รีเซต

ฟ้าผ่ารัชวิภา ไขความจริง มือถือ-สร้อยคอ ไม่ได้ล่อฟ้า

ฟ้าผ่ารัชวิภา ไขความจริง มือถือ-สร้อยคอ ไม่ได้ล่อฟ้า
TNN ช่อง16
3 มิถุนายน 2569 ( 11:07 )
14

เหตุฟ้าผ่าไรเดอร์ขณะขี่รถจักรยานยนต์บนสะพานยกระดับรัชวิภา เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 กลายเป็นเหตุการณ์ที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง หลังมีภาพผู้บาดเจ็บพร้อมร่องรอยแผลไหม้บริเวณลำคอและศีรษะ จนเกิดกระแสตั้งข้อสงสัยในโลกออนไลน์ว่า สร้อยคอโลหะ หมวกกันน็อก หรือโทรศัพท์มือถือ อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ถูกฟ้าผ่า

อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยจากฟ้าผ่า ยืนยันตรงกันว่า ความเชื่อดังกล่าวไม่ถูกต้อง เพราะสิ่งที่เพิ่มความเสี่ยงจริงคือการอยู่ในพื้นที่สูงเด่นหรือพื้นที่เปิดโล่งในช่วงเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ไม่ใช่อุปกรณ์ที่พกติดตัว

ฟ้าผ่าไรเดอร์บนสะพานรัชวิภา เกิดขึ้นได้อย่างไร

จากรายงานเหตุการณ์ ชายคนหนึ่งกำลังขี่รถจักรยานยนต์บนสะพานยกระดับรัชวิภา มุ่งหน้าแยกรัชโยธิน ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร ในช่วงเวลาประมาณ 15.41 น. ขณะที่เกิดฝนตกและมีฟ้าคะนองอย่างรุนแรง

กระแสฟ้าผ่าลงมายังบริเวณที่ผู้ขับขี่กำลังผ่าน ส่งผลให้รถเสียหลักล้ม ผู้ขับขี่ได้รับบาดเจ็บสาหัส มีรอยไหม้บริเวณศีรษะ ใบหู และลำคอ ขณะที่สร้อยคอโลหะขาดออกจากกัน

ภาพดังกล่าวทำให้เกิดการตั้งข้อสังเกตว่า สร้อยคอหรือโทรศัพท์มือถืออาจเป็นตัวล่อฟ้า แต่ รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ ออกมายืนยันว่าไม่ใช่ข้อเท็จจริง

อ.เจษฎา ย้ำชัด สร้อยคอ หมวกกันน็อก และมือถือ ไม่ได้ล่อฟ้า

รศ.ดร.เจษฎา ระบุว่า วัตถุที่ผู้ขับขี่พกติดตัว ไม่ว่าจะเป็นสร้อยคอ หมวกกันน็อก โทรศัพท์มือถือ หรือกล่องเก็บสัมภาระท้ายรถ ไม่ใช่สิ่งที่ดึงดูดให้ฟ้าผ่าลงมา

สาเหตุสำคัญเกิดจากตำแหน่งของรถจักรยานยนต์ที่อยู่บนสะพานยกระดับ ซึ่งถือเป็นจุดสูงเด่นในพื้นที่เปิดโล่ง ประกอบกับเป็นช่วงที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนองพอดี จึงมีโอกาสที่กระแสไฟฟ้าจะเลือกเส้นทางดังกล่าวลงสู่พื้นดิน

ในทางวิทยาศาสตร์ ฟ้าผ่าเป็นการคายประจุไฟฟ้าขนาดมหาศาลระหว่างก้อนเมฆกับพื้นโลก โดยกระแสไฟฟ้ามักเคลื่อนตัวผ่านเส้นทางที่สั้นที่สุด และมักผ่านวัตถุหรือจุดที่โดดเด่นกว่าพื้นที่รอบข้าง

หากในขณะนั้นไม่ใช่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าว ก็อาจเป็นรถคันอื่นที่วิ่งผ่านจุดเดียวกันในช่วงเวลาเดียวกันได้เช่นกัน

ทำไมสร้อยคอจึงเกิดรอยไหม้

อีกประเด็นที่ทำให้หลายคนเข้าใจผิด คือรอยแผลไหม้บริเวณลำคอของผู้บาดเจ็บ ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงแนวของสร้อยคอ

ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า รอยไหม้ดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าสร้อยคอเป็นตัวล่อฟ้า แต่เกิดจากกระแสไฟฟ้าปริมาณมหาศาลไหลผ่านโลหะ ทำให้เกิดความร้อนสะสมอย่างรวดเร็ว จนสร้างบาดแผลบนผิวหนัง

ลักษณะเดียวกันนี้เคยเกิดขึ้นกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายชนิดที่ได้รับผลกระทบจากฟ้าผ่า เช่น โทรศัพท์มือถือ แบตเตอรี่ หรือวงจรไฟฟ้า ที่เกิดความเสียหายจากกระแสไฟฟ้า ไม่ใช่เพราะเป็นต้นเหตุให้ฟ้าผ่าลงมา

มือถือไม่ได้ล่อฟ้า แต่ควรระวังเมื่อเกิดพายุ

ความเชื่อเรื่อง “เล่นมือถือแล้วฟ้าผ่า” ถูกแชร์ต่อกันมาเป็นเวลานาน แต่ทั้งนักวิทยาศาสตร์ไทยและหน่วยงานด้านความปลอดภัยจากหลายประเทศยืนยันตรงกันว่า สัญญาณโทรศัพท์และตัวเครื่องมือถือไม่สามารถดึงดูดฟ้าผ่าได้

