รีเซต

"ไทยช่วยไทยพลัส”ใช้วงเงินไม่ครบกว่า 13 ล้านราย เงินคืนรัฐกว่า 1,200 ล้าน

"ไทยช่วยไทยพลัส”ใช้วงเงินไม่ครบกว่า 13 ล้านราย เงินคืนรัฐกว่า 1,200 ล้าน
TNN ช่อง16
2 กรกฎาคม 2569 ( 07:50 )
12

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยผลโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” หลังสิ้นสุดรอบการใช้จ่ายเดือนมิถุนายน 2569 พบว่ามีผู้ใช้สิทธิแล้ว 25,686,181 ล้านคน จากผู้ได้รับสิทธิในโครงการ 26,040,623 คน ขณะที่ยังมีผู้ได้รับสิทธิแต่ยังไม่ได้ใช้สิทธิ 354,442 คน หรือราว ร้อยละ 1.36 

ในจำนวนผู้ใช้สิทธิ พบว่าใช้วงเงินครบ 1,000 บาทเพียง 12 ล้าน 4 แสนคน  ไม่ถึงครึ่งของผู้ใช้สิทธิทั้งหมด หรือว่ายังมีประชาชนใช้เงินไม่ครบ 1,000 บาท ประมาณ 13 ล้าน 6 แสนคนในวันสุดท้ายของการตัดวงเงินในรอบเดือนมิถุนายน

สำหรับเงินคงเหลือในระบบมีจำนวน 1,229 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินของผู้ไม่ใช้สิทธิกว่า 354 ล้านบาท และเงินคงเหลือจากผู้ใช้สิทธิแต่ใช้ไม่ครบอีก 874 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน โครงการสามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจตลอดเดือนมิถุนายนรวม 43,218 ล้านบาท โดยเป็นยอดใช้จ่ายผ่านร้านค้าทั่วไป 42,220 ล้านบาท และผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดดิลิเวอรีกว่า 998 ล้านบาท  สะท้อนให้เห็นว่าโครงการสามารถกระตุ้นการใช้จ่ายของภาคประชาชนได้อย่างมีนัยสำคัญ

ในส่วนของร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ พบว่า มีร้านค้าที่ลงทะเบียนสำเร็จ พร้อมกดยอมรับเงื่อนไขและสามารถใช้งานได้แล้ว 1,073,146 ร้าน/ ขณะที่มีร้านค้าอยู่ระหว่างการยอมรับเงื่อนไขอีก 98,704 ร้าน และอยู่ระหว่างการตรวจสอบ 3,566 ร้าน

นอกจากนี้ มีร้านค้าที่มียอดใช้จ่ายผ่านโครงการแล้ว 1,035,299 ร้าน สะท้อนว่าเม็ดเงินจากมาตรการได้กระจายลงสู่ผู้ประกอบการรายย่อยและร้านค้าทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ นายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai เปิดเผยข้อมูลการใช้สิทธิในโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” ช่วงวันที่ 15–28 มิถุนายน 2569 พบว่ามีผู้ใช้สิทธิผ่านบริการดิลิเวอรีแล้วกว่า 1 ล้าน 2 แสนคน โดยมูลค่าการสั่งซื้อต่อออเดอร์เพิ่มขึ้นกว่า ร้อยละ 15 เมื่อเทียบกับวันแรกของการเปิดใช้สิทธิ

อย่างไรก็ตาม ผลตอบรับช่วงสองสัปดาห์แรกสะท้อนว่า ไทยช่วยไทยพลัสช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้จริง โดยผู้ใช้สิทธิมีการใช้จ่ายเฉลี่ยราว 450 บาทต่อคน ทำให้เม็ดเงินหมุนเวียนไปยังร้านอาหารทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง 

ขณะเดียวกัน พบพฤติกรรมการใช้จ่ายส่วนใหญ่เป็นอาหารมื้อหลัก เช่น อาหารจานเดียว ข้าวราดแกง และก๋วยเตี๋ยว ซึ่งเป็นหมวดที่มียอดสั่งสูงสุด โดยเมนูยอดนิยมอันดับหนึ่งคือ “ข้าวกะเพราหมูกรอบ” รองลงมาคือ ข้าวมันไก่ เกาเหลา และก๋วยเตี๋ยวเรือ

ด้านเครื่องดื่ม “มัตจะลัตเต” ขยับขึ้นมาติดอันดับเมนูขายดี แซง “ชาไทย” ที่เคยครองอันดับอันดับหนึ่งในโครงการคนละครึ่งพลัสรอบก่อน สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่เริ่มเข้าถึงเมนูราคาสูงขึ้นจากแรงหนุนของมาตรการ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง