สรุปข้อถกเถียง TH-AI Passport ‘รักชนก’ ตั้งข้อสังเกตบัญชี IO รัฐบาลแจงพร้อมรับการตรวจสอบ

ประเด็นโครงการ TH-AI Passport (AiPASS) กลับมาเป็นที่จับตาอีกครั้ง หลัง น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งข้อสังเกตถึงบัญชีผู้ใช้งานบนสื่อสังคมออนไลน์ที่เข้ามาสนับสนุนโครงการและแสดงความคิดเห็นต่อผู้วิจารณ์ โดยตั้งข้อสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร หรือ IO
รัฐบาลโดย น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาชี้แจงเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ว่า ฝ่ายค้านมีสิทธิตั้งคำถามและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลได้เต็มที่ แต่การตั้งข้อสงสัยกับการยืนยันว่าเป็นข้อเท็จจริงเป็นคนละระดับกัน หากข้อกล่าวหาพาดพิงถึงกระทรวงหรือหน่วยงานของรัฐ ควรมีหลักฐานที่สามารถตรวจสอบความเชื่อมโยงได้โดยตรง
จุดเริ่มต้นดราม่า IO ของ TH-AI Passport
TH-AI Passport เปิดให้ประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไปลงทะเบียนล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2569 ก่อนเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการวันที่ 31 สิงหาคม 2569
ในช่วงเดียวกัน น.ส.รักชนกออกมาตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ที่โพสต์วิจารณ์หรือรายงานปัญหาเกี่ยวกับการลงทะเบียน TH-AI Passport บางส่วนถูกบัญชีโซเชียลจำนวนหนึ่งเข้ามาแสดงความคิดเห็น โดยเธอตั้งข้อสังเกตถึงบัญชีที่เพิ่งเปิดใหม่ มีความเคลื่อนไหวหรือปฏิสัมพันธ์น้อย และมีเนื้อหาสนับสนุนโครงการไปในทิศทางใกล้เคียงกัน
น.ส.รักชนกยังยกกรณีผู้วิจารณ์รายหนึ่งถูกแสดงความคิดเห็นในลักษณะเชื่อมโยงกับฝ่ายการเมือง แม้บุคคลดังกล่าวจะเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้ของการดำเนินการในลักษณะ IO และบทบาทของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมในเรื่องดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ยังเป็น ข้อกล่าวหาและข้อสังเกตจากฝ่ายตรวจสอบ โดยยังต้องมีหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อยืนยันว่า บัญชีดังกล่าวมีการประสานงานร่วมกันหรือมีความเชื่อมโยงกับหน่วยงานรัฐจริงหรือไม่
รัฐบาลสวนกลับ ท้าเปิดหลักฐานเชื่อมโยง IO
น.ส.ลลิดาระบุว่า ลักษณะของบัญชีที่เพิ่งเปิดใหม่ ไม่มีโพสต์ หรือเข้ามาแสดงความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกัน สามารถใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการตั้งข้อสังเกตและตรวจสอบเพิ่มเติมได้ แต่ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าบัญชีเหล่านั้นเป็น IO และยังไม่สามารถใช้ยืนยันว่ากระทรวงหรือหน่วยงานรัฐเป็นผู้ดำเนินการอยู่เบื้องหลัง
รัฐบาลมองว่า หากต้องการยกระดับจาก “ข้อสงสัย” ไปสู่ “ข้อกล่าวหา” จำเป็นต้องมีหลักฐานที่ตอบคำถามสำคัญให้ได้ว่า บัญชีเหล่านั้นเป็นของใคร ใครเป็นผู้สั่งการหรือว่าจ้าง ใช้งบประมาณหรือทรัพยากรจากที่ใด รวมถึงมีเส้นทางการประสานงานหรือหลักฐานใดที่เชื่อมโยงถึงหน่วยงานรัฐโดยตรง
รองโฆษกรัฐบาลจึงขอให้เปิดเผยหลักฐาน หากมีข้อมูลว่ากระทรวงหรือหน่วยงานรัฐเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นคำสั่ง เอกสารว่าจ้าง หลักฐานการเบิกจ่าย หรือเส้นทางการประสานงานที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปถึงผู้สั่งการ
ปมสำคัญ "ข้อสงสัย" กับ "ข้อเท็จจริง"
ประเด็นหลักในการชี้แจงของรัฐบาลอยู่ที่ระดับของหลักฐาน โดยรัฐบาลไม่ได้ปฏิเสธว่าพฤติกรรมบัญชีออนไลน์สามารถนำมาตั้งข้อสังเกตได้ แต่เห็นว่าการระบุว่าหน่วยงานรัฐเป็นผู้ดำเนินการ IO ต้องมีหลักฐานมากกว่ารูปแบบการแสดงความคิดเห็น อายุของบัญชี หรือภาพหน้าจอเพียงอย่างเดียว
น.ส.ลลิดาระบุว่า หากฝ่ายค้านเรียกร้องให้รัฐบาลใช้หลักฐานก่อนกล่าวหาบุคคลหรือฝ่ายใด หลักการเดียวกันควรนำมาใช้เมื่อฝ่ายค้านเป็นฝ่ายตั้งข้อกล่าวหาต่อรัฐบาลเช่นกัน เพื่อให้การตรวจสอบอยู่บนมาตรฐานเดียวกัน
รัฐบาลยืนยันว่า หากมีหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงผู้สั่งการ ผู้ว่าจ้าง หรือการใช้ทรัพยากรของรัฐจริง ก็พร้อมให้เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและรับผิดชอบตามข้อเท็จจริง
ดราม่า IO ซ้อนข้อถกเถียงเรื่องงบ TH-AI Passport
ข้อถกเถียงเรื่อง IO เกิดขึ้นท่ามกลางการตรวจสอบ TH-AI Passport ที่ดำเนินมาก่อนหน้านี้ โดยโครงการมีกรอบวงเงินอยู่ในระดับประมาณ 1,600 ล้านบาท ซึ่ง น.ส.รักชนกและฝ่ายการเมืองบางส่วนตั้งคำถามเกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ความคุ้มค่า และรายละเอียดของโครงการมาอย่างต่อเนื่อง
ด้าน นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เคยระบุว่าได้มอบหมายปลัดกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ พร้อมกำชับให้สนับสนุนข้อมูลและเอกสารในการตรวจสอบ โดยรัฐบาลปรับรูปแบบการจ่ายเงินของโครงการเป็น Pay per Active User หรือจ่ายตามจำนวนผู้ใช้งานจริง ภายใต้เพดานผู้ใช้ 5 ล้านคน
กระทรวงดีอียังยืนยันก่อนเปิดลงทะเบียนว่า การจ่ายเงินจะอิงการใช้งานจริง ไม่ได้หมายความว่าวงเงินทั้งหมดจะถูกเบิกจ่ายโดยอัตโนมัติ
TH-AI Passport เปิดลงทะเบียน ยอดล่าสุดกว่า 7 แสนราย
อีกด้านหนึ่ง โครงการเดินหน้าตามกำหนด โดยเปิดลงทะเบียนล่วงหน้าเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 สำหรับประชาชนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป เพื่อสมัคร ยืนยันตัวตน และสร้างบัญชีสำหรับใช้งาน AiPASS ก่อนเปิดบริการอย่างเป็นทางการวันที่ 31 สิงหาคม 2569
กระทรวงดีอีรายงานว่า วันแรกมีผู้ลงทะเบียนมากกว่า 5 แสนราย และข้อมูลล่าสุดวันที่ 20 สิงหาคม ระบุว่ายอดลงทะเบียนเพิ่มเป็น 700,160 ราย
สรุปดราม่า TH-AI Passport มี 2 ประเด็นที่ต้องแยกกัน
ข้อถกเถียงล่าสุดจึงแบ่งออกเป็น 2 ส่วนที่ควรพิจารณาแยกจากกัน
- ข้อกล่าวหาเรื่อง IO — น.ส.รักชนกตั้งข้อสังเกตจากลักษณะบัญชีและรูปแบบการแสดงความคิดเห็นสนับสนุนโครงการ ขณะที่รัฐบาลระบุว่าข้อมูลดังกล่าวตรวจสอบต่อได้ แต่ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่ามีกระทรวงหรือหน่วยงานรัฐอยู่เบื้องหลัง
- การตรวจสอบตัวโครงการ TH-AI Passport — ฝ่ายค้านและฝ่ายตรวจสอบตั้งคำถามเกี่ยวกับงบประมาณ กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและความคุ้มค่า ขณะที่กระทรวงดีอียืนยันพร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ และเดินหน้าปรับรูปแบบการจ่ายเงินตามจำนวนผู้ใช้งานจริง
ดังนั้น จุดสำคัญของข้อพิพาทเรื่อง IO จากนี้อยู่ที่ หลักฐานเชื่อมโยง หากมีข้อมูลที่สามารถระบุผู้ถือครองบัญชี ผู้สั่งการ ผู้ว่าจ้าง แหล่งเงิน หรือเส้นทางการประสานงานไปถึงหน่วยงานรัฐได้ ประเด็นดังกล่าวจะสามารถเข้าสู่การตรวจสอบในระดับข้อเท็จจริงได้ชัดเจนขึ้น
ส่วนรัฐบาลยืนยันจุดยืนว่าไม่ได้ปิดกั้นการตรวจสอบ TH-AI Passport และพร้อมรับการตรวจสอบทั้งกระบวนการดำเนินงาน การใช้งบประมาณ และผลลัพธ์ที่ประชาชนได้รับ แต่ขอให้การตั้งข้อกล่าวหาของทุกฝ่ายอยู่บนมาตรฐานด้านหลักฐานเดียวกัน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
