อาลีบาบา คลาวด์ (Alibaba Cloud) รักษาแชมป์เบอร์ 1 ผู้ให้บริการคลาวด์ของเอเชียแปซิฟิกในปี 2025

บริษัท อาลีบาบา คลาวด์ (Alibaba Cloud) หน่วยงานด้านเทคโนโลยีดิจิทัลของอาลีบาบา กรุ๊ป (Alibaba Group) ได้รับการจัดอันดับให้เป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ในรูปแบบบริการ (Infrastructure as a Service หรือ IaaS) รายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกประจำปี 2025 โดยพิจารณาจากรายได้ หลังมีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 22.5 ตามรายงานล่าสุดของการ์ทเนอร์ (Gartner) บริษัทวิจัยการตลาดชื่อดัง
การเติบโต Alibaba Cloud ในระดับภูมิภาคและระดับโลก
ตามรายงานของ Gartner ที่มีชื่อว่า "Market Share: IaaS, Worldwide, 2025" ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2026 ระบุว่า อาลีบาบา คลาวด์ มีส่วนแบ่งการตลาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 20.8 ในปี 2024 เป็นร้อยละ 22.5 ในปี 2025
สำหรับในระดับโลก อาลีบาบายังคงรักษาอันดับที่ 4 ของผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ในรูปแบบบริการ (IaaS) รายใหญ่ที่สุด โดยมีส่วนแบ่งการตลาดทั่วโลกเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 7.7 จากร้อยละ 7.2 ในปีก่อนหน้า
ผู้นำตลาดด้านรายได้ส่วนใหญ่มาจากลูกค้าในจีนและฮ่องกง รวมถึงครองอันดับสองในมาเลเซีย รวมถึงขยับขึ้นมาเป็นอันดับสองในการจัดอันดับตลาดของอินโดนีเซีย นอกจากนี้ ในตลาดสิงคโปร์ อาลีบาบาสามารถก้าวขึ้นสู่อันดับสาม และเป็นบริษัทระดับโลกเพียงรายเดียวในกลุ่มที่มีอัตราการเติบโตสูงถึงระดับสามหลักเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
ภาพรวมของตลาดบริการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ (IaaS)
ในขณะที่ภาพรวมของตลาดโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ในรูปแบบบริการ (IaaS) ทั่วโลกในปี 2025 พบว่ารายได้เติบโตขึ้น 45,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.62 ล้านล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตร้อยละ 24.3
ปัจจัยหลักมาจากภาระงานที่รองรับปัญญาประดิษฐ์โดยกำเนิด (AI-native workloads) ซึ่งส่งผลให้กลุ่มผู้ให้บริการคลาวด์ขนาดใหญ่ (Hyperscalers) และผู้ให้บริการนีโอคลาวด์ (Neocloud) มีรายได้เพิ่มขึ้นในระดับหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงข้อกำหนดด้านกฎระเบียบที่ทำให้โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์กลายเป็นชั้นโครงสร้างหลักในการจัดการทรัพยากรขององค์กร
ปัจจัยหนุน Alibaba Cloud โตในเอเชีย
ดร. เฟยเฟย ลี (Dr. Feifei Li) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของอาลีบาบา คลาวด์ ระบุว่า การเติบโตดังกล่าวเป็นผลจากกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นปัญญาประดิษฐ์ (AI) และสถาปัตยกรรมตัวแทนปัญญาประดิษฐ์ (Agentic architecture) ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าลูกค้าในภูมิภาคกำลังทำการตัดสินใจเลือกใช้งานจริง โดยปัจจุบันบริษัทมีการลงทุนขยายศูนย์ข้อมูลรวม 78 แห่งทั่วเอเชีย
หรือโดยพื้นฐานแล้ว เป็นการจัดเตรียมฮาร์ดแวร์สำหรับการประมวลผล หน่วยจัดเก็บข้อมูล และระบบเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อรองรับการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ที่จำเป็นสำหรับการใช้งานโมเดลปัญญาประดิษฐ์ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ควบคู่ไปกับการให้บริการชุดโมเดลและเครื่องมือที่ครอบคลุม เช่น ตระกูลโมเดลภาษาขนาดใหญ่คิวเหวิน (Qwen หรือ Tongyi Qianwen) ที่บริษัทพัฒนาและเปิดให้ใช้งานมาตั้งแต่ปี 2023
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
