นักวิทยาศาสตร์และนักอนุรักษ์มากกว่า 350 คน จาก 40 ประเทศ เตือน วาฬและโลมาเสี่ยงสูญพันธุ์

นักวิทยาศาสตร์และนักอนุรักษ์มากกว่า 350 คน จาก 40 ประเทศ เตือน วาฬและโลมาเสี่ยงสูญพันธุ์
ข่าวสด
11 ตุลาคม 2563 ( 20:15 )
87
นักวิทยาศาสตร์และนักอนุรักษ์มากกว่า 350 คน จาก 40 ประเทศ เตือน วาฬและโลมาเสี่ยงสูญพันธุ์

นักวิทยาศาสตร์และนักอนุรักษ์มากกว่า 350 คน จาก 40 ประเทศ เตือน วาฬและโลมาเสี่ยงสูญพันธุ์ - BBCไทย

 

นักวิทยาศาสตร์และนักอนุรักษ์มากกว่า 350 คน จาก 40 ประเทศ ร่วมลงนามในจดหมายเรียกร้องให้ทั่วโลกช่วยกันอนุรักษ์วาฬและปลาโลมา

 

พวกเขาบอกว่า สายพันธุ์มากกว่าครึ่งหนึ่งของวาฬและโลมาทั้งหมดอยู่ในภาวะน่ากังวล และมี 2 สายพันธุ์ด้วยกันที่เสี่ยงสูญพันธ์มาก

 

จดหมายฉบับนี้ระบุว่า การไม่จัดการกับสภาพทะเลที่เต็มไปด้วยมลพิษและถูกใช้ประโยชน์มากเกินไปจะทำให้วาฬและโลมาหลายสายพันธุ์สูญพันธุ์ภายในช่วงอายุเรานี้

 

และแม้แต่วาฬพันธุ์ขนาดใหญ่ที่เป็นที่รู้จักกันดีก็อาจเสี่ยงสูญพันธุ์ด้วย

 

PA Media
มีวาฬไรต์แอตแลนติกเหนือ (North Atlantic right whale) เหลืออยู่แค่ไม่กี่ร้อยตัวในโลก

 

ภัยคุกภามเพิ่มขึ้น

"Save the whales" หรือ "ช่วยกันรักษาวาฬ" เป็นสโลแกนของนักอนุรักษ์ที่คุ้นหูกันดีจากช่วงทศวรรษที่ 70-80 ซึ่งช่วยนำมาสู่การประกาศยุติการล่าวาฬเชิงพาณิชย์สำเร็จในเวลาต่อมา

แต่ตอนนี้ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเหล่านี้ต้องเผชิญกับภัยอันตรายใหม่ ๆ มากมายจากการกระทำของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นขยะพลาสติก การสูญเสียถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติ การถูกล่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และการถูกเรือที่แล่นผ่านชน

แต่ปัจจัยที่สร้างความเสียหายมากที่สุดในตอนนี้คือการไปติดอุปกรณ์จับปลาชนิดอื่น ๆ โดยบังเอิญ ซึ่งประเมินว่าสาเหตุที่ว่านี้ทำให้วาฬและปลาโลมาตายราว 3 แสนตัวต่อปี

นักวิทยาศาสตร์กลุ่มนี้ระบุว่า วาฬไรต์แอตแลนติกเหนือ (North Atlantic right whale) เหลืออยู่แค่ไม่กี่ร้อยตัวในโลก ส่วนโลมาวากีตา(vaquita) ซึ่งพบในอ่าวแคลิฟอร์เนีย อาจเหลือเพียงแค่ 10 ตัวในโลก

พวกเขาบอกว่าหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่สัตว์สองสายพันธุ์ที่ว่าจะหายไปตามโลมาไป๋จี (baiji) ซึ่งเคยพบได้ทั่วไปในแม่น้ำแยงซีแต่ตอนนี้เชื่อกันว่าสูญพันธุ์ไปแล้ว

 

Getty Images

 

ผู้เชี่ยวชาญจากสหราชอาณาจักร สหรัฐฯ เม็กซิโก แอฟริกาใต้ บราซิล และอื่น ๆ อีกมากมาย บอกว่าจริง ๆ แล้วการสูญเสียนี้สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่ไม่มีแรงผลักดันทางการเมืองมากพอ

 

ดร.ซูซาน ลิเบอร์แมน จากสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่าที่นิวยอร์ก บอกกับบีบีซีว่า "เป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลต้องพัฒนา ให้ทุน และใช้มาตรการที่จำเป็นในการปกป้องและรักษาสายพันธุ์ที่โดดเด่นเหล่านี้ พวกมันจะได้ไม่ถึงจุดจบเหมือนกับโลมาน้ำจืด ไป๋จี"

 

ซาราห์ โดล์แมน จากกลุ่มอนุรักษ์วาฬและโลมาในสหราชอาณาจักรบอกว่า การจับปลาเหล่านี้ไปพร้อมกับปลาอื่นโดยไม่ได้ตั้งใจเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ในน่านน้ำสหราชอาณาจักร โดยทำให้สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมรวมถึงสัตว์อื่น ๆ อาทิ แมวน้ำและนก หลายพันตัวต้องตายในแต่ละปี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง