เกาหลีใต้ทุ่มงบ 1.86 แสนล้านบาท เสริมอำนาจเทคโนโลยีของชาติ

รัฐบาลเกาหลีใต้เผยว่า เตรียมลงทุนราว 8.6 ล้านล้านวอน หรือราว 1.86 แสนล้านบาทในปีนี้ เพื่อเร่งพัฒนาเทคโนโลยีสำคัญหลายด้าน เช่น เซมิคอนดักเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ การต่อเรือ พลังงาน และแบตเตอรี่ ท่ามกลางการแข่งขันทางเทคโนโลยีระดับโลกที่เข้มข้นมากขึ้น
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศของเกาหลีใต้ประกาศเมื่อวันที่ 13 มีนาคมว่า คณะกรรมการพิเศษด้านเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์ระดับชาติ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน อนุมัติแผนดำเนินงานปี 2026 โดยระดมความร่วมมือจาก 23 กระทรวง เพื่อประสานงบวิจัย เครื่องมือด้านนโยบาย และการสนับสนุนทางการเงิน
แผนดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์เทคโนโลยีแห่งชาติระยะ 5 ปี (2024-2028) ที่มุ่งเสริมศักยภาพในเทคโนโลยีสำคัญ ซึ่งถูกมองว่าเป็นหัวใจของความมั่นคงของประเทศและการเติบโตทางอุตสาหกรรม
รัฐบาลเกาหลีใต้เพิ่มงบประมาณวิจัยและพัฒนา (R&D) ด้านเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์ขึ้น 30% จากปีก่อนหน้า เป็น 8.6 ล้านล้านวอนในปี 2026 หรือราว 1.86 แสนล้านบาท ซึ่งงบประมาณดังกล่าวจะสนับสนุนโครงการวิจัยที่ครอบคลุมเทคโนโลยี 513 รายการ ที่รัฐบาลจัดกลุ่มไว้ใน 19 สาขาหลัก
สาขาที่ได้รับความสำคัญ ได้แก่ เซมิคอนดักเตอร์, ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และซอฟต์แวร์, โทรคมนาคม, ความมั่นคงทางไซเบอร์, เทคโนโลยีชีวภาพ, หุ่นยนต์, อวกาศและการบิน, อุตสาหกรรมต่อเรือ, แบตเตอรี่, พลังงานสะอาด, พลังงานนิวเคลียร์, เทคโนโลยีด้านกลาโหม, อุตสาหกรรมคอนเทนต์
กองทุนดังกล่าวยังจะช่วยสนับสนุนนักวิจัยให้ ก่อตั้งสตาร์ตอัป และเข้าถึงโครงการจัดซื้อของภาครัฐ เพื่อเร่งนำผลงานวิจัยออกสู่ตลาดได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ยังมีมาตรการสนับสนุนสตาร์ตอัปศักยภาพสูง เช่น เงินทุนสำหรับ R&D ภายในบริษัท การขยายตลาดต่างประเทศ การให้คำปรึกษาและเชื่อมโยงนักลงทุน
รัฐบาลยังมีแผนพัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ข้อมูลและ AI พร้อมเปิดโครงการฝึกอบรมด้าน AI และโครงการช่วยให้นักวิจัยจากต่างประเทศ เข้ามาตั้งถิ่นฐานและทำงานในเกาหลีใต้
หัวหน้าฝ่ายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของกระทรวงวิทยาศาสตร์ กล่าวว่าท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นว่า “เทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์ได้กลายเป็นทรัพย์สินหลักที่กำหนดทั้งเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ”
เขาระบุว่ารัฐบาลจะเพิ่มการสนับสนุนในการพัฒนาเทคโนโลยีสำคัญ พร้อมลดอุปสรรคระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ และสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่ช่วยให้ผลลัพธ์ทางเทคโนโลยีเกิดขึ้นได้รวดเร็ว
เสาหลักที่สองของแผนคือการเสริมความมั่นคงด้านเทคโนโลยี โดยรัฐบาลเตรียมปรับปรุงกรอบนโยบายเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 ให้สอดคล้องกับความสำคัญของ AI การค้า และความมั่นคงยุคใหม่
การปรับปรุงดังกล่าวจะช่วย ลดขั้นตอนการอนุมัติ R&D ของภาครัฐ เช่น การยกเลิกการศึกษาความเป็นไปได้เบื้องต้นสำหรับบางโครงการ และใช้ระบบตรวจสอบที่ง่ายขึ้น เพื่อให้โครงการสามารถเริ่มต้นได้เร็วขึ้น
นอกจากนี้ รัฐบาลยังต้องการเพิ่มความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยเข้าร่วมเวทีพหุภาคีด้านเทคโนโลยี เช่น ปัญญาประดิษฐ์ เซมิคอนดักเตอร์ ควอนตัมคอมพิวติ้ง เพื่อช่วยกำหนดมาตรฐานและกติกาเทคโนโลยีระดับโลก
เสาหลักที่สามคือโครงการแบบ Mission-oriented ภายใต้ชื่อ NEXT Projects ซึ่งจะเชื่อมโยงการพัฒนาเทคโนโลยี นโยบาย และการลงทุนเข้าด้วยกัน เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ
โครงการเหล่านี้จะดำเนินการภายใต้ความร่วมมือภาครัฐและเอกชนที่ใกล้ชิดมากขึ้น พร้อมการปฏิรูประบบบริหารงานวิจัย เพื่อให้นักวิทยาศาสตร์สามารถมุ่งเน้นการสร้าง ผลลัพธ์ที่นำไปใช้ได้จริง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
