ขานรับยาต้านโควิด ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 704.81 จุด

ขานรับยาต้านโควิด ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 704.81 จุด
TNN ช่อง16
18 เมษายน 2563 ( 07:41 )
41
ขานรับยาต้านโควิด ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 704.81 จุด

วันนี้ (18 เม.ย. 63) ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (17 เม.ย.) และปรับตัวขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน เนื่องจากนักลงทุนขานรับข่าวการพัฒนายารักษาโรคโควิด-19 และการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศแนวทางสำหรับการเปิดเศรษฐกิจสหรัฐอีกครั้ง หลังจากยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในรัฐต่างๆ ของสหรัฐเริ่มชะลอตัวลง

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 24,242.49 จุด เพิ่มขึ้น 704.81 จุด หรือ +2.99%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,874.56 จุด เพิ่มขึ้น 75.01 จุด หรือ +2.68% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,650.14 จุด เพิ่มขึ้น 117.78 จุด หรือ +1.38%

ในรอบสัปดาห์นี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวขึ้น 2.2%, ดัชนี S&P500 บวก 3% และดัชนี Nasdaq พุ่งขึ้น 6.1%

ตลาดหุ้นนิวยอร์กพุ่งขึ้น โดยได้แรงหนุนจากรายงานของ STAT News ซึ่งเป็นนิตยสารด้านสุขภาพที่ระบุว่า ผลการทดสอบยา Remdesivir ซึ่งเป็นยาต้านไวรัสที่ผลิตโดยบริษัท Gilead Sciences ของสหรัฐนั้นพบว่า ยาดังกล่าวสามารถใช้รักษาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จนหายดีได้

มหาวิทยาลัยชิคาโกได้ทำการทดลองยา Remdesivir ในผู้ป่วยโควิด-19 จำนวน 125 รายแล้วพบว่า ผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ที่ได้รับยา Remdesivir สามารถฟื้นตัวขึ้นได้อย่างรวดเร็วจากอาการไข้ และปัญหาระบบทางเดินหายใจ

ด้านสถาบันสุขภาพแห่งชาติของสหรัฐยังได้ประกาศผลการทดลองพบว่า ยาดังกล่าวมีประสิทธิภาพในการรักษาลิงที่ติดเชื้อโควิด-19

 ตลาดยังได้แรงหนุนจากรายงานข่าวที่ว่า นายพอล ฮัดสัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทซาโนฟีของฝรั่งเศสคาดว่า บริษัทจะสามารถผลิตวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 จำนวน 600 ล้านโดสได้ภายในปีหน้า ถ้าหากการทดสอบทางคลินิกร่วมกับบริษัทแกล็กโซสมิทไคลน์ (GSK) ของอังกฤษมีความคืบหน้าตามแผนที่วางไว้

นอกจากนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐยังได้แรงหนุนจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เปิดเผยแนวทางการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ในรัฐต่างๆ หลังจากที่มีการบังคับใช้มาตรการอย่างเข้มงวดเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

แผน "Opening Up America Again" จะแบ่งออกเป็น 3 ระยะ โดยผู้ว่าการของแต่ละรัฐ จะเป็นผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้ายในการยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์เพื่อเปิดเศรษฐกิจของสหรัฐอีกครั้ง

อย่างไรก็ดี แผนการดังกล่าวยังไม่ได้ระบุวันเวลาที่ชัดเจนว่าจะสามารถเปิดเศรษฐกิจสหรัฐได้อีกครั้งเมื่อใด แม้ปธน.ทรัมป์เปิดเผยเมื่อต้นสัปดาห์นี้ว่า บางรัฐอาจสามารถเปิดเศรษฐกิจได้ก่อนเดือนพ.ค.นี้ก็ตาม

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ได้แก่การที่ Conference Board เปิดเผยว่า ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจ Leading Economic Index (LEI) ดิ่งลง 6.7% ในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นการทรุดตัวลงหนักที่สุดในรอบ 60 ปีนับตั้งแต่มีการรายงานตัวเลขดังกล่าว สู่ระดับ 104.2 หลังจากลดลง 0.2% ในเดือนก.พ. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ดัชนี LEI จะร่วงลง 7.0% ในเดือนมี.ค.

 

 

เกาะติดข่าวที่นี่ 

website: www.TNNThailand.com 
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง