ย้อน 5 ข่าวดัง! คนหัวร้อนบนท้องถนน ลืมกันหรือยัง? หลังไวท์ ณวัชร์ พาพ่อแม่ล้อมวงคุย 'โหนกระแส'

ย้อน 5 ข่าวดัง! คนหัวร้อนบนท้องถนน ลืมกันหรือยัง? หลังไวท์ ณวัชร์ พาพ่อแม่ล้อมวงคุย 'โหนกระแส'
TeaC
3 สิงหาคม 2564 ( 11:00 )
165
1
ย้อน 5 ข่าวดัง! คนหัวร้อนบนท้องถนน ลืมกันหรือยัง? หลังไวท์ ณวัชร์ พาพ่อแม่ล้อมวงคุย 'โหนกระแส'

ก้าวเข้าสู่ครึ่งปีหลัง เดือนสิงหาคม 2564 ท่ามกลางสถานการณ์โรคโควิด-19 ระบาดอย่างหนัก ทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อแตะราวหมื่นแปดและคาดการณ์ว่าจะแตะถึงสองหมื่นหากยังหยุดยั้งการแพร่เชื้อไม่ได้ และนี่จึงเป็นอีกหนึ่งโรคระบาดที่ไม่เพียงส่งผลต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจเท่านั้น แต่โควิดยังสร้างภาวะเครียดสะสมให้คนไทย ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้คนไทยเกิด "อาการหัวร้อน" ได้ง่าย ๆ อย่างที่ปรากฏเป็นข่าวให้เห็น อย่างกรณีล่าสุด ไวท์ ณวัชร์ พาพ่อแม่ออกรายการโหนกระแส ทางช่อง 3 ดำเนินรายการโดยคุณหนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย พร้อมทนาย นั่งล้อมวงคุยประเด็นร้อนกรณีพ่อแม่ของ ไวท์ ณวัชร์ ถูกรถยนต์ปาดหน้าและมีปากเสียง จนถึงขั้นคู่กรณีทำร้ายร่างกายและทรัพย์สินของพ่อแม่ กลายเป็นประเด็นร้อนแรงบนสังคมออนไลน์

 

TrueID รวบรวม 5 ข่าว "คนหัวร้อนบนถนน" ที่เคยปรากฎบนสังคมสื่อออนไลน์ อาการหัวร้อนที่ยังมีทุกยุคทุกสมัย ซ้ำซาก จำเจ โดยเฉพาะบนท้องถนน บางกรณีจบลงด้วยการยกกระเช้ากราบขอโทษ บางกรณีถึงขั้นเอาเรื่องให้ถึงที่สุด บางคนถึงขั้นไม่มีที่ยืนในสังคม บทเรียนซ้ำ ๆ ที่อยากให้ทุกคนที่ขับขี่รถใช้ถนนควรใส่ใจคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้เดินทาง ผู้ใช้ถนนด้วยความใจเย็นกัน หวังว่าข่าวที่หยิบยกมาจะเป็นอีกหนึ่งบทเรียนให้ทุกคนได้หวนนึกและบอกกับตัวเองว่า "ต้องขับรถ ใช้ถนน ต้องมีน้ำใจให้กัน"

 

ซึ่งกรณีพ่อแม่ของ ไวท์ ณวัชร์ ถูกคู่กรณีขับรถปาดหน้า หากใครได้นั่งชมรายการโหนกระแส ทางช่อง 3 ตั้งแต่ต้น แถมงานนี้หนุ่ม กรรชัย พิธีกรดังถึงกับอึ้งหลังโดนด่าด้วย ทั้งที่อยากให้คู่กรณีได้ออกมาอธิบายในฝั่งของตัวเอง และเหตุการณ์ครั้งนี้ก็เหมือนหลาย ๆ ครั้ง ที่เราทุกคนคงไม่มีใครอยากให้เกิดการทำร้ายร่างกาย อยากให้ใจเย็นและขอโทษ ให้อภัยกันและกันมากกว่า ยิ่งในสถานการณ์ที่โรคโควิดระบาดหนักหนา อยากให้ลดอาการหัวร้อนลงบ้าง มาเริ่มที่ย้อนข่าวแรกและโด่งดังจนเกิดวิพาษ์วิจารณ์อย่างหนักไม่แพ้ตอนนี้

 

"กราบรถกู" บทเรียน น๊อตกราบรถ ที่ทำให้ชีวิตเปลี่ยน

 

เชื่อว่าหลายต้องจำได้เป็นอย่างดี เพราะเจ้าของวลีเด็ด "กราบรถกู" ของนักแสดงและพิธีกร "น็อต อัครณัฐ อริยฤทธิ์วิกุล" ถือเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ในตอนนั้นอย่างมาก เมื่อเจ้าตัวฉุนจัด เกิดอาการหัวร้อนชกเข้าใบหน้าคนขี่รถจักรยานยนต์ที่มาเฉี่ยวรถยนต์ โดยเขาอ้างว่าคู่กรณีไม่รับผิดชอบ พร้อมให้คู่กรณีกราบรถ และจุดนี้เองกลายเป็นบทเรียนของพิธีกรหนุ่ม เพราะหลายเสียงมองว่าควรจัดการด้วยกฎหมาย ไม่ควรทำร้ายร่างกายคู่กรณี แถมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสังคมออนไลน์ต่างถล่มซ้ำพิธีกรอย่างหนักหน่วงอย่างมาก แม้ว่าเจ้าตัวจะออกมาขอโทษด้วยท่าทีที่สำนึก แต่ผลลัพธ์ที่เกิดจากการกระทำกลายเป็น "บทเรียน" ที่ทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนไป

 

หนุ่มซีวิคหัวร้อน ด่าคนไทยทั้งประเทศ

 

กลายเป็นข่าวใหญ่โตที่ได้รับความสนอกสนใจอย่างมากกับเหตุการณ์รถกระบะเฉี่ยวชนกับรถเก๋ง ซึ่งน่าจะจบลงด้วยดีแต่กลับเป็นกระแสร้อนแรงอย่างมากบนสังคมออนไลน์ เมื่อหนุ่มแว่นขับรถเก๋งฮอนด้า ลงมาด่าคู่กรณีชนิดแบบไม่น่ารักเอามาก ๆ ด้วยถ้อยคำหยาบคายอย่างรุนแรง พูดเหยียดว่าแย่แล้ว แต่ที่ทำให้คนไทยไม่ลืมคือ "มีปัญญาซื้อรถแบบนี้ไหม" ดูถูกคนไทยด้อยพัฒนา เมื่อฝ่ายคู่กรณีถามกลับไปว่าทำไมต้องมาดูถูกกัน หนุ่มซีวิคหัวร้อนตอบว่า “ผมดูถูกด้วยความเต็มใจ" เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างหนักหน่วง ยังดีที่คู่กรณีใจเย็นไม่เกิดเหตุความรุนแรง สุดท้ายหนุ่มซีวิคหัวร้อนโดนสังคมออนไลน์ถล่มยับ 

 

รถกูเป็นอะไร มีปัญญารับผิดชอบไหม

 

เหตุการณ์ที่กลายเป็นได้รับความสนใจไม่แพ้กัน หากใครยังจำได้ เมื่อเพจดังอย่าง เฮียขับรถ โพสต์คลิปชื่อ “กันน็อกกันตบ” ภาพบันทึกได้จากกล้องรถจักรยานยนต์คันหนึ่ง ถ่ายรถบิ๊กไบก์มีนักเรียนชายซ้อนท้ายเกิดการโต้เถียงกับชายผู้พิการขี่รถจักรยานยนต์จนเรื่องบานปลายถึงขั้นลงไม้ลงมือ ลุงพิการก็พยายามตีบิ๊กไบก์ ขณะบิ๊กไบก์ก็ตีเข้าหมวกกันน็อกลุงเต็มมือก่อนถีบซ้ำ แล้วบิ๊กไบก์ก็เร่งเครื่องหนีไปนั้น โดยแต่ละฝ่ายต่างก็งัดถึงสาเหตุที่ทำให้หัวร้อนจนถึงขั้นทำร้ายกัน

 

ดีเจเก่ง เกียร์ R ตำนานกระบะ เมื่ออาการหัวร้อนทำชีวิตพัง

 

ยังจำภาพคลิปวิดีโอที่เผยแพร่บนโลกออนไลน์ได้ไหม? รถกระบะใส่เกียร์ R ชนรถคู่กรณียับเยิน แต่หากดูคลิปต้นฉบับจากพลเมืองดีที่บันทึกเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นกลับพบว่า เจ้าของรถกระบะ นายภัทรศักดิ์ เทียมประเสริฐ หรือดีเจเก่ง หัวร้อนถอยรถชนคู่กรณีต่างหาก แต่ดันโกหกหน้าตาเฉยว่ารถตัวเองถูกชน นี่ถ้าไม่มีคนบันทึกเหตุการณ์เอาไว้ กลายเป็นว่าคู่กรณีเป็น "แพะ" เรื่องนี้ส่งผลให้กระแสสังคมตีกลับไปยังดีเจเก่งอย่างหนักหน่วง ถูกประณามจนเป็นข่าวใหญ่โต แถมถูกดำเนินคดีข้อหาหนัก หนำซ้ำยังอาจถูกเพิกถอนใบขับขี่อย่างถาวรอีกด้วย รวมถึง หน้าที่การงานก็ถูกต้นสังกัดพักเบรก กลายเป็นบทเรียนของคนหัวร้อน ชีวิตพังในที่สุด

 

อย่างไรก็ตาม หวังว่าทุกคนที่ใช้รถใช้ถนนขับขี่อย่างมีวินัย อ่านแล้วคงพอสะดุดให้ใจเย็น ๆ กันสักนิด กล่าวคำขอโทษกันสักหน่อย ดีกว่าทำร้ายร่างกายกันนะ

 

รักกันไว้เถิด เราคนไทยด้วยกันนะ!

 

ข่าวเกี่ยวข้อง :

 

 

--------------------

เกาะติดสถานการณ์โควิด-19  ทันความเคลื่อนไหว ได้ความรู้ที่ถูกต้อง ส่งตรงถึงมือคุณ
คลิกเลย!! >>> รู้ทันกันโควิด <<< หรือ กด *301*35# โทรออก

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง