราคาเพียงอย่างเดียว แต่ขับเคลื่อนด้วยความสดใหม่ของงานสร้างสรรค์ หากแบรนด์สามารถทำให้สินค้าคลาสสิกกลับมาดูน่าตื่นเต้นได้อีกครั้ง ผู้บริโภคยังพร้อมจ่าย แม้ค่าครองชีพสูงขึ้นและกำลังซื้อถูกบีบ

อีกด้านหนึ่ง กระแสชาแนลยังแรงจนแบรนด์แฟชันระดับแมสเริ่มออกสินค้ากลิ่นอายคล้ายกัน ตั้งแต่แจ็กเก็ตลายทวีด ไปจนถึงเสื้อครอปครีมกระดุมทอง สะท้อนว่าอิทธิพลของชาแนลไม่ได้หยุดอยู่แค่ตลาดลักชัวรี แต่กำลังไหลลงสู่ตลาดแฟชันกระแสหลักด้วย

การกลับมาเติบโตของชาแนลจึงไม่ใช่แค่ข่าวดีของแบรนด์เดียว แต่เป็นสัญญาณสำคัญของอุตสาหกรรมแฟชันหรูว่า แม้ตลาดจะยากขึ้น ลูกค้าจะเลือกมากขึ้น แต่แบรนด์ที่สร้างความอยากได้ใหม่ ยังมีโอกาสชนะในเกมลักชัวรีรอบต่อไป 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง