ความเข้าใจผิดของนักเล่นหุ้น

ความเข้าใจผิดของนักเล่นหุ้น
TNN Wealth
20 กรกฎาคม 2564 ( 09:16 )
26
ความเข้าใจผิดของนักเล่นหุ้น
 
นักเล่นหุ้นหลายคนก้าวเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้น โดยพกความเข้าใจมาไม่ถึง 10% แต่ก็แอบคาดหวังว่า 10%ที่ว่านั้นจะสามารถช่วยให้ตัวเองพอเอาตัวรอดได้บ้าง ทำกำไรได้นิดหน่อย ขอแค่ว่าถ้าตลาดจะสั่งสอนหรือให้บทเรียนอะไร ก็อย่าถึงกับเจ๊งหมดตัวเป็นพอ
 
 
“แต่ก็อย่างที่รู้ครับ....ตลาดหุ้นเก็บค่าความรู้เท่ากับเงินที่นักพนันหอบเข้ามาเสมอ”
 
 
เหตุที่ผมใช้คำว่า “นักพนัน” เพราะหลายคนเลือกที่จะเล่นหุ้นเหมือนเล่นพนัน คือ นำเงินมาลงทุนแบบวัดดวง ซึ่งในทางตรงกันข้าม ถ้าคุณเลือกที่จะเล่นหุ้นโดยใช้ความรู้ / ความเข้าใจ มาประกอบการวางแผนแบบเป็นขั้นเป็นตอน ตลาดหุ้นก็จะทยอยจ่ายผลตอบแทนให้กับคุณอย่างต่อเนื่อง ชนิดที่ว่าคุณจะหลงรักการลงทุนไปเลย
 
 
อ่านมาถึงตรงนี้ก็จะเกิดคำถามขึ้นในใจว่า “แล้วความรู้ที่ว่ามันคือเรื่องอะไรล่ะ?” เพราะส่วนใหญ่ความรู้ที่มีอยู่ ก็อาศัยอ่านจากบทความของผู้มีประสบการณ์แทบทั้งนั้น ซึ่งผมก็จะบอกว่า “เพราะอย่างนั้นนั่นแหล่ะครับถึงน่ากลัว” บางบทความถูกเขียนขึ้นมาจากโลกในอุดมคติของตัวผู้ถ่ายถอดล้วนๆ โดยใช้ไม่ได้จริงในโลกการลงทุน ซึ่งในบทความนี้ผมจะขอยกตัวอย่างข้อมูลผิดๆ ที่ผมพบเห็นบ่อยๆ ในโลก internet มาซัก 4 ข้อนะครับ
 
 
1.”เล่นหุ้นด้วยเงินเย็น ยิ่งถ้าทนถือได้นาน ยังไงก็ไม่เจ๊ง” :
ถ้าใครเขียนแบบนี้แปลว่าเขายังไม่เคยเจอ “หุ้นซิ่ง ลิ่งแล้วเพิ่มทุน” ภาษาหุ้นคือลากขึ้นไปเชือดบนดอย โดยหุ้นจะทำราคาไต่ไปทำ new high ชนิดที่คิดไม่ออกเลยว่ามันจะร่วงได้ยังไง แต่สุดท้ายจะจบลงที่มีคนเทขายทิ้งแบบราคาทำ lower low ลงมาเรื่อยๆ ลงจนเละติดฟลอร์ แล้วจากนั้นก็ไม่มีใครพูดถึงหุ้นตัวนั้นอีกเลย
 
 
2. “ถ้าเห็นชื่อนักลงทุนรายใหญ่ถืออยู่ให้ซื้อตามได้เลย” :
ต้องบอกเลยครับว่า มีบ่อยครั้งที่รายใหญ่โดนหลอกเข้าไปติดดอย บางคนต้องยอมกลืนเลือดถือหุ้นไปเพื่อรอเวลาหนีออก ซึ่งถ้าจะมองว่าเขาโดนไปเต็มๆ ก็ไม่ถูกหนัก เพราะส่วนใหญ่เขาจะได้หุ้นมาด้วยเงื่อนไขพิเศษ เช่น ซื้อหุ้นแถม Warrant หรือไม่ก็ BigLot ราคาพิเศษ ไปจนถึงสิ่งตอบแทนนอกตลาด
 
 
ดังนั้นไม่ต้องไปห่วงรายใหญ่เขาหรอกครับ ห่วงรายย่อยที่ถือคติ “เดินตามผู้ใหญ่หมาไม่กัด”ดีกว่า เพราะหมามันไม่กัดผู้ใหญ่หรอกครับ แต่มันจะขย้ำเด็กจนเลือดสาดเลย
 
 
3.”ฟังข่าว / รอผลการประชุม ปรับขึ้น-ปรับลดอัตราดอกเบี้ย” : มีช่วงหนึ่งตลาด DowJone กำลังขึ้นอยู่ ทันทีที่ Fed ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ย Dowjone ก็ทิ้งดิ่งทันที และมีนักวิเคราะห์ให้เหตุผลออกมาว่า “การประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ย เหมือนเป็นความพยายามดึงเงินออกเพื่อลดความร้อนแรงของตลาด”
 
 
หลังจากนั้นผ่านไป 1 ปี ในขณะที่ตลาด Dowjone ร่วงลงอยู่นั้น ทันทีที่ Fed ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกมา Dowjone กลับพุ่งทะยานขึ้นทันที โดยมีข่าวแจ้งออกมาว่า “แม้ว่าตลาดช่วงนี้จะดูซบเซา แต่ทันทีที่ Fed ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยซึ่งเหมือนจะเป็นการซ้ำเติมตลาด แต่กลับทำให้นักลงทุนเกิดความเชื่อมั่นว่า สภาพเศรษฐกิจโดยรวมกำลังจะดีขึ้น Fed จึงประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ย”
สรุปคือ การประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ Fed นั้น จะขึ้นก็ได้ / จะลงก็ดี
 
 
4.”เอาค่าP/E, P/BV ของหุ้นที่จะซื้อ ไปเทียบกับ P/E, P/BV ของ SET” ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมวิธีนี้ถึงแพร่หลายนักในหมู่นักลงทุนหน้าใหม่ ฟังดูเหมือนความพยายามดิ้นรนนำความรู้มาเป็นเหตุผลในการเข้าซื้อหุ้น ผมขอยกตัวอย่างเปรียบเทียบอย่างง่าย ๆให้เห็นภาพนะครับ
 
 
รถคันนึงราคา 1,000,000 บ. ผู้ขายนำรถคันนั้นมาถอดแยกออกเป็นชิ้นหลักๆ ได้ 1,000 ชิ้น เช่น ฝากระโปรงหน้า, ประตู 4บาน, ล้อแม็ก 4ล้อ, หลังคา, เบาะภายใน, ฝาปิดท้าย, ฯลฯ ตกเฉลี่ยชิ้นละ 1,000บ.
 
 
จากนั้นคุณตัดสินใจขอซื้อเครื่องเสียงชั้นดีในราคา 1,500บ. แต่มีคนทักท้วงว่าอย่าซื้อเลย เพราะอุปกรณ์หลักๆของรถคันนี้ ราคาเฉลี่ยอยู่แค่ 1,000บ.เอง คุณกำลังซื้อแพงอยู่นะ
พอเขียนมาถึงตรงนี้ หลายคนอ่านแล้วอาจจะเถียงแย้งในใจว่า ไม่เห็นจะเกี่ยวกันเลย จะมาใช้วิธีคิดเปรียบเทียบแบบนี้ได้ยังไง
 
 
“ใช่ครับ ผมเห็นด้วย......คุณจะมาใช้วิธีคิดแบบนี้ได้ยังไง?”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง