รีเซต

ไทยเร่งเดินหน้า "สมดุลความมั่นคงอาหาร" เติมช่องว่างวัตถุดิบอาหารสัตว์ นำเข้าข้าวโพดสหรัฐฯ ไม่กระทบเกษตรกรไทย

ไทยเร่งเดินหน้า "สมดุลความมั่นคงอาหาร" เติมช่องว่างวัตถุดิบอาหารสัตว์ นำเข้าข้าวโพดสหรัฐฯ ไม่กระทบเกษตรกรไทย
TNN ช่อง16
12 พฤษภาคม 2569 ( 10:32 )

“ความมั่นคงทางอาหาร”ของประเทศ เป็นประเด็นสำคัญสำหรับทั่วโลก ณ เวลานี้ ภายใต้แรงกดดันจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลก ภูมิรัฐศาสตร์ และความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทานที่ยังผันผวน 


ดังนั้นล่าสุดการที่คณะภาครัฐและเอกชนไทย หรือทีมไทยแลนด์พลัส นำโดย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เดินทางเยือนสหรัฐอเมริกา เพื่อเข้าร่วมงาน SelectUSA Investment Summit 2026 จึงถูกจับตาไปที่ความเคลื่อนไหวหลายด้าน 


ไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านการค้าเท่านั้น แต่เชื่อมโยงไปถึงความมั่นคงอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งแนวทางบริหารจัดการวัตถุดิบอาหารสัตว์ของไทย โดยเฉพาะการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐฯ ภายใต้กรอบองค์การการค้าโลก หรือ WTO 


ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย หรือ KResearch ระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีความต้องการใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และวัตถุดิบทดแทนรวมประมาณ 8.7–8.9 ล้านตันต่อปี ขณะที่ผลผลิตภายในประเทศมีเพียงประมาณ 4.7–5.2 ล้านตัน หรือคิดเป็นราว 54% ของความต้องการทั้งหมด ส่งผลให้ไทยยังมีช่องว่างวัตถุดิบอีกประมาณ 3–4 ล้านตันต่อปี และจำเป็นต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เมียนมา ลาว และกัมพูชา รวมถึงการนำเข้าข้าวสาลีเพื่อใช้ทดแทนในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์


ด้วยเหตุนี้ การนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐฯ จำนวน 1 ล้านตัน จึงถูกมองว่าเป็นการเติมเต็มวัตถุดิบที่ขาดในระบบ มากกว่าจะเข้ามาแทนผลผลิตของเกษตรกรไทยโดยตรง โดยยังช่วยรักษาเสถียรภาพต้นทุนอาหารสัตว์และราคาอาหารของประเทศในระยะยาว


KResearch ประเมินว่า ข้าวโพดจากสหรัฐฯ จะเข้ามาทดแทนการใช้ข้าวสาลีและการนำเข้าบางส่วนจากต่างประเทศ มากกว่าจะกระทบต่อผลผลิตของเกษตรกรไทยโดยตรง อีกทั้งการนำเข้าจะดำเนินการในช่วงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 30 มิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงก่อนผลผลิตข้าวโพดของเกษตรกรไทยออกสู่ตลาดประมาณ 2 เดือน เพื่อลดผลกระทบต่อฤดูกาลจำหน่ายผลผลิตภายในประเทศ


ขณะเดียวกัน มาตรการคุ้มครองเกษตรกรไทยยังคงดำเนินต่อเนื่อง โดยกำหนดให้ผู้นำเข้าต้องรับซื้อข้าวโพดในประเทศในสัดส่วน 3 ต่อ 1 หรือซื้อข้าวโพดไทย 3 ส่วน ต่อการนำเข้า 1 ส่วน เพื่อช่วยดูดซับผลผลิตภายในประเทศก่อน

นายกรนิจ โนนจุ้ย ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ และโฆษกกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า การนำเข้าข้าวโพด 1 ล้านตันจากสหรัฐฯ “ไม่ได้แย่งตลาดเกษตรกรไทย” แต่เป็นการเติมเต็มในส่วนที่ประเทศไทยยังขาดอยู่ เพื่อรักษาเสถียรภาพอาหารสัตว์และราคาอาหารทั้งระบบ พร้อมย้ำว่า การนำเข้าข้าวโพดไม่ใช่เรื่องใหม่ เนื่องจากประเทศไทยมีการนำเข้าอย่างต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว


อีกปัจจัยสำคัญ คือราคาข้าวโพดจากสหรัฐฯ ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 254 ดอลลาร์ต่อตัน ต่ำกว่าการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน และต่ำกว่าราคาข้าวสาลีที่อยู่ราว 320 ดอลลาร์ต่อตัน ทำให้สามารถช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ได้


ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า หากไทยสามารถนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐฯ ได้ จะช่วยลดต้นทุนอาหารสัตว์ได้ประมาณ 8% ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนของสินค้าอาหารสำคัญ เช่น เนื้อไก่ เนื้อหมู ไข่ และนม รวมถึงช่วยรักษาเสถียรภาพด้านราคาอาหารของประเทศในภาพรวม


ปัจจุบัน ประเทศไทยมีการนำเข้าข้าวโพดจากต่างประเทศอยู่แล้วปีละประมาณ 1–2 ล้านตัน ส่วนใหญ่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน ภายใต้กรอบการค้า AFTA ดังนั้น การนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐฯ ในครั้งนี้ จึงถูกมองว่าเป็นอีกหนึ่งกลไกบริหารวัตถุดิบอาหารสัตว์ เพื่อรองรับความต้องการใช้ภายในประเทศที่ยังสูงกว่าปริมาณผลผลิตในประเทศอย่างต่อเนื่อง

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง