รีเซต

ผ่าตัดตัดกระเพาะ เสี่ยงแค่ไหน ทำไมบางเคสเสียชีวิต

ผ่าตัดตัดกระเพาะ เสี่ยงแค่ไหน ทำไมบางเคสเสียชีวิต
TNN ช่อง16
16 กุมภาพันธ์ 2569 ( 14:31 )
7

กรณี “อินฟลูเอนเซอร์ตัดกระเพาะแล้วเสียชีวิต” กลายเป็นประเด็นที่สังคมตั้งคำถามถึงความปลอดภัยของการผ่าตัดลดน้ำหนัก โดยเฉพาะการตัดกระเพาะอาหาร หรือ Sleeve gastrectomy ซึ่งแม้จะเป็นหัตถการที่ทำกันทั่วโลกและมีอัตราความปลอดภัยสูง แต่ก็ยังจัดเป็น “การผ่าตัดใหญ่” ที่มีความเสี่ยงร้ายแรงได้ในบางราย

บทความนี้สรุปข้อมูลทางการแพทย์ เพื่ออธิบายทั้งด้านประโยชน์และความเสี่ยงอย่างรอบด้าน

การตัดกระเพาะคืออะไร

การตัดกระเพาะ หรือ Sleeve gastrectomy คือการผ่าตัดนำกระเพาะอาหารส่วนโค้งด้านข้างออก เหลือเป็นกระเพาะทรงหลอดแคบลง ทำให้

  • ปริมาณอาหารที่รับประทานได้ลดลง
  • ฮอร์โมนกระตุ้นความหิวลดลง
  • น้ำหนักลดลงอย่างมีนัยสำคัญในผู้ที่มีภาวะอ้วนมาก

จัดอยู่ในกลุ่มผ่าตัดลดน้ำหนัก (Bariatric surgery) เช่นเดียวกับการบายพาสกระเพาะและการรัดกระเพาะ แต่ไม่เปลี่ยนเส้นทางลำไส้เหมือนบายพาส

อัตราเสียชีวิตสูงหรือไม่

ข้อมูลจากงานวิจัยขนาดใหญ่หลายแสนเคสทั่วโลก พบว่า

 • อัตราเสียชีวิตภายใน 30 วันหลังผ่าตัด อยู่ราว 0.04–0.22%

หรือประมาณ 4–22 รายต่อ 10,000 เคส

 • ค่าเฉลี่ยที่รายงานบ่อยอยู่ประมาณ 0.08%

หรือ 8 รายต่อ 10,000 เคส

 • ต่ำกว่าการผ่าตัดบายพาสกระเพาะ (0.2–0.3%)

ตัวเลขดังกล่าวถือว่าค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับการผ่าตัดใหญ่บางประเภท แต่ก็ไม่ใช่ศูนย์

ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่อาจทำให้เสียชีวิต

ภาวะแทรกซ้อนที่พบว่าเป็นสาเหตุสำคัญ ได้แก่

1. แผลรั่วจากแนวเย็บกระเพาะ

น้ำย่อยและเชื้อแบคทีเรียรั่วเข้าสู่ช่องท้อง ทำให้เกิดการติดเชื้อรุนแรง และอาจเข้าสู่ภาวะช็อกจากการติดเชื้อ

2. เลือดออกมาก

อาจเกิดในช่องท้องหรือในกระเพาะ หากไม่ได้รับการแก้ไขทันเวลา อาจช็อกจากเสียเลือด

3. ลิ่มเลือดอุดตันในปอด (Pulmonary Embolism)

เป็นภาวะที่ลิ่มเลือดจากขาหลุดไปอุดหลอดเลือดปอด ทำให้หายใจล้มเหลวเฉียบพลัน

4. ภาวะหัวใจล้มเหลวหลังผ่าตัด

พบได้ในผู้ที่มีโรคหัวใจ เบาหวาน หรือความดันสูงเดิม

สิ่งที่น่ากังวลคือ ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงหลายกรณีเกิดหลังผู้ป่วยกลับบ้านแล้ว ไม่ใช่ขณะนอนโรงพยาบาล

ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยง

ความเสี่ยงไม่ได้เท่ากันในทุกคน ปัจจัยสำคัญ ได้แก่

 • BMI สูงมาก

 • มีโรคร่วม เช่น เบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ โรคปอด

 • อายุสูง

 • ศัลยแพทย์หรือศูนย์ผ่าตัดไม่มีประสบการณ์เพียงพอ

 • ไม่มาตรวจตามนัดหลังผ่าตัด

กรณีที่สังคมให้ความสนใจ เช่น เคสอินฟลูเอนเซอร์ต่างประเทศที่เดินทางไปผ่าตัดต่างประเทศ ราคาถูก และเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง สะท้อนความเสี่ยงของ “ทัวร์ศัลยกรรม” ที่ขาดระบบติดตามหลังผ่าตัด

ด้านประโยชน์ที่ไม่ควรมองข้าม

แม้จะมีความเสี่ยง แต่ในกลุ่มผู้ป่วยอ้วนมาก (BMI 40 ขึ้นไป หรือ BMI 35 ร่วมกับโรคร่วม)

การตัดกระเพาะช่วยให้

 • น้ำหนักลดลงมากและยั่งยืน

 • เบาหวานชนิดที่ 2 ดีขึ้นหรือหยุดยาได้บางราย

 • ความดัน ไขมันสูงลดลง

 • ลดความเสี่ยงโรคหัวใจในระยะยาว

งานวิจัยระยะยาวพบว่า ผู้ป่วยอ้วนรุนแรงที่ได้รับการผ่าตัด มีอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดต่ำกว่าผู้ที่ไม่ได้ผ่าตัดในช่วงหลายปีถัดมา

จึงเป็นการชั่งน้ำหนักระหว่าง “ความเสี่ยงระยะสั้นจากการผ่าตัด” กับ “ความเสี่ยงระยะยาวจากโรคอ้วน”

เช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจผ่าตัด

ประชาชนควรถามข้อมูลต่อไปนี้ก่อนตัดสินใจ

 • ศัลยแพทย์เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมโรคอ้วนหรือไม่

 • โรงพยาบาลมีมาตรฐานรองรับภาวะแทรกซ้อนฉุกเฉินหรือไม่

 • มีการประเมินหัวใจ ปอด และโรคร่วมครบถ้วนหรือไม่

 • มีทีมโภชนาการและการติดตามหลังผ่าตัดหรือไม่

 • เข้าใจตัวเลขความเสี่ยงจริงหรือยัง

อาการที่ต้องรีบพบแพทย์หลังผ่าตัด ได้แก่ ปวดท้องรุนแรง ไข้สูง หายใจลำบาก แน่นหน้าอก ขาบวมผิดปกติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง