รีเซต

ศุลกากรลุ้นเป้า1.2แสนล้านเร่งเสริมสร้างการค้าสู้ค่าบาท

ศุลกากรลุ้นเป้า1.2แสนล้านเร่งเสริมสร้างการค้าสู้ค่าบาท
ทันหุ้น
20 กุมภาพันธ์ 2569 ( 09:23 )
12

#ศุลกากร #ทันหุ้น - อธิบดีศุลกากรรับสุดท้าทายเก็บรายได้ปีนี้ 1.2 แสนล้านบาท เผชิญปัจจัยลบบาทแข็งค่าและโครงสร้างอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เปลี่ยนไป งัดกลยุทธ์ "Trade Enablement" เสริมสร้างการค้าให้มากขึ้น ยกระดับจากแค่อำนวยความสะดวก พร้อมพิจารณาฐานภาษีใหม่เพื่อประคองตัวให้ใกล้เคียงเป้าหมาย

นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากรเปิดเผยถึงสถานการณ์การจัดเก็บรายได้ของกรมศุลกากรในปัจจุบันว่า กำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างมากในการบรรลุเป้าหมายการจัดเก็บรายได้ที่ตั้งไว้ 1.22 แสนล้านบาท โดยในช่วง 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ พบว่า ตัวเลขการจัดเก็บยังคงติดลบอยู่ประมาณ 7% หรือคิดเป็นมูลค่าที่ต่ำกว่าเป้าหมายประมาณ 2.9 พันล้านบาท

ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการจัดเก็บรายได้ ประกอบด้วยประเด็นหลัก คือ 1.ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนและภาวะเศรษฐกิจ เป็นความท้าทายประการแรก คือ ความผันผวนของค่าเงินบาท เดิมมีการประมาณการรายได้บนสมมติฐานค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่ 34-35 บาทต่อดอลลาร์ แต่ปัจจุบันค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 31 บาทต่อดอลลาร์ ทำให้รายได้หายไปทันที 3 บาทต่อทุกดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ สภาพเศรษฐกิจยังไม่เติบโตตามเป้าหมาย ที่เคยคาดการณ์ไว้ว่าจะขยายตัว 3.5% ส่งผลให้ปริมาณการนำเข้าและกิจกรรมทางเศรษฐกิจไม่เป็นไปตามที่วางแผนไว้

2.การเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์และข้อตกลง FTA แหล่งรายได้หลักเดิมอย่าง ภาษีรถยนต์ กำลังประสบปัญหาอย่างหนัก โดยปัจจุบันกรมศุลกากรแทบจะเก็บภาษีจากรถยนต์ไม่ได้เนื่องจากการเปลี่ยนผ่านไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และผลของความตกลงการค้าเสรี (FTA) ต่างๆ ที่ทำให้อัตราภาษีกลายเป็นศูนย์ แม้ว่ารายได้จาก E-commerce จะเข้ามาช่วยเสริมประมาณเดือนละ 400 - 450 ล้านบาท หรือราว 4 พันกว่าล้านบาทต่อปี แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยรายได้จากภาษีรถยนต์ที่หายไปมากกว่า 1 หมื่นล้านบาทได้

3. ข้อจำกัดของฐานภาษีเดิม ซึ่งกรมมองว่า หากไม่มีการเพิ่มฐานภาษีหรือหาภาษีตัวใหม่ๆ เข้ามา การจัดเก็บรายได้ให้เพิ่มขึ้นตามเป้านั้นทำได้ยาก เนื่องจากปัจจุบันกรม เก็บภาษีสินค้าอยู่เพียงไม่กี่ประเภทเท่านั้น และในบริบทของประเทศที่พัฒนาแล้ว รายได้จากภาษีศุลกากรจะไม่ใช่รายได้หลักอีกต่อไป โดยหน้าที่หลักจะเปลี่ยนเป็นการขับเคลื่อนการค้าและเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มแทน

@สู่ "Trade Enablement"

สำหรับแนวทางการปรับตัวและทางออกของกรมศุลกากร เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายดังกล่าวนั้น ได้วางนโยบายจากการ”อำนวยความสะดวก" สู่ "Trade Enablement" หรือการเสริมสร้างการค้ามากขึ้น โดยกรม มุ่งเน้นการสร้างโอกาสทางการค้าที่ยังไม่เคยเกิดให้เกิดขึ้น เช่น การออกระเบียบให้การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ (Multi-modal) ทำได้สะดวกขึ้น เช่น การเปลี่ยนถ่ายสินค้าจากรถไฟเป็นรถยนต์เพื่อไปยังด่านศุลกากรที่ทางรถไฟยังไปไม่ถึง

การปฏิรูประเบียบและลดขั้นตอน โดยมีการนำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในพิธีการศุลกากรสินค้าถ่ายลำ (Transshipment) เพื่อลดภาระของผู้ประกอบการ รวมถึงการพิจารณาให้ใช้กรมธรรม์ประกันภัยแทนการวางเงินค้ำประกันธนาคาร (Bank Guarantee) เพื่อลดต้นทุนให้ผู้ค้า

นอกจากภารกิจการจัดเก็บรายได้ กรม ยังให้ความสำคัญกับการตรวจสอบการสวมสิทธิ์และการสำแดงถิ่นกำเนิดเป็นเท็จ เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้แก่ผู้ประกอบการไทยแท้ๆ ในตลาดด้วย

ขณะเดียวกัน กรม กำลังศึกษาเรื่องการปรับปรุงอัตราภาษีและพิจารณาเก็บภาษีจากรายการที่ไม่เคยเก็บมาก่อน เพื่อขยายฐานรายได้และปกป้องผู้ประกอบการในประเทศไปพร้อมกัน

อย่างไรก็ตาม กรมศุลกากร ยอมรับว่า การดำเนินการทั้งหมดนี้ต้องอาศัยการแก้ไขระเบียบที่เกี่ยวข้องหลายส่วน เพื่อให้สอดรับกับสภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปและเพื่อให้การจัดเก็บรายได้เข้าใกล้เป้าหมายมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง