รีเซต

เปิด 8 กลุ่มพืชเศรษฐกิจไทย วิจัยพัฒนาสายพันธุ์เพิ่มศักยภาพเกษตร

เปิด 8 กลุ่มพืชเศรษฐกิจไทย วิจัยพัฒนาสายพันธุ์เพิ่มศักยภาพเกษตร
TNN ช่อง16
23 ตุลาคม 2569 ( 11:17 )
15

ไทยพัฒนาพันธุ์พืชต่อเนื่อง ทั้งภาครัฐ มหาวิทยาลัย และเอกชน

ประเทศไทยมีการวิจัยและปรับปรุงพันธุ์พืชมาอย่างยาวนาน โดยมีหน่วยงานภาครัฐ มหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย และภาคเอกชน ร่วมพัฒนาพันธุ์พืชให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่เพาะปลูก เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และตอบสนองความต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ตัวอย่างงานวิจัยของไทยครอบคลุม 8 กลุ่มพืชสำคัญ ตั้งแต่ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพด ปาล์มน้ำมัน พริกและมะเขือเทศ กล้วยไม้ ไปจนถึงกะเพรา โดยมีทั้งพันธุ์ที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานรัฐ พันธุ์ลูกผสมที่พัฒนาเพื่อการค้า และพันธุ์ที่ได้รับการจดทะเบียนคุ้มครองแล้วตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม การรับรองพันธุ์พืช การขึ้นทะเบียนพันธุ์ และการจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ เป็นกระบวนการที่มีหลักเกณฑ์และวัตถุประสงค์แตกต่างกัน การที่พืชชนิดหนึ่งได้รับการพัฒนาสายพันธุ์ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับสิทธิคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่โดยอัตโนมัติ

เปิด 8 กลุ่มพืชที่ไทยวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์

1. ข้าว – พัฒนาพันธุ์เพิ่มผลผลิตและคุณภาพเมล็ด

ข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศไทย โดยกรมการข้าวมีการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ข้าวอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น ข้าวพันธุ์ กข43 ซึ่งมีอายุเก็บเกี่ยวประมาณ 95 วัน และมีค่าดัชนีน้ำตาลอยู่ในระดับปานกลาง ขณะที่ข้าวพันธุ์ กข79 เป็นข้าวพื้นนุ่มที่มีศักยภาพให้ผลผลิตสูง โดยข้อมูลการทดสอบระบุผลผลิตได้ประมาณ 1 ตันต่อไร่ภายใต้สภาพการผลิตที่เหมาะสม

การพัฒนาพันธุ์ข้าวทั้งสองเป็นตัวอย่างของการนำงานวิจัยมาตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกัน ทั้งด้านคุณภาพการบริโภคและประสิทธิภาพการผลิต

2. อ้อย – พัฒนาพันธุ์รองรับอุตสาหกรรมน้ำตาล

การปรับปรุงพันธุ์อ้อยเป็นส่วนสำคัญของการเพิ่มประสิทธิภาพอุตสาหกรรมน้ำตาลและพลังงานชีวภาพ โดยกรมวิชาการเกษตรมีการแนะนำพันธุ์อ้อยให้เกษตรกรเลือกใช้ตามความเหมาะสมของพื้นที่ เช่น พันธุ์ขอนแก่น 3 และอู่ทอง 12

งานวิจัยมุ่งพัฒนาคุณสมบัติด้านผลผลิต คุณภาพอ้อย และการปรับตัวต่อสภาพแวดล้อม เพื่อสนับสนุนการผลิตวัตถุดิบให้กับภาคอุตสาหกรรม

3. มันสำปะหลัง – พัฒนาพันธุ์เพิ่มคุณภาพวัตถุดิบ

มันสำปะหลังเป็นพืชเศรษฐกิจที่ใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมแป้ง อาหารสัตว์ และพลังงาน โดยประเทศไทยมีการพัฒนาพันธุ์อย่างต่อเนื่อง เช่น ระยอง 72 และเกษตรศาสตร์ 50

การปรับปรุงพันธุ์ให้ความสำคัญกับปริมาณผลผลิต คุณภาพหัวมัน และปริมาณแป้ง เพื่อให้เกษตรกรสามารถเลือกใช้พันธุ์ที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และความต้องการของผู้รับซื้อ

4. ข้าวโพด – วิจัยทั้งข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และข้าวโพดหวาน

ประเทศไทยมีการพัฒนาพันธุ์ข้าวโพดเพื่อรองรับการใช้ประโยชน์หลายประเภท เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์พันธุ์นครสวรรค์ 3 ซึ่งพัฒนาสำหรับการผลิตวัตถุดิบอาหารสัตว์

ขณะที่ข้าวโพดหวานลูกผสมพันธุ์ กวก. ชัยนาท 2 ได้รับการพิจารณาให้เป็นพันธุ์รับรองจากกรมวิชาการเกษตรในปี 2558 โดยมุ่งพัฒนาคุณภาพฝักและลักษณะที่เหมาะสมกับการบริโภค

การวิจัยข้าวโพดทั้งสองประเภทช่วยเพิ่มทางเลือกให้เกษตรกรตามวัตถุประสงค์ของการผลิตและความต้องการของตลาด

5. ปาล์มน้ำมัน – พัฒนาพันธุ์ชุดสุราษฎร์ธานี 1–12

กรมวิชาการเกษตรมีการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ปาล์มน้ำมันอย่างต่อเนื่อง โดยมีพันธุ์ในชุดสุราษฎร์ธานี 1–12 รวมถึงพันธุ์ กวก. สุราษฎร์ธานี 10, กวก. สุราษฎร์ธานี 11 และ กวก. สุราษฎร์ธานี 12 ซึ่งมีข้อมูลรับรองพันธุ์ลงวันที่ 24 สิงหาคม 2566

การพัฒนาพันธุ์ปาล์มน้ำมันมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทะลายสดและน้ำมันปาล์ม พร้อมเพิ่มทางเลือกให้เกษตรกรสามารถเลือกพันธุ์ปลูกที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่

6. พริกและมะเขือเทศ – พัฒนาพันธุ์ลูกผสมเพื่อการค้า

พริกและมะเขือเทศเป็นกลุ่มพืชผักที่มีการวิจัยและปรับปรุงพันธุ์ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐ มหาวิทยาลัย และบริษัทเอกชน โดยเฉพาะการพัฒนาพันธุ์ลูกผสมที่ตอบสนองความต้องการของตลาด

งานวิจัยครอบคลุมคุณสมบัติด้านผลผลิต รูปทรง สี คุณภาพผล และความเหมาะสมกับสภาพการเพาะปลูก เพื่อเพิ่มทางเลือกให้เกษตรกรและผู้ประกอบการ

7. กล้วยไม้ – พัฒนาพันธุ์ลูกผสมเพิ่มโอกาสส่งออก

กล้วยไม้เป็นไม้ดอกเศรษฐกิจที่ประเทศไทยมีการพัฒนาพันธุ์ลูกผสมเพื่อการค้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นความหลากหลายของสี รูปทรง ขนาดดอก และคุณสมบัติที่เหมาะสมกับการผลิตไม้ตัดดอกและไม้กระถาง

การพัฒนาพันธุ์กล้วยไม้ช่วยเพิ่มความหลากหลายของสินค้า และสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการในตลาดไม้ดอกไม้ประดับทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ

8. กะเพรา – ซีพีแรมสนับสนุนวิจัยแก้วจุรี01–04 ได้รับคุ้มครองถึงปี 2579

กะเพราเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของพืชผักไทยที่มีการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ โดยบริษัท ซีพีแรม จำกัด เป็นผู้ให้ทุนสนับสนุนการวิจัยแก่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เพื่อพัฒนากะเพราพันธุ์แก้วจุรี01 แก้วจุรี02 แก้วจุรี03 และแก้วจุรี04 ก่อนดำเนินการจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่กับกรมวิชาการเกษตร โดยซีพีแรมเป็นผู้ทรงสิทธิในพันธุ์กะเพราทั้ง 4 พันธุ์

ข้อมูลจากกองคุ้มครองพันธุ์พืช กรมวิชาการเกษตร ระบุว่า กะเพราทั้ง 4 พันธุ์ได้รับการจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ในปี 2567 มีรายละเอียดดังนี้

พันธุ์กะเพราเลขทะเบียนระยะเวลาคุ้มครอง 
แก้วจุรี010895/256712 มี.ค. 2567 – 11 มี.ค. 2579
แก้วจุรี020911/256724 พ.ค. 2567 – 23 พ.ค. 2579
แก้วจุรี030912/256724 พ.ค. 2567 – 23 พ.ค. 2579
แก้วจุรี040913/256724 พ.ค. 2567 – 23 พ.ค. 2579

สิทธิดังกล่าวมีระยะเวลาคุ้มครอง 12 ปี โดยเกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์จากส่วนขยายพันธุ์ของกะเพราเฉพาะ 4 พันธุ์ตามขอบเขตที่กฎหมายกำหนด ไม่ได้ครอบคลุมกะเพราทุกสายพันธุ์ และไม่ได้หมายถึงการผูกขาดใบกะเพราที่จำหน่ายเพื่อบริโภคหรือใช้ประกอบอาหารทั่วไป

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ประเด็นการจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์กะเพราได้รับความสนใจจากสังคม หลังมูลนิธิชีววิถี หรือไบโอไทย เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการคุ้มครองพันธุ์ดังกล่าว ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ชี้แจงว่า การจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์กะเพราไม่ได้กระทบต่อประชาชนทั่วไปที่ปลูกหรือใช้กะเพราเพื่อการบริโภคตามปกติ

พันธุ์รับรองกับพันธุ์คุ้มครอง แตกต่างกันอย่างไร?

การวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชของประเทศไทยเกี่ยวข้องกับกฎหมายและกระบวนการทางราชการหลายประเภท ซึ่งมีวัตถุประสงค์แตกต่างกัน

การรับรองพันธุ์พืชโดยหน่วยงานภาครัฐ เป็นกระบวนการพิจารณาคุณสมบัติของพันธุ์ที่ผ่านการวิจัยและทดสอบ เพื่อแนะนำพันธุ์ที่เหมาะสมให้เกษตรกรนำไปใช้ประโยชน์

ส่วนการจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 เป็นกระบวนการให้สิทธิแก่ผู้ปรับปรุงพันธุ์ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด โดยต้องพิจารณาคุณสมบัติของพันธุ์พืชและดำเนินการตามขั้นตอนการจดทะเบียน

ดังนั้น พันธุ์ข้าว อ้อย ข้าวโพด หรือปาล์มน้ำมันที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานรัฐ ไม่จำเป็นต้องมีสถานะเดียวกับพันธุ์พืชที่ได้รับสิทธิคุ้มครองตามกฎหมาย

ขณะเดียวกัน การได้รับสิทธิคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ไม่ได้หมายถึงการผูกขาดพืชทั้งชนิด แต่เป็นสิทธิที่มีขอบเขตเกี่ยวข้องกับพันธุ์พืชเฉพาะตามที่กฎหมายกำหนด

กฎหมายไทยยังมีข้อยกเว้นสำหรับกิจกรรมบางประเภท เช่น การศึกษาวิจัย การใช้ที่ไม่ได้มุ่งประโยชน์ทางการค้า และการเก็บส่วนขยายพันธุ์ที่เกษตรกรผลิตเองไว้ใช้ปลูกต่อภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

งานวิจัยพันธุ์พืชเพิ่มโอกาสเกษตรไทยในอนาคต

การพัฒนาพันธุ์พืชของประเทศไทยมีบทบาทต่อการเพิ่มศักยภาพภาคเกษตร โดยเฉพาะการพัฒนาคุณภาพผลผลิต การเพิ่มทางเลือกให้เกษตรกร และการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง

หน่วยงานภาครัฐ เช่น กรมวิชาการเกษตรและกรมการข้าว รวมถึงมหาวิทยาลัยและภาคเอกชน ต่างมีบทบาทในการวิจัยและนำองค์ความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตั้งแต่การพัฒนาพันธุ์พืชอาหารหลักไปจนถึงพืชที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์

การต่อยอดงานวิจัยให้เกิดประโยชน์ในระดับเกษตรกร ควบคู่กับระบบรับรองพันธุ์และการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่เหมาะสม จะเป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยในระยะยาว

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง