M ไตรมาส 1/2569 กำไรสุทธิ 163 ล้านบาท ลดลง 30.1%

#ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET #M ไตรมาส 1/2569 กำไรสุทธิ 163 ล้านบาท ลดลง 30.1%
บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) M รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 163 ล้านบาท ลดลง 30.1% YoY จากแรงกดดันด้านต้นทุนและอัตรากำไรที่อ่อนตัว แม้ว่ารายได้จากการขายและบริการยังเติบโตแข็งแกร่งจากการขยายธุรกิจบุฟเฟต์และยอดขายสาขาเดิมที่ฟื้นตัว
รายได้จากการขายและบริการในไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 4,047 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.3% YoY จาก 3,541 ล้านบาทในช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมีแรงหนุนหลักจากความสำเร็จของแบรนด์ “โบนัส สุกี้” ซึ่งเป็นร้านสุกี้บุฟเฟต์แบรนด์ใหม่ที่เริ่มเปิดดำเนินการในช่วงครึ่งหลังปี 2568 และมีการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ยอดขายสาขาเดิม (Same-Store Sales Growth: SSSG) เพิ่มขึ้น 3.5% YoY โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากแบรนด์ “เอ็มเค สุกี้” ที่มียอดขายสาขาเดิมเติบโต 6.1% จากการตอบรับที่ดีต่อโปรโมชั่นบุฟเฟต์ “คุ้มเกินคุ้ม”
โครงสร้างรายได้หลักยังมาจากแบรนด์เอ็มเคคิดเป็นสัดส่วน 64% ของรายได้รวม รองลงมาคือ ยาโยอิ 16%, โบนัส สุกี้ 11%, แหลมเจริญซีฟู้ด 5% และธุรกิจอื่นอีก 4%
ด้านช่องทางการขาย รายได้จากการรับประทานในร้าน (Dine-in) เพิ่มสัดส่วนเป็น 87% จาก 84% ในปีก่อน ขณะที่สัดส่วน Takeaway ลดลงเหลือ 5% และ Delivery ลดลงเหลือ 8% สะท้อนการกลับมาของการบริโภคภายในร้านอาหาร
กำไรขั้นต้นในไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 2,509 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.6% YoY อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ลดลงเหลือ 62.0% จาก 66.5% ในไตรมาส 1/2568 เนื่องจากบริษัทเร่งทำตลาดบุฟเฟต์ผ่านโปรโมชั่น “คุ้มเกินคุ้ม” ของเอ็มเค สุกี้ รวมถึงการขยายสาขาของแบรนด์โบนัส สุกี้ ซึ่งมีโครงสร้างต้นทุนสูงกว่าธุรกิจร้านอาหารทั่วไป
นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนพลังงาน ค่าขนส่ง รวมถึงราคาวัตถุดิบและวัสดุสิ้นเปลืองทยอยปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) อยู่ที่ 2,362 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.0% YoY จากค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าสาธารณูปโภคที่เพิ่มขึ้นตามการขยายสาขาของโบนัส สุกี้ อย่างไรก็ตาม สัดส่วน SG&A ต่อรายได้รวมลดลงเหลือ 57.6% จาก 59.2% ในปีก่อน เนื่องจากค่าใช้จ่ายบางส่วนเป็นต้นทุนคงที่ เช่น ค่าเช่าและค่าเสื่อมราคา ซึ่งไม่ได้เพิ่มขึ้นในสัดส่วนเดียวกับรายได้
บริษัทมีค่าใช้จ่ายทางการเงิน 22 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นดอกเบี้ยจากหนี้สินตามสัญญาเช่าภายใต้มาตรฐานบัญชี TFRS 16
โดยรวม แม้รายได้จะเติบโตแข็งแกร่งจากการรุกธุรกิจบุฟเฟต์และการฟื้นตัวของยอดขายสาขาเดิม แต่แรงกดดันด้านต้นทุนและอัตรากำไรที่ลดลง ส่งผลให้กำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 ลดลงเหลือ 163 ล้านบาท จาก 234 ล้านบาทในช่วงเดียวกันปีก่อน คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 4.0% ลดลงจาก 6.4% ในไตรมาส 1/2568
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
