รีเซต

PSLหันรุกขนส่งน้ำมัน ปรับบริหารสัญญาเช่า

PSLหันรุกขนส่งน้ำมัน ปรับบริหารสัญญาเช่า
ทันหุ้น
14 พฤษภาคม 2569 ( 08:30 )

#PSL #ทันหุ้น - PSL มองธุรกิจเรือเทกองเข้าสู่รอบขาขึ้นใหม่ หลังอุปทานเรือโลกตึงตัวใกล้เคียงยุค Big Bull Run พร้อมปรับกลยุทธ์บริหารสัญญาเช่า จังหวะค่าระวางเรือพุ่ง ดันรายได้เรือสูงขึ้น บริษัทเดินหน้ากระจายพอร์ตสู่ธุรกิจเรือบรรทุกน้ำมันผ่าน Tarini Nari พร้อมขยายกองเรือแตะ 45 ลำ ภายในปี 2570 หนุนศักยภาพเติบโตระยะยาวและรักษานโยบายปันผลสม่ำเสมอ

นายคาลิด มอยนูดดิน ฮาชิม กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSL เปิดเผยว่า ธุรกิจเรือเทกองมีแนวโน้มที่สดใส หนุนจากอุปทานเรือในตลาดโลกมีความแข็งแกร่งมาก โดยสัดส่วนเรือที่สั่งต่อใหม่ (Order Book) เมื่อเทียบกับสัดส่วนเรือเก่าที่มีอายุมากกว่า 20 ปี อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในช่วงปี 2543-2547 ก่อนที่จะเกิดสภาวะตลาดขาขึ้นครั้งใหญ่ (Big Bull Run)

@รุกเรือขนส่งนั้น

ประกอบกับบริษัทได้ได้รุกเข้าสู่อุตสาหกรรมเรือบรรทุกผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปด้วยเรือ Tarini Nari ซึ่งทำรายได้ได้ดีในช่วงสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเรือเที่ยวแรกทำรายได้ประมาณ 25,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน และคาดการณ์ว่าเรือเที่ยวที่สอง จะทำรายได้สูงขึ้นเป็นระหว่าง 33,000 ถึง 42,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน

“การเข้าซื้อเรือ Tarini Nari (MR Tanker) ถือเป็นก้าวแรก (Stepping Stone) ที่สำคัญในการขยายธุรกิจเข้าสู่กลุ่มเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ เพื่อกระจายความเสี่ยงจากเดิมที่พึ่งพาเพียงตลาดเรือแห้งเทกองเพียงอย่างเดียว”

สำหรับค่าระวางเรือ ตั้งแต่สถานการณ์ความไม่สงบในช่องแคบฮอร์มุซและทะเลแดงบังคับให้เรือต้องเดินทางระยะไกลขึ้น ส่งผลให้เกิด "เงินเฟ้อในภาคการขนส่งสินค้า” (Ton-Mile Inflation) ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยผลักดันค่าระวางเรือให้สูงขึ้น สะท้อนจากค่าระวางเรืองวดไตรมาส 1/2569 ที่ผ่านมาโดยปกติจะเป็นช่วง โลว์ซีซัน แต่ดัชนีค่าระวางเรือ Handy Size อยู่ที่ประมาณ 15,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน, เรือ Ultramax : ดัชนีค่าระวางอยู่ที่ประมาณ 19,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน ในขณะที่ตลาดดระดับโลก (Atlantic MRS) ในบางภูมิภาค เช่น เขตแอตแลนติก ค่าระวางเรือ MR พุ่งสูงขึ้นเกินกว่า 80,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน

@บริหารสัญญาเช่าเรือ

โดย ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 บริษัทมีกองเรือทั้งสิ้น 41 ลำ รวมเรือ Mayuri Nari ที่ถูกประกาศเป็นความสูญเสียโดยสิ้นเชิง (Constructive Total Loss) จากสถานการณ์สงคราม และเรือ Hataya Nari ที่ปัจจุบันยังคงจอดทอดสมอโดยไม่มีรายได้เพื่อรอความปลอดภัยในพื้นที่ขัดแย้ง ซึ่งบริษัทมีแผนทยอยมอบเรือ Ultramax เพิ่มเติมอีก 3-4 ลำต่อเนื่องช่วงที่เหลือของปี 2569 - ไตรมาส 1/2570 ส่งผลให้ ณ สิ้นปี 2570 คาดว่าจำนวนเรือจะเพิ่มขึ้นเป็น 45 ลำ

ทั้งนี้ บริษัทปรับกลยุทธ์การบริหารสัญญาเช่าเรือให้สอดรับกับสถานการณ์ ทั้งในรูปแบบของสัญญาเช่าระยะยาวแบบคงที่ (Fixed Rates) 25 ปีกับเรือทั้งหมด 12 ลำ และสัญญาเช่าระยะยาวแบบอิงดัชนี (Index Linked Rates) กับเรือ 11 ลำ ซึ่งช่วยให้บริษัทได้รับประโยชน์เมื่อดัชนีค่าระวางเรือในตลาดปรับตัวสูงขึ้น

“บริษัทประสบความสำเร็จในการปรับปรุงกองเรือ โดยทำให้อายุเฉลี่ยของเรือลดลงเหลือ 11.4 ปี (จาก 12.1 ปี ในปี 2568) และมีขนาดบรรทุกเฉลี่ยต่อลำเพิ่มขึ้นเป็น 46,000 เดตเวตตัน สำหรับเรือ 11 ลำที่ทำสัญญาเช่าแบบอิงตามดัชนี (Index Linked) ทำให้จะได้รับประโยชน์ทันทีเมื่อค่าระวางในตลาดปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่สัญญาระยะยาวก็จะช่วยให้รายได้มีความสมดุลมากขึ้น”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง