PCE เปิดงบปี 68 รายได้ทะลุ 30,550.7 ลบ. ปี 69 เดินเกมรุกอัพยอดขายโต 10–15%

#ทันหุ้น - บมจ.เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ (PCE) โชว์ผลงานปี 68 รายได้รวมทะลุ 30,550.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.7% สร้างสถิติสูงสุด บอร์ดมีมติเสนอผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาจ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.08 บาท/หุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 29 เมษายน 2569 ฟากผู้บริหาร "พรพิพัฒน์ ประสิทธิ์ศุภผล" ระบุ ปี 69 เดินหน้ารุกตลาด B2C เต็มรูปแบบ ตั้งเป้ายอดขายเติบโต 10–15% ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง จากการขยายฐานลูกค้า และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ผลักดันการเติบโต
นายพรพิพัฒน์ ประสิทธิ์ศุภผล รองกรรมการผู้จัดการสายงานกลยุทธ์และพัฒนาองค์กร บริษัท เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) (PCE) เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้รวม 30,550.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,962.0 ล้านบาท หรือ 10.7% ทำสถิติสูงสุด (All Time High) และมีกำไรสุทธิ 310.3 ล้านบาท โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ซึ่งในปีที่ผ่านมามีปริมาณการส่งออกกว่า 280,000 ตัน คิดเป็นสัดส่วนไม่ต่ำกว่า 20% ของการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบทั้งหมดของประเทศไทย ประกอบกับบริษัทฯ มีการรับรู้รายได้เต็มปีจากผลิตภัณฑ์ น้ำมันเมล็ดในปาล์มกึ่งบริสุทธิ์ (RBDPKO) และ ผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างกะลาปาล์ม (PKS) คุณภาพสูง มาตรฐาน Green Gold Label (GGL)
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 มีมติอนุมัติจ่ายปันผลจากผลการดำเนินงานงวดปี 2568 (มกราคม–ธันวาคม 2568) ให้แก่ผู้ถือหุ้นเป็นเงินสดในอัตรา 0.08 บาท/หุ้น รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 220.0 ล้านบาท ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 29 เมษายน 2569 และ กำหนดจ่ายวันที่ 20 พฤษภาคม 2569
สำหรับแผนธุรกิจปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ โดยในประเทศมุ่งเจาะกลุ่ม B2C เพิ่มขึ้น ผ่านการวางจำหน่ายน้ำมันปาล์มโอเลอินในบรรจุภัณฑ์ ภายใต้แบรนด์ “รินทิพย์” ให้ครอบคลุมทุกช่องทาง ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ โดยเฉพาะ Modern Trade พร้อมนำร่องทำตลาดผ่านกลยุทธ์การกระจายสินค้าเชิงรุกด้วยหน่วยจำหน่ายเคลื่อนที่ (Cash Van) ในพื้นที่ภาคใต้ก่อนขยายสู่ภูมิภาคอื่น และยังเดินหน้าขยายช่องทาง B2B ควบคู่กัน โดยเน้นนำเสนอน้ำมันพืชที่มีคุณสมบัติเฉพาะ คุณภาพสูง และได้รับมาตรฐานสากล อาทิ RSPO ให้กับอุตสาหกรรมอาหาร ขนมขบเคี้ยวและร้านอาหารญี่ปุ่นชั้นนำในประเทศ
ด้านตลาดต่างประเทศ บริษัทฯ ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศเป็น 50% ของรายได้รวม จากระดับปัจจุบันราว 40% โดยอาศัยความร่วมมือกับ Intercontinental Specialty Fats Sdn. Bhd. (ISF) ในเครือ The Nisshin OilliO Group, Ltd. ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นโอกาสสำคัญที่จะขยายไปสู่ผลิตภัณฑ์ High Margin อื่นๆ เช่น วัตถุดิบในกลุ่มเบเกอรี่ ไขมันโกโก้ เครื่องสำอาง และสินค้ากลุ่ม Oleochemical
ขณะที่ การลงทุนด้านกำลังการผลิต บริษัทฯ เดินหน้าขยายโรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) อย่างต่อเนื่อง โดยโรงสกัด CPO เฟส 2 มูลค่าลงทุน 180 ล้านบาท ก่อสร้างแล้วเสร็จ และเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ในปี 2569 ส่งผลให้กำลังการผลิตเพิ่มเป็น 150 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง หรือ 3,600 ตันต่อวันในปัจจุบัน และยังอยู่ระหว่างก่อสร้างโรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) เฟส 3 มูลค่าลงทุน 310 ล้านบาท คาดแล้วเสร็จภายในต้นปี 2570 ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผลปาล์มสดสูงสุดเป็น 210 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง หรือ 5,040 ตันต่อวัน
"ในปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขายเติบโตที่ระดับ 10–15% ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง จากการขยายฐานลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดในประเทศที่เริ่มรุกกลุ่มผู้บริโภครายย่อยอย่างจริงจัง ขณะเดียวกัน การสร้างโรงสกัด CPO เฟส 2 และเฟส 3 จะช่วยลดต้นทุนการผลิต เนื่องจากน้ำมันปาล์มดิบเป็นวัตถุดิบขั้นต้นในการต่อยอดไปยังผลิตภัณฑ์ High Margin อื่น ๆ โดยบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการต้นทุน ประสิทธิภาพการผลิต และการขยายโครงสร้างพื้นฐานในแนวราบและแนวดิ่ง (Horizontal and Vertical Integration) อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว" นายพรพิพัฒน์ กล่าว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
