"ออมสิน"ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม พักหนี้ 3 เดือน ดอกเบี้ย 0%

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารได้จัดทำแผนรองรับภัยพิบัติไว้ล่วงหน้า เพื่อช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและวิกฤตต่าง ๆ โดยแบ่งมาตรการออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ มาตรการพักชำระหนี้ เพื่อลดภาระของลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ // มาตรการฟื้นฟู เพื่อช่วยให้ประชาชนและผู้ประกอบการกลับมาประกอบอาชีพได้อีกครั้ง
ทั้ง 2 ส่วนครอบคลุมกลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่ ผู้ประกอบการรายย่อย และลูกค้ารายย่อย รวมทั้งหมด 7 แพ็กเกจ ทั้งนี้ เงินช่วยเหลือจากภาครัฐ เช่น เงินเยียวยา 9,000 บาท หรือวงเงินช่วยเหลือไม่เกิน 100,000 บาท เป็นคนละส่วนกับวงเงินสินเชื่อของธนาคาร
พักหนี้ 3 เดือน ลดภาระผู้ประสบภัย
หนึ่งในมาตรการสำคัญคือการพักชำระหนี้ให้แก่ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม โดยธนาคารจะช่วยลดภาระการผ่อนชำระในช่วง 3 เดือนแรก และมีมาตรการดอกเบี้ย 0% ตามเงื่อนไขของแต่ละโครงการ เพื่อให้ลูกค้ามีเวลาในการฟื้นฟูบ้าน ร้านค้า และอาชีพ
มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อไม่ให้ผู้ประสบภัยต้องเร่งหาเงินมาชำระหนี้ในช่วงที่รายได้หยุดชะงัก โดยเฉพาะกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า ผู้ประกอบอาชีพอิสระ และธุรกิจขนาดเล็กที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม
สินเชื่อฟื้นฟู เติมเงินทุนซื้อสินค้าเข้าร้าน
สำหรับร้านค้ารายย่อยที่ได้รับความเสียหาย ธนาคารออมสินเปิดให้กู้เงินเพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนในการฟื้นฟูกิจการ เช่น ซื้อสินค้าเข้าสต๊อก จัดหาอุปกรณ์ใหม่ หรือซ่อมแซมพื้นที่ประกอบธุรกิจ
กลุ่มเป้าหมายรวมถึงร้านซ่อมรถ ร้านค้าชุมชน และผู้ประกอบการรายย่อยที่สินค้าหรืออุปกรณ์ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม โดยการพิจารณาสินเชื่อจะให้ความสำคัญกับระดับความเดือดร้อนและพฤติกรรมการชำระเงินของลูกค้า ไม่ได้พิจารณาจากหลักทรัพย์ค้ำประกันเพียงอย่างเดียว
สินเชื่อหมุนเวียนสูงสุด 50,000 บาท ไม่ต้องค้ำ
ธนาคารได้นำโครงการสินเชื่อหมุนเวียน หรือ “นกกระซิบ” มาปรับใช้เพื่อช่วยเหลือร้านค้าและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เบื้องต้นมีผู้ยื่นความประสงค์ขอสินเชื่อแล้วประมาณ 4,000 ราย และคาดว่าจะอนุมัติได้ประมาณ 3,000 ราย
รายละเอียดสำคัญของสินเชื่อ ได้แก่ วงเงินสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาทต่อราย ไม่ต้องใช้หลักประกัน ตามหลักเกณฑ์ของโครงการ เหมาะสำหรับใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนและเติมสต๊อกสินค้า หากต้องการวงเงินมากกว่า 50,000 บาท ธนาคารมีแพ็กเกจสินเชื่ออื่นรองรับ พิจารณาจากพฤติกรรมลูกค้าและประวัติการชำระหนี้
ผู้ขอสินเชื่อต้องไม่เป็นหนี้เสีย หรือ NPL
สินเชื่อประเภทนี้เป็นวงเงินหมุนเวียน เมื่อผู้กู้เบิกเงินไปใช้และนำมาชำระคืนแล้ว สามารถนำวงเงินกลับมาใช้ใหม่ได้ตามเงื่อนไขของธนาคาร จึงมีความยืดหยุ่นกว่าสินเชื่อแบบก้อนที่ต้องผ่อนชำระเป็นระยะเวลานาน
ใช้ยอดขายผ่าน QR ประเมินความสามารถ
จุดเด่นอีกประการคือการใช้ข้อมูลยอดขายผ่าน QR Code มาช่วยประเมินรายได้ของร้านค้า หากร้านค้าใช้ QR Code ของธนาคารในการรับชำระเงิน ธนาคารจะสามารถเห็นความต่อเนื่องของยอดขายและนำข้อมูลดังกล่าวมาประกอบการพิจารณาสินเชื่อ
หากยอดขายเพิ่มขึ้นและธุรกิจมีแนวโน้มฟื้นตัว ธนาคารอาจพิจารณาขยายวงเงินให้ในอนาคตตามความเหมาะสม ขณะที่ผู้กู้สามารถนำรายได้จากการขายมาชำระคืนได้ทันที ช่วยลดภาระดอกเบี้ยและไม่ทำให้ดอกเบี้ยสะสมเป็นเวลานาน
ออมสินย้ำแนวทางดอกเบี้ยต่ำ
ธนาคารออมสินยืนยันนโยบายกำหนดอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำ เพื่อช่วยให้ประชาชนและผู้ประกอบการรายเล็กสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น โดยอัตราดอกเบี้ยของธนาคารอยู่ที่ประมาณ 1.7% เมื่อเทียบกับอัตราต่ำสุดของธนาคารอื่นที่อยู่ราว 2.8% และธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่บางแห่งที่มีอัตราสูงสุดประมาณ 4%
ธนาคารระบุว่าไม่ได้มุ่งเน้นการเพิ่มส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ หรือ NIM และไม่ได้ตั้งเป้าหมายกำไรสูงสุดเป็นหลัก แต่ต้องการรักษาสมดุลของระบบการเงินและช่วยให้ลูกค้าสามารถชำระคืนเงินต้นได้จริง
แนวคิดดังกล่าวแตกต่างจากการคิดดอกเบี้ยสูงกับกลุ่มลูกค้าที่มีความเสี่ยง เพราะเมื่อค่างวดสูงเกินไป ผู้กู้อาจมีเงินจ่ายเพียงดอกเบี้ย แต่ไม่สามารถลดเงินต้นได้ และท้ายที่สุดอาจกลายเป็นหนี้เสีย ออมสินจึงเลือกใช้อัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมและค่างวดที่ไม่หนักเกินไป เพื่อให้ลูกค้ามีโอกาสฟื้นตัวและกลับมาชำระหนี้ได้ตามปกติ
เดินหน้าช่วยคนตัวเล็กและผู้ไม่มีหลักประกัน
ออมสินยังคงเน้นปล่อยสินเชื่อให้กับกลุ่มที่เข้าถึงสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ได้ยาก โดยใช้แนวคิด “กู้น้อย ๆ กู้บ่อย ๆ” แทนการปล่อยกู้วงเงินใหญ่ระยะยาวเพียงครั้งเดียว เพื่อให้ผู้กู้สามารถกู้ตามความจำเป็น ชำระคืนตามกำลัง และค่อย ๆ ต่อยอดธุรกิจ
กลุ่มเป้าหมายสำคัญ ได้แก่
พ่อค้าแม่ค้าและผู้ประกอบอาชีพอิสระ
ร้านค้าในตลาดสดและธุรกิจชุมชน
ผู้ประกอบการ SME ที่ไม่มีหลักประกัน
ลูกค้าที่หลุดออกจากระบบสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์
ผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติหรือวิกฤตซ้ำซ้อน
สำหรับโครงการสินเชื่อ QR มหาเฮง มีผู้ยื่นขอสินเชื่อประมาณ 4,000 ราย โดยมีอัตราการปฏิเสธต่ำกว่า 20% ส่วนใหญ่ติดเงื่อนไขด้านหนี้เสียหรือเครดิตบูโรตามหลักเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย
ออมสินยืนยันไม่ลดสาขา
ในฐานะ Social Bank ธนาคารออมสินยืนยันว่าไม่มีนโยบายลดจำนวนสาขา และอาจพิจารณาเพิ่มสาขาในพื้นที่ที่มีความจำเป็น โดยเฉพาะต่างจังหวัดที่ลูกค้าจำนวนมากยังคุ้นเคยกับการติดต่อผ่านเจ้าหน้าที่และหน้าเคาน์เตอร์
สาขายังมีบทบาทสำคัญในการช่วยป้องกันการหลอกลวงทางการเงิน เช่น การช่วยเหลือลูกค้าที่กำลังถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกให้โอนเงินจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ธนาคารสามารถตรวจสอบความผิดปกติและเข้าระงับธุรกรรมได้อย่างทันท่วงที
ร่วมมือกับพันธมิตร ฟื้นฟูเศรษฐกิจ
ธนาคารออมสินมองว่าการที่ธนาคารขนาดใหญ่และบริษัทสินเชื่อเข้ามาร่วมช่วยเหลือประชาชน เป็นการ “ช่วยกันสร้าง” และทำให้ภารกิจช่วยเหลือกระจายตัวมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องให้ธนาคารออมสินรับภาระเพียงแห่งเดียว
นอกจากนี้ ธนาคารยังเดินหน้าทำงานร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ เช่น บริษัทบางจาก รวมถึงใช้บริษัทในเครือเข้ามาเติมเต็มงานที่ธนาคารไม่ได้ดำเนินการโดยตรง ทั้งด้านสินเชื่อ การบริหารหนี้ และการลงทุน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการเข้าถึงประชาชนทั่วไป ควบคู่กับการดูแลผลตอบแทนและการคุ้มครองเงินต้นของผู้ลงทุน
มาตรการทั้ง 7 แพ็กเกจจึงถือเป็นแนวทางสำคัญของธนาคารออมสินในการช่วยให้ประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อยผ่านพ้นวิกฤตน้ำท่วม ตั้งแต่การพักหนี้ ลดดอกเบี้ย ไปจนถึงการเติมเงินทุนเพื่อให้กลับมาเปิดร้านและสร้างรายได้ได้อีกครั้ง ทั้งนี้ ผู้สนใจควรตรวจสอบคุณสมบัติ เงื่อนไข และช่วงเวลารับสมัครกับธนาคารออมสินโดยตรงก่อนยื่นขอสินเชื่อ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
