ผ่าตัดตัดกระเพาะ เสี่ยงแค่ไหน ทำไมบางเคสเสียชีวิต

กรณี “อินฟลูเอนเซอร์ตัดกระเพาะแล้วเสียชีวิต” กลายเป็นประเด็นที่สังคมตั้งคำถามถึงความปลอดภัยของการผ่าตัดลดน้ำหนัก โดยเฉพาะการตัดกระเพาะอาหาร หรือ Sleeve gastrectomy ซึ่งแม้จะเป็นหัตถการที่ทำกันทั่วโลกและมีอัตราความปลอดภัยสูง แต่ก็ยังจัดเป็น “การผ่าตัดใหญ่” ที่มีความเสี่ยงร้ายแรงได้ในบางราย
บทความนี้สรุปข้อมูลทางการแพทย์ เพื่ออธิบายทั้งด้านประโยชน์และความเสี่ยงอย่างรอบด้าน
การตัดกระเพาะคืออะไร
การตัดกระเพาะ หรือ Sleeve gastrectomy คือการผ่าตัดนำกระเพาะอาหารส่วนโค้งด้านข้างออก เหลือเป็นกระเพาะทรงหลอดแคบลง ทำให้
- ปริมาณอาหารที่รับประทานได้ลดลง
- ฮอร์โมนกระตุ้นความหิวลดลง
- น้ำหนักลดลงอย่างมีนัยสำคัญในผู้ที่มีภาวะอ้วนมาก
จัดอยู่ในกลุ่มผ่าตัดลดน้ำหนัก (Bariatric surgery) เช่นเดียวกับการบายพาสกระเพาะและการรัดกระเพาะ แต่ไม่เปลี่ยนเส้นทางลำไส้เหมือนบายพาส
อัตราเสียชีวิตสูงหรือไม่
ข้อมูลจากงานวิจัยขนาดใหญ่หลายแสนเคสทั่วโลก พบว่า
• อัตราเสียชีวิตภายใน 30 วันหลังผ่าตัด อยู่ราว 0.04–0.22%
หรือประมาณ 4–22 รายต่อ 10,000 เคส
• ค่าเฉลี่ยที่รายงานบ่อยอยู่ประมาณ 0.08%
หรือ 8 รายต่อ 10,000 เคส
• ต่ำกว่าการผ่าตัดบายพาสกระเพาะ (0.2–0.3%)
ตัวเลขดังกล่าวถือว่าค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับการผ่าตัดใหญ่บางประเภท แต่ก็ไม่ใช่ศูนย์
ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่อาจทำให้เสียชีวิต
ภาวะแทรกซ้อนที่พบว่าเป็นสาเหตุสำคัญ ได้แก่
1. แผลรั่วจากแนวเย็บกระเพาะ
น้ำย่อยและเชื้อแบคทีเรียรั่วเข้าสู่ช่องท้อง ทำให้เกิดการติดเชื้อรุนแรง และอาจเข้าสู่ภาวะช็อกจากการติดเชื้อ
2. เลือดออกมาก
อาจเกิดในช่องท้องหรือในกระเพาะ หากไม่ได้รับการแก้ไขทันเวลา อาจช็อกจากเสียเลือด
3. ลิ่มเลือดอุดตันในปอด (Pulmonary Embolism)
เป็นภาวะที่ลิ่มเลือดจากขาหลุดไปอุดหลอดเลือดปอด ทำให้หายใจล้มเหลวเฉียบพลัน
4. ภาวะหัวใจล้มเหลวหลังผ่าตัด
พบได้ในผู้ที่มีโรคหัวใจ เบาหวาน หรือความดันสูงเดิม
สิ่งที่น่ากังวลคือ ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงหลายกรณีเกิดหลังผู้ป่วยกลับบ้านแล้ว ไม่ใช่ขณะนอนโรงพยาบาล
ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยง
ความเสี่ยงไม่ได้เท่ากันในทุกคน ปัจจัยสำคัญ ได้แก่
• BMI สูงมาก
• มีโรคร่วม เช่น เบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ โรคปอด
• อายุสูง
• ศัลยแพทย์หรือศูนย์ผ่าตัดไม่มีประสบการณ์เพียงพอ
• ไม่มาตรวจตามนัดหลังผ่าตัด
กรณีที่สังคมให้ความสนใจ เช่น เคสอินฟลูเอนเซอร์ต่างประเทศที่เดินทางไปผ่าตัดต่างประเทศ ราคาถูก และเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง สะท้อนความเสี่ยงของ “ทัวร์ศัลยกรรม” ที่ขาดระบบติดตามหลังผ่าตัด
ด้านประโยชน์ที่ไม่ควรมองข้าม
แม้จะมีความเสี่ยง แต่ในกลุ่มผู้ป่วยอ้วนมาก (BMI 40 ขึ้นไป หรือ BMI 35 ร่วมกับโรคร่วม)
การตัดกระเพาะช่วยให้
• น้ำหนักลดลงมากและยั่งยืน
• เบาหวานชนิดที่ 2 ดีขึ้นหรือหยุดยาได้บางราย
• ความดัน ไขมันสูงลดลง
• ลดความเสี่ยงโรคหัวใจในระยะยาว
งานวิจัยระยะยาวพบว่า ผู้ป่วยอ้วนรุนแรงที่ได้รับการผ่าตัด มีอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดต่ำกว่าผู้ที่ไม่ได้ผ่าตัดในช่วงหลายปีถัดมา
จึงเป็นการชั่งน้ำหนักระหว่าง “ความเสี่ยงระยะสั้นจากการผ่าตัด” กับ “ความเสี่ยงระยะยาวจากโรคอ้วน”
เช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจผ่าตัด
ประชาชนควรถามข้อมูลต่อไปนี้ก่อนตัดสินใจ
• ศัลยแพทย์เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมโรคอ้วนหรือไม่
• โรงพยาบาลมีมาตรฐานรองรับภาวะแทรกซ้อนฉุกเฉินหรือไม่
• มีการประเมินหัวใจ ปอด และโรคร่วมครบถ้วนหรือไม่
• มีทีมโภชนาการและการติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่
• เข้าใจตัวเลขความเสี่ยงจริงหรือยัง
อาการที่ต้องรีบพบแพทย์หลังผ่าตัด ได้แก่ ปวดท้องรุนแรง ไข้สูง หายใจลำบาก แน่นหน้าอก ขาบวมผิดปกติ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