สิ่งที่ทำให้เกิดอันตรายคือการอยู่ในพื้นที่เสี่ยง เช่น กลางสนาม ทุ่งนา ถนนโล่ง สุสาน หรือสะพานยกระดับ ในขณะที่เกิดพายุฟ้าคะนอง

อย่างไรก็ตาม หากเกิดฟ้าผ่าใกล้บริเวณที่ใช้งานโทรศัพท์ อาจเกิดการเหนี่ยวนำของกระแสไฟฟ้า ทำให้อุปกรณ์เกิดความเสียหาย ลัดวงจร หรือในบางกรณีอาจส่งผลต่อผู้ใช้งานได้

ชาร์จมือถือช่วงฝนตก อันตรายหรือไม่

อีกคำถามที่มักถูกพูดถึงในช่วงฤดูฝน คือการเสียบสายชาร์จโทรศัพท์ขณะเกิดฝนตกฟ้าร้อง

รศ.ดร.เจษฎา อธิบายว่า ตัวโทรศัพท์หรือสายชาร์จไม่ได้ล่อฟ้า แต่ความเสี่ยงอยู่ที่ระบบไฟฟ้าภายในบ้าน หากฟ้าผ่าลงใกล้บริเวณบ้าน หรือผ่าลงระบบสายส่งไฟฟ้า กระแสไฟอาจเดินทางมาตามสายไฟและส่งผลต่ออุปกรณ์ที่กำลังเสียบปลั๊กอยู่

ด้วยเหตุนี้ ในช่วงที่มีฟ้าร้องฟ้าแลบอย่างรุนแรง จึงควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เชื่อมต่อกับเต้ารับโดยตรง เช่น โทรศัพท์ที่กำลังชาร์จ คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ โทรทัศน์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่

หากจำเป็นต้องใช้โทรศัพท์ ควรใช้งานในโหมดแบตเตอรี่ หรือชาร์จผ่านพาวเวอร์แบงก์ที่ไม่ได้เชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าภายในบ้าน

ทำไมรถยนต์ปลอดภัยกว่ามอเตอร์ไซค์

ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า รถยนต์มีข้อได้เปรียบสำคัญ คือโครงสร้างโลหะของตัวถังสามารถทำหน้าที่คล้าย “กรงฟาราเดย์” หรือ Faraday Cage

เมื่อเกิดฟ้าผ่า กระแสไฟฟ้าจะไหลผ่านผิวโลหะด้านนอกของรถและลงสู่พื้นดิน ทำให้ผู้โดยสารภายในได้รับการปกป้องในระดับหนึ่ง

ตรงกันข้ามกับรถจักรยานยนต์ที่ไม่มีโครงสร้างห่อหุ้ม ผู้ขับขี่จึงเผชิญความเสี่ยงจากกระแสไฟฟ้าโดยตรงมากกว่า

วิธีป้องกันตัวในช่วงฝนฟ้าคะนอง

ในช่วงฤดูฝน ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ควรหลีกเลี่ยงเส้นทางที่เป็นพื้นที่สูงหรือเปิดโล่ง โดยเฉพาะสะพานต่างระดับ ถนนบนสันเขื่อน หรือถนนที่ไม่มีสิ่งปลูกสร้างรอบข้าง

หากพบว่ามีพายุฝนฟ้าคะนอง ควรหยุดพักในอาคารที่มั่นคง ปั๊มน้ำมัน หรือพื้นที่ที่มีโครงสร้างคอนกรีตแข็งแรง

ไม่ควรหลบฝนใต้ต้นไม้ใหญ่ เสาไฟฟ้า หรือป้ายโฆษณา เนื่องจากเป็นจุดที่มีความเสี่ยงต่อการถูกฟ้าผ่าหรือเกิดการหักโค่นจากลมแรง

สำหรับผู้ที่อยู่ในบ้าน ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เสียบปลั๊ก การอาบน้ำ หรือการจับก๊อกน้ำและท่อโลหะในช่วงที่เกิดฟ้าร้องอย่างต่อเนื่อง

บทเรียนจากเหตุการณ์ครั้งนี้

เหตุฟ้าผ่าไรเดอร์บนสะพานรัชวิภาเป็นตัวอย่างสำคัญที่ช่วยคลี่คลายความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ “มือถือล่อฟ้า” หรือ “สร้อยคอล่อฟ้า” ซึ่งยังถูกส่งต่อในสังคมไทยอยู่เป็นระยะ

ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ชี้ชัดว่า ฟ้าผ่าไม่ได้เลือกเป้าหมายจากโทรศัพท์มือถือ สร้อยคอ หรือหมวกกันน็อก แต่เลือกเส้นทางที่เหมาะสมที่สุดในการถ่ายเทประจุไฟฟ้าลงสู่พื้นดิน

ดังนั้น สิ่งที่ควรระวังมากที่สุดในช่วงฤดูฝน ไม่ใช่สิ่งของที่พกติดตัว แต่คือการหลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่สูงเด่นหรือกลางแจ้งเมื่อเกิดพายุฟ้าคะนอง เพราะนั่นคือปัจจัยเสี่ยงที่แท้จริงของการถูกฟ้าผ่า

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง