รีเซต

ศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ ตัดสินภาษีทรัมป์ "ผิดกฎหมาย" ระบุชัดไม่ใช่อำนาจประธานาธิบดี

ศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ ตัดสินภาษีทรัมป์ "ผิดกฎหมาย" ระบุชัดไม่ใช่อำนาจประธานาธิบดี
TNN ช่อง16
30 สิงหาคม 2568 ( 11:46 )
15

ศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ มีคำตัดสินให้มาตรการ “ภาษีศุลกากร” ส่วนใหญ่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ออกมานั้น “ไม่ชอบด้วยกฎหมาย” ซึ่งเสี่ยงทำให้รัฐบาลของทรัมป์ต้องเผชิญหน้าทางกฎหมายครั้งใหญ่ โดยคำตัดสินดังกล่าวมีความหมายครอบคลุมไปถึงมาตรการ “ภาษีตอบโต้” ที่ทรัมป์ประกาศใช้กับประเทศส่วนใหญ่ทั่วโลกรวมถึงภาษีที่เก็บกับจีน เม็กซิโก และแคนาดา โดยศาลอุทธรณ์มีมติ 7 ต่อ 4 เสียง “ปฏิเสธ” ข้ออ้างของทรัมป์ที่ว่าการเก็บภาษีดังกล่าวทำได้ภายใต้กฎหมายว่าด้วยอำนาจเศรษฐกิจยามฉุกเฉิน 

โดยที่ศาลระบุว่ามาตรการเหล่านี้เป็นโมฆะเพราะขัดต่อกฎหมาย แต่คำตัดสินนี้จะยังไม่บังคับใช้จนถึงวันที่ 14 ตุลาคม เพื่อเปิดโอกาสให้ฝ่ายบริหารของทรัมป์สามารถยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาสหรัฐฯ ให้พิจารณาต่อได้ ซึ่ง BBC รายงานว่าศาลฎีกาสหรัฐฯ มีผู้พิพากษาที่มาจากการแต่งตั้งของพรรครีพับลิกันถึง 6 คน รวมถึงในจำนวนนี้ 3 คน คือผู้ที่ทรัมป์เป็นคนเสนอชื่อเอง

ภายหลังคำตัดสินของศาลถูกเผยแพร่ออกมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้โพสต์ข้อความบน Truth Social โจมตีกระบวนการของศาลว่า หากเขาปล่อยให้คำตัดสินดังกล่าวมีผลขึ้นมาจะหมายถึงการทำลายสหรัฐอเมริกาอย่างสิ้นเชิง ทรัมป์วิจารณ์ด้วยว่าศาลอุทธรณ์ที่มีอคติทางการเมืองอย่างหนัก และหากภาษีถูกยกเลิกจะเป็นหายนะครั้งใหญ่ต่อประเทศและทำให้สถานการณ์การเงินของสหรัฐฯ อ่อนแอ นอกจากนี้ทรัมป์ยังยืนยันชัดเจนว่าภาษีทั้งหมดที่เขาได้ประกาศใช้ไปแล้ว “จะยังมีผลต่อไป” ในหลายประเทศทั่วโลกโดยไม่สนคำตัดสินของศาล

ทรัมป์ กล่าวว่าการประกาศมาตรการภาษีของเขาเกิดขึ้นภายใต้กฎหมายที่มีชื่อว่า International Emergency Economic Powers Act หรือ IEEPA ซึ่งให้อำนาจประธานาธิบดีในการจัดการภัยคุกคามที่ผิดปกติและร้ายแรง โดยทรัมป์อ้างว่ามาตรการภาษีของเขากำหนดขึ้นมาเพื่อแก้ไขภาวะฉุกเฉินด้านการค้า แต่กลับกันศาลระบุว่าการเก็บภาษีศุลกากรไม่ใช่อำนาจของฝ่ายบริหารและประธานาธิบดี แต่ถือเป็นอำนาจหลักของ “สภาคองเกรส"

ทั้งนี้ มาตรการเก็บภาษีศุลกาการของทรัมป์กลายเป็นหนึ่งในนโยบายต่างประเทศสำคัญของสหรัฐฯ ตั้งแต่ที่เขากลับมารับตำแหน่งในสมัยที่สอง อีกทั้งยังกลายเป็นเครื่องมือกดดันทางการเมืองและต่อรองเพื่อเจรจาข้อตกลงการค้ากับประเทศที่ส่งออกสินค้ามายังสหรัฐฯ แม้จะช่วยให้รัฐบาลทรัมป์มีอำนาจต่อรองกับคู่ค้าของสหรัฐฯ แต่ก็สร้างความผันผวนให้กับตลาดและการเงินในระดับโลกเช่นเดียวกัน 

ซึ่งศาลอุทธรณ์ยังระบุด้วยว่ากฎหมายได้มอบอำนาจที่สำคัญให้ประธานาธิบดีในการแก้ภาวะฉุกเฉินหลายอย่าง "แต่ไม่มีข้อใด" ที่ระบุว่ารวมถึงอำนาจในการเก็บภาษีศุลกากร อากร หรือสิ่งที่คล้ายคลึงกัน ขณะที่ฝั่งกระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ ยังคงไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อคำตัดสินที่เกิดขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง