รีเซต

DELTA พุ่ง +5.18% แตะ 203 บาท +10 บาท นำกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์

DELTA พุ่ง +5.18% แตะ 203 บาท +10 บาท นำกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์
ทันหุ้น
27 มกราคม 2569 ( 10:46 )

#ทันหุ้น #2026 #SET #DELTA พุ่ง +5.18% แตะ 203 บาท +10 บาท นำกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ 

นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม กรรมการบริหาร บล.เอเซีย พลัส บอกว่า ตลาดหุ้นไทยต้นภาคเช้าปรับตัวขึ้นกว่า 10 จุด รีบาวด์ตามตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชียที่ปรับตัวขึ้นตามตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อคืนนี้ โดยเฉพาะแรงหนุนจากหุ้น DELTA ที่ได้รับ sentiment จากหุ้นเทคโนโลยีที่ปรับตัวขึ้น ประกอบกับมีแรงซื้อหุ้นขนาดใหญ่กลับเข้ามา โดยเฉพาะหุ้นที่ปรับตัวลงแรงเมื่อวานนี้ เช่น SCB และ ADVANC ขณะที่ตลาดยังรอติดตามการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในสัปดาห์นี้ โดยให้แนวต้าน 1,330 จุด แนวรับ 1,300 จุด

บล.ซีจีเอส-อินเตอร์เนชันแนล : หุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ปรับตัวเพิ่มขึ้นหลายตัว ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนที่ได้แรงหนุนจากปัจจัยเชิงจิตวิทยา หลัง Microsoft ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ หรือ “7 นางฟ้า” ส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ในการพัฒนาชิปเพื่อใช้งานเอง

ทั้งนี้ Microsoft ถือเป็นปัจจัยบวกต่อภาคเทคโนโลยีโลก เนื่องจากโดยปกติบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่จะพึ่งพาการจัดซื้อชิปจาก Nvidia เป็นหลัก การหันมาพัฒนาชิปใช้เองในลักษณะเดียวกับ Google ที่มีชิป TPU ทำให้ตลาดคาดการณ์ว่ากิจกรรมในห่วงโซ่อุปทานอาจเพิ่มขึ้น ส่งผลให้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นในการซื้อขายเมื่อคืนที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ตลาดยังอยู่ในช่วงเก็งกำไรผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ที่เตรียมทยอยประกาศในสัปดาห์นี้ ได้แก่ Microsoft, Meta, Apple และ Tesla ประกอบกับทิศทางเชิงบวกของ TSMC (Taiwan Semiconductor Manufacturing Company) บริษัทรับจ้างผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ที่สุดในโลกจากไต้หวัน ซึ่งเพิ่งสะท้อนมุมมองธุรกิจในเชิงบวกออกมา ส่งผลให้หุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในไทยได้รับอานิสงส์และปรับตัวขึ้นตามทิศทางตลาดโลก

อย่างไรก็ตาม การปรับตัวขึ้นของหุ้นอิเล็กทรอนิกส์ไทยในรอบนี้ยังเป็นเพียงแรงหนุนทางจิตวิทยาเป็นหลัก เนื่องจากบริษัทในไทยไม่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการผลิตชิปของ Microsoft แตกต่างจากบริษัทในสหรัฐฯ หรือเกาหลีใต้ที่อยู่ใกล้ห่วงโซ่การผลิตมากกว่า

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนเน้นการเก็งกำไรระยะสั้นมากกว่าการลงทุนเชิงพื้นฐาน เนื่องจากแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทในกลุ่มนี้ยังไม่ฟื้นตัวอย่างชัดเจน หากต้องการเทรดดิ้ง แนะนำเลือกหุ้นที่มีน้ำหนักต่อดัชนีและสามารถเคลื่อนไหวตามตลาดได้ ขณะที่ในเชิงพื้นฐานอาจพอจับตาหุ้น HANA ได้บ้าง แต่ยังไม่ถือเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นในระยะนี้

ขณะเดียวกัน นักลงทุนควรระมัดระวังแรงกดดันด้านต้นทุนการผลิตที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะราคาทองแดงและทองคำที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรในระยะถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง