จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าทรัมป์ส่งทหารอเมริกันไปรบที่อิหร่าน?

สงครามอิหร่านที่ดำเนินมาครบ 2 สัปดาห์แล้ว และยังไม่มีวี่แววว่าจะจบลงเมื่อไร ทำให้มีการตั้งข้อสังเกตว่า สหรัฐฯ อาจจะยกระดับการโจมตีอิหร่านขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง ด้วยการส่งทหารอเมริกันเข้าไปปฏิบัติการในดินแดนของอิหร่าน
แม้เรื่องนี้จะดูเป็นไปได้ยาก เพราะอเมริกาก็คงไม่อยากเสี่ยงเอาทหารของตัวเองเข้าไปรบในดินแดนของอิหร่าน ซึ่งจะทำให้มีทหารอเมริกันบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมากโดยไม่จำเป็น แต่ทางโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็ยังไม่ตัดความเป็นไปได้เกี่ยวกับการส่งทหารอเมริกันเข้าไปในอิหร่าน ซึ่งผู้สื่อข่าวมักถามทรัมป์อยู่เรื่อย ๆ ว่าจะส่งทหารเข้าไปที่อิหร่านหรือไม่ และทรัมป์ก็ตอบกลับมาเพียงว่า “เราจะทำทุกอย่างเท่าที่จำเป็น”
อย่างไรก็ตาม การส่งทหารอเมริกันเข้าไปปฏิบัติการในอิหร่าน เพื่อต่อสู้กับทหารของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC โดยตรง ไม่ใช่เรื่องง่าย แม้ที่ผ่านมา อเมริกาจะเคยมีประสบการณ์ที่ส่งทหารของตัวเองเข้าไปรบในหลายประเทศในตะวันออกกลางมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นอัฟกานิสถาน หรืออิรัก แต่อิหร่านเป็นประเทศขนาดใหญ่ ที่มีพื้นที่กว่า 1,648,000 ตารางกิโลเมตร ใหญ่กว่าอิรักถึง 4 เท่า พื้นที่เต็มไปด้วยภูเขาสูง มีประชากรเกือบ 90 ล้านคน ซึ่งตอนที่สหรัฐฯ ส่งทหารไปที่อิรัก ยังต้องใช้ทหารรวมกันมากกว่า 200,000 นาย ในการดูแลพื้นที่ หากสหรัฐฯ จะส่งทหารเข้าไปยึดดินแดนในอิหร่าน จะต้องใช้ทหารมากกว่านั้นหลายเท่า
แต่ก็มีความเป็นไปได้ หากทรัมป์ตัดสินใจส่งทหารอเมริกันเข้าไปในอิหร่าน ก็อาจจะเป็นปฏิบัติการขนาดเล็กที่มีเป้าหมายที่แน่นอน และใช้ทหารจำนวนไม่มาก เรื่องนี้ โทมัส บอนนี่ เจมส์ ศาสตราจารย์ที่วิทยาลัย AFG ในกาตาร์ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Aljazeera ว่า “มีความเป็นไปได้มากกว่าที่สหรัฐฯ จะส่งทหารหน่วยเล็ก ๆ ที่มีความสามารถสูง เข้าไปทำลายเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งอาจจะใช้วิธีกระโดดร่มเข้าไปแบบเงียบ ๆ และรวดเร็ว ซึ่งเป้าหมายอาจจะเป็นการทำลายโรงงานนิวเคลียร์ที่อิหร่านใช้เสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียม เช่น โรงงานนิวเคลียร์นาทานซ์ หรือโพร์ดาว หรืออิสฟาฮาน”
แต่ก่อนที่สหรัฐฯ จะส่งทหารเข้าไปในอิหร่านได้ สหรัฐฯ ต้องมั่นใจก่อนว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่านถูกทำลายจนเกือบหมดแล้ว เพื่อที่จะให้เครื่องบินของสหรัฐฯ บินผ่านได้อย่างปลอดภัย
การส่งทหารเข้าไปทำลายเป้าหมายด้านนิวเคลียร์ในอิหร่าน โดยตรง จะมีทหารที่มีความเชี่ยวชาญหลายหน่วยเข้าร่วมปฏิบัติการ โดยเฉพาะหน่วยนาวีซีล เพราะเป็นปฏิบัติการที่ต้องมีความรวดเร็ว มีความแม่นยำสูง และหลีกเลี่ยงการปะทะกับทหารอิหร่าน ถ้าไม่จำเป็น
เมื่อปฏิบัติการโจมตีเสร็จแล้ว ทหารอเมริกันต้องรีบเคลื่อนย้ายไปยังจุดนัดพบ ซึ่งจะมีเครื่องบินที่ถูกส่งไปเพื่อรอรับทหารให้ออกมาจากอิหร่านอย่างปลอดภัย โดยเร็วที่สุด ซึ่งปฏิบัติการลักษณะนี้ มีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดขึ้น หากทรัมป์ตัดสินใจส่งทหารเข้าไปปฏิบัติการในอิหร่าน
แต่การส่งทหารเข้าไปฏิบัติการในอิหร่าน แม้จะเป็นปฏิบัติการขนาดเล็ก ก็มีความเสี่ยงที่จะทำให้อิหร่านตอบโต้กลับอย่างรุนแรง อิหร่านอาจตอบโต้กลับด้วยการยิงขีปนาวุธโจมตีเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลางมากขึ้น และพันธมิตรของอิหร่าน เช่น กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ อาจโจมตีเป้าหมายในอิสราเอลเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งการส่งทหารอเมริกันเข้าไปในอิหร่าน นับว่าเป็นปฏิบัติการที่มีความเสี่ยงสูง ทั้งในด้านอันตรายต่อตัวทหารเอง เพราะโรงงานนิวเคลียร์ในอิหร่าน มีการรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนา และในด้านความเสี่ยงที่จะทำให้สงครามทวีความรุนแรงมากขึ้นไปอีก
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
