รีเซต

PTGเข้มรักษาสภาพคล่อง ซุ่มเจรจา’นอนออยล์’3-4ดีล

PTGเข้มรักษาสภาพคล่อง ซุ่มเจรจา’นอนออยล์’3-4ดีล
ทันหุ้น
24 เมษายน 2569 ( 07:45 )

#PTG #ทันหุ้น - PTG คุมเข้มค่าใช้จ่าย เพื่อรักษาสภาพคล่อง รับมือความไม่แน่นอน จากสงครามตะวันออก   แต่ยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจนอนออยล์เหตุ สร้างความยั่งยืนในระยะยาว แย้มซุ่มดีลเจรจาซื้อธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่ม 3-4 ราย  ลุยเปิดสาขาร้านกาแฟพันธุ์ไทย หวังขึ้นแท่นเบอร์ 1 ภายใน  3-5 ปี  คาดปีนี้ราว 800 สาขา เน้นแฟรนไชส์มากขึ้น  ด้าน “ทริส” คงเรตติ้ง BBB+

นายรังสรรค์  พวงปราง  ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG  เปิดเผยว่าสถานการณ์สงครามสหรัฐกับอิหร่านยังมีความไม่แน่นนอนสูง ทำให้บริษัทต้องระมัดระวังมากขึ้น และรักษาสภาพคล่องทางการเงิน แต่หากเป็นโครงการที่ส่งผลดีกับบริษัทระยะยาวก็พร้อมในการลงทุน อย่างธุรกิจนอนออยล์บริษัทยังคงเดินหน้าขยายต่อเนื่อง  โดยขณะนี้บริษัทมีการเจรจาซื้อแบรนด์อาหารและเครื่องดื่มจำนวนมาก  ซึ่งมีดีลที่มีโอกาสได้ข้อสรุปประมาณ 3-4 ดีล  โดยแบรนด์อาหารและเครื่องดื่มที่เป็นรู้จัก และตอบโจทย์ 3 อ. คือ อิ่ม (จานใหญ่) อร่อย  ราคาเอื้อมถึง โดยปัจจุบันบริษัทมีแบรนด์อาหารและเครื่องดื่ม รวม 4 แบรนด์ คือ  ร้านกาแฟพันธุ์ไทย  คอฟฟี่วิลด์  ร้านซับเวย์ (Subway) ก๋วยเตี๋ยวเรือพระนคร

@เป้าขึ้นแท่นอันดับ 1

สำหรับร้านกาแฟพันธุ์ไทยบริษัทมีแผนขยายสาขาต่อเนื่อง เพราะบริษัทมีเป้าหมายเป็นร้านกาแฟที่มีสาขามากสุดเป็นอันดับ 1 ในประเทศไทย ภายใน 3-5 ปี โดยแต่ละปีขยายมากสุดประมาณ 1,000 สาขา  โดยปีนี้มีแผนขยายประมาณ 800 สาขา  จากสิ้นปี 2568 มีสาขาอยู่ที่ 2,151 สาขา  โดยจากสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนเกี่ยวกับสงครามที่มีผลกระทบภาพเศรษฐกิจนั้น รูปแบบการเปิดสาขาอาจจะต้องปรับเปลี่ยน จากเดิมที่บริษัทเน้นเปิดสาขาเอง  อาจจะต้องเน้นการเปิดแฟรนไชส์มากขึ้

นายรังสรรค์   กล่าวว่า งบลงทุนธุรกิจนอนออยล์ปีนี้ยังคงใช้ตามที่เคยประกาศเอาไว้ คือ 1,500–2,000 ล้านบาท โดยมีแผนขยายสาขา ร้านกาแฟพันธุ์ไทย เพิ่มไม่ต่ำกว่า 800 สาขา พร้อมเดินหน้าเปิดศูนย์บริการและซ่อมบำรุงรถยนต์ Autobacs ใหม่อีก 50 สาขา เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่เปิดใหม่ไม่ถึง 20 สาขา หลังปีที่ผ่านมาบริษัทพิจารณาความเหมาะสมในการขยายสาขาตามภาวะเศรษฐกิจ ทำให้การเปิดศูนย์บริการอยู่ในระดับจำกัด

ส่วนการขยายสาขาสถานีบริการน้ำมันปีนี้ อาจจะชะลอตัวลง โดยสาขาที่บริษัทจะเปิดนั้น บริษัทจะต้องมั่นใจว่า เป็นพื้นที่ ที่ใช่  เพราะปัจจุบันกระแสรถยนต์ไฟฟ้าเข้ามามีผลอย่างนัยสำคัญ จากที่บริษัทเห็นอัตราการเข้าชาร์จไฟของรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น  อาจจะต้องปรับขยายหัวชาร์จไฟฟ้ามากขึ้น

@เน้นบริหารสต๊อก

ด้านสถานการณ์ของสถานีบริการน้ำมัน ตอนนี้บริษัทจะเน้นเรื่องการบริหารสต๊อกเป็นสำคัญให้เพียงพอกับความต้องการเติมน้ำมันของลูกค้า และเน้นการดูแลลูกค้าโดยการจัดทำโปรโมชันผ่านบัตร  Max card ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกอยู่ที่  27 ล้านใบ ซึ่งรวมทั้งบัตรเขียวและบัตรแดง

อย่างไรก็ตามบริษัทอยู่ระหว่างการพัฒนาแพลตฟอร์ม และแอปพลิเคชันของบริษัท ให้ดียิ่งขึ้นให้สามารถรองรับความต้องและตอบโจทย์ลูกค้าในอนาคต เพราะบริษัทมีเป้าหมายที่จะไม่ใช่เป็นบริษัทน้ำมัน แต่มีเป้าหมายยกระดับบริษัทสู่การเป็น แพลตฟอร์ม ที่เชื่อมโยงสินค้าและบริการหลากหลายเข้าด้วยกัน ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม การเดินทางการบริการรถยนต์ บริการสถานีชาร์จไฟของรถไฟฟ้า

@ทริสคงเรตติ้ง BBB+

ทริสเรทติ้ง คงอันดับเครดิตองค์กรของ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ที่ระดับ “BBB+” ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” โดยอันดับเครดิตสะท้อนถึงสถานะทางการตลาดที่แข็งแกร่งของบริษัทซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนจากการมีเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ตลอดจนการขยายกิจการอย่างต่อเนื่องในธุรกิจที่ไม่ใช่น้ำมัน และโครงการสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตและการขายพ่วงผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม อันดับเครดิตก็มีข้อจำกัดจากการที่บริษัทมีการลงทุนขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากกลยุทธ์การเติบโตของบริษัท และการแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน นอกจากนี้ การพิจารณาอันดับเครดิตยังคำนึงถึงความเสี่ยงจากการแทรกแซงด้านราคาจากรัฐบาลซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อค่าการตลาดน้ำมันของอุตสาหกรรมในภาพรวมอีกด้วย

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง