กรมอุตุฯ เผยฤดูหนาว 2569 มาช้า คาดกลาง พ.ย. เตือนฝนใต้ระลอกใหม่

ประเทศไทยเข้าสู่เดือนพฤศจิกายนแล้ว แต่สภาพอากาศหลายพื้นที่ยังคงแปรปรวน โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครที่มีฝนฟ้าคะนองในช่วงกลางคืนต่อเนื่องถึงเช้า ขณะที่บางพื้นที่เริ่มสัมผัสอากาศเย็นในช่วงเช้า ทำให้เกิดคำถามว่าประเทศไทยกำลังเปลี่ยนผ่านจากฤดูฝนเข้าสู่ฤดูหนาวแล้วหรือไม่ และปีนี้ประชาชนจะได้สัมผัสอากาศหนาวอย่างเต็มที่เมื่อใด
ล่าสุด กรมอุตุนิยมวิทยาประเมินว่า ประเทศไทยยังไม่เข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเป็นทางการ แม้บางพื้นที่เริ่มมีอุณหภูมิลดลง แต่ภาพรวมของอุณหภูมิ ทิศทางลม และปริมาณฝน ยังไม่เป็นไปตามเกณฑ์ทางอุตุนิยมวิทยา โดยมีแนวโน้มว่าฤดูหนาวปี 2569 อาจเริ่มต้นในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน ซึ่งช้ากว่าช่วงเวลาปกติ
เปิด 3 เกณฑ์สำคัญ ทำไมไทยยังไม่เข้าสู่ฤดูหนาว
นายนัฐวุฒิ แดนดี รองอธิบดีและโฆษกกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยผ่านรายการข่าวเที่ยง TNN ช่อง 16 ว่า การพิจารณาประกาศเข้าสู่ฤดูหนาวของประเทศไทย ต้องอาศัยข้อมูลทางวิทยาศาสตร์หลายด้านประกอบกัน ไม่สามารถประเมินจากการที่ประชาชนเริ่มสัมผัสอากาศเย็นในช่วงเช้าเพียงอย่างเดียว
สำหรับหลักเกณฑ์สำคัญประกอบด้วย 3 ปัจจัย ได้แก่ อุณหภูมิ ปริมาณฝน และทิศทางลมทั้งระดับบนและระดับล่าง โดยข้อมูลที่กรมอุตุนิยมวิทยาติดตามรายวันพบว่า ขณะนี้มีเพียงปัจจัยด้านปริมาณฝนที่ผ่านเกณฑ์ เนื่องจากประเทศไทยตอนบนมีพื้นที่ฝนตกน้อยกว่าร้อยละ 20
ขณะที่เกณฑ์ด้านอุณหภูมิ กำหนดให้พื้นที่มากกว่าร้อยละ 60 ของประเทศไทยมีอุณหภูมิต่ำสุดต่ำกว่า 23 องศาเซลเซียส แต่ข้อมูลล่าสุดที่โฆษกกรมอุตุนิยมวิทยาระบุ พบว่ามีพื้นที่เข้าเกณฑ์เพียงประมาณร้อยละ 40 ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน
ด้านทิศทางลมยังไม่เข้าเงื่อนไขเช่นกัน ทั้งลมตะวันตกในระดับบนและลมตะวันออกเฉียงเหนือในระดับล่าง เนื่องจากทิศทางลมยังมีความแปรปรวน ไม่ได้พัดปกคลุมประเทศไทยอย่างต่อเนื่องตามรูปแบบของฤดูหนาว
ด้วยเหตุนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาจึงยังไม่สามารถประกาศการเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเป็นทางการได้
มวลอากาศเย็นเบี่ยงไปญี่ปุ่น ทำไทยยังไม่หนาวเต็มที่
นายนัฐวุฒิอธิบายว่า แม้ขณะนี้จะมีมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีน แต่แนวการเคลื่อนตัวของมวลอากาศส่วนใหญ่เบี่ยงไปทางทิศตะวันออก มุ่งหน้าสู่ประเทศญี่ปุ่น แทนที่จะเคลื่อนลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยโดยตรง
ลักษณะดังกล่าวทำให้ลมเย็นที่เข้าสู่ประเทศไทยมีกำลังไม่มากนัก ขณะเดียวกัน เมื่อกระแสลมเคลื่อนผ่านทะเลจีนใต้ จะนำความชื้นจากทะเลเข้ามาปกคลุมประเทศไทย ส่งผลให้เกิดฝนฟ้าคะนองในหลายพื้นที่
โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครที่เกิดฝนในช่วงกลางคืนและเช้า แต่ส่วนใหญ่เป็นฝนที่เคลื่อนตัวผ่าน ไม่ได้ตกต่อเนื่องตลอดทั้งวัน เมื่อเมฆฝนเคลื่อนออกไปและท้องฟ้าเปิด อุณหภูมิในช่วงกลางวันสามารถปรับสูงขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
สอดคล้องกับพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ซึ่งระบุว่า กรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยอุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 34-36 องศาเซลเซียส พยากรณ์อากาศทั่วประเทศ
คาดฤดูหนาวเริ่มกลาง พ.ย. อากาศเย็นสลับฝน
สำหรับแนวโน้มฤดูหนาวปีนี้ นายนัฐวุฒิระบุว่า จากข้อมูลสถิติในอดีตพบว่า บางปีที่ได้รับอิทธิพลจากปรากฏการณ์เอลนีโญ กรมอุตุนิยมวิทยายังไม่สามารถประกาศเข้าสู่ฤดูหนาวได้แม้จะถึงวันที่ 15 พฤศจิกายนแล้ว
ปี 2569 มีแนวโน้มใกล้เคียงกัน เนื่องจากแบบจำลองอากาศยังบ่งชี้ว่าประเทศไทยตอนบนจะมีฝนในช่วงต้นถึงกลางเดือนพฤศจิกายน โดยเฉพาะภาคเหนือที่อาจมีฝนในพื้นที่จังหวัดน่าน เชียงใหม่ และจังหวัดใกล้เคียงราววันที่ 10-11 พฤศจิกายน
ส่วนช่วงวันที่ 6 พฤศจิกายนเป็นต้นไป มีแนวโน้มที่มวลอากาศเย็นจะเคลื่อนตัวลงมาปกคลุมประเทศไทยอีกระลอก แต่ยังไม่มีกำลังแรงมากพอที่จะทำให้อุณหภูมิลดลงอย่างชัดเจน
รูปแบบอากาศที่อาจเกิดขึ้นจึงเป็นช่วงเช้ามีอากาศเย็น กลางวันอุณหภูมิสูง และอาจมีฝนฟ้าคะนองเมื่อมวลอากาศเย็นเคลื่อนเข้าปะทะกับอากาศร้อนและความชื้นที่สะสมอยู่
ทั้งนี้ พยากรณ์อากาศระยะ 7 วันของกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 คาดว่า ช่วงวันที่ 4-6 พฤศจิกายน กรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ พร้อมลมกระโชกแรงและฝนตกหนักบางแห่ง พยากรณ์อากาศ 7 วัน
เอลนีโญหนุนอุณหภูมิสูง เตือนเกษตรกรระวังฝนช่วงเก็บเกี่ยว
อีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องติดตามคือปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งนายนัฐวุฒิอธิบายว่า มีส่วนทำให้สภาพอากาศมีแนวโน้มร้อนและฝนลดลงในบางช่วง เมื่อปริมาณเมฆน้อยลง พื้นผิวโลกจะได้รับพลังงานจากแสงอาทิตย์มากขึ้น ส่งผลให้อุณหภูมิในช่วงกลางวันเพิ่มขึ้นรวดเร็ว
ขณะที่มวลอากาศเย็นที่เคลื่อนตัวลงมาปกคลุมประเทศไทยยังไม่มีกำลังเพียงพอที่จะลดอุณหภูมิและผลักดันความชื้นออกจากพื้นที่ จึงอาจเกิดฝนฟ้าคะนองจากการปะทะกันของมวลอากาศที่มีอุณหภูมิแตกต่างกัน
สภาพอากาศลักษณะนี้อาจส่งผลกระทบต่อภาคเกษตร โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือที่เริ่มเข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิต เนื่องจากฝนที่เกิดขึ้นในระยะสั้นอาจกระทบต่อการเก็บเกี่ยวและการตากผลผลิตทางการเกษตร
กรมอุตุนิยมวิทยาจึงแนะนำให้เกษตรกรติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด เพื่อวางแผนเก็บเกี่ยวและลดความเสียหายจากฝนฟ้าคะนองที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด
เตือนภาคใต้ฝนระลอกใหม่ 7-13 พ.ย. เสี่ยงน้ำป่าไหลหลาก
แม้ประเทศไทยตอนบนกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูกาล แต่พื้นที่ภาคใต้ยังคงอยู่ในช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะบริเวณฝั่งอ่าวไทย ซึ่งมีแนวโน้มได้รับอิทธิพลจากกระแสลมที่พัดนำความชื้นเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
นายนัฐวุฒิระบุว่า แบบจำลองอากาศประเมินว่า ระหว่างวันที่ 7-13 พฤศจิกายน 2569 ภาคใต้ฝั่งตะวันออกตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไปจนถึงจังหวัดนราธิวาส ยังมีโอกาสเกิดฝนต่อเนื่องเป็นระยะ โดยพื้นที่ฝั่งตะวันออกมีแนวโน้มได้รับปริมาณฝนมากกว่าฝั่งตะวันตก
ปัจจัยสำคัญเกิดจากกระแสลมที่นำความชื้นจากทะเลเข้าสู่ชายฝั่ง เมื่อเคลื่อนตัวปะทะแนวภูเขาจะทำให้มวลอากาศยกตัวและพัฒนาเป็นกลุ่มเมฆฝน
อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงสำคัญไม่ได้เกิดจากฝนหนักในวงกว้างเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงฝนที่ตกซ้ำในพื้นที่เดิมต่อเนื่องหลายวัน ทำให้เกิดการสะสมของปริมาณน้ำในดินและแหล่งน้ำธรรมชาติ
โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาและบริเวณใกล้ทางน้ำไหลผ่าน ซึ่งต้องเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลัน เนื่องจากปริมาณน้ำฝนจากวันก่อนหน้าอาจยังระบายออกไม่หมด ก่อนที่จะมีฝนระลอกใหม่เข้ามาเพิ่มเติม
ทั้งนี้ ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรติดตามประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อมีฝนตกหนักซ้ำในบริเวณเดิม
เตือนภาคเหนือรับมือฝุ่น PM2.5 หลังฝนเริ่มลดลง
นอกจากความแปรปรวนของอุณหภูมิและปริมาณฝนแล้ว กรมอุตุนิยมวิทยายังแสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ซึ่งอาจเริ่มมีการสะสมเพิ่มขึ้นในช่วงปลายปี 2569 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2570
นายนัฐวุฒิอธิบายว่า เมื่อมวลอากาศเย็นมีกำลังอ่อนหรือสภาพอากาศค่อนข้างนิ่ง การระบายอากาศในบางพื้นที่อาจลดลง โดยเฉพาะเมืองที่ตั้งอยู่ในแอ่งกระทะหรือหุบเขา เช่น เชียงใหม่ เชียงราย และลำปาง
ลักษณะภูมิประเทศดังกล่าวเอื้อต่อการสะสมของฝุ่นละออง เมื่อประกอบกับแนวโน้มฝนลดลง ทำให้ปัจจัยธรรมชาติที่ช่วยชะล้างฝุ่นมีน้อยลงตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม สภาพอากาศเย็นในช่วงเช้ายังเอื้อต่อการเกิดหมอกตามพื้นที่ภูเขาและแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ซึ่งเป็นช่วงที่ภาคเหนือเริ่มมีบรรยากาศเหมาะแก่การท่องเที่ยวและตั้งแคมป์
ประชาชนและนักท่องเที่ยวจึงควรตรวจสอบคุณภาพอากาศควบคู่กับสภาพอากาศ เนื่องจากหมอกธรรมชาติและฝุ่นละอองสามารถเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันได้
จับตากลางพฤศจิกายน ไทยจะเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเป็นทางการหรือไม่
สำหรับภาพรวมฤดูหนาวปี 2569 กรมอุตุนิยมวิทยายังต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงของมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังสัปดาห์แรกของเดือนพฤศจิกายน ซึ่งอาจเริ่มเห็นสัญญาณการเปลี่ยนแปลงของทิศทางลมและอุณหภูมิชัดเจนขึ้น
อย่างไรก็ตาม การที่บางพื้นที่เริ่มสัมผัสอากาศเย็นในช่วงเช้า ยังไม่ใช่ข้อยืนยันว่าประเทศไทยได้เข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว เนื่องจากต้องพิจารณาเกณฑ์ด้านอุณหภูมิ ทิศทางลม และการลดลงของฝนร่วมกัน
ประเด็นสำคัญในช่วงนี้จึงอยู่ที่การเตรียมพร้อมรับมือสภาพอากาศที่แตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค ทั้งฝนฟ้าคะนองในประเทศไทยตอนบน ฝนสะสมในพื้นที่ภาคใต้ และแนวโน้มฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ประชาชนควรติดตามอย่างใกล้ชิดตลอดเดือนพฤศจิกายน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
