รีเซต

เนเธอร์แลนด์เดือด! ร้อนทุบสถิติ 125 ปี

เนเธอร์แลนด์เดือด!  ร้อนทุบสถิติ 125 ปี
TNN ช่อง16
1 กันยายน 2569 ( 11:30 )
1

“เนเธอร์แลนด์” เผชิญฤดูร้อนที่ร้อนที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกสภาพอากาศเมื่อปี 1901 หลังอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดช่วงฤดูร้อนปี 2026 พุ่งทำลายสถิติเดิม ท่ามกลางคลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นซ้ำหลายระลอก กลางคืนที่ร้อนผิดปกติ และภัยแล้งที่ยืดเยื้อ นักอุตุนิยมวิทยาเตือนว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในปีนี้อาจไม่ใช่เหตุการณ์สุดขั้วอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นภาพของ “ฤดูร้อนปกติ” ในอนาคต หากภาวะโลกร้อนยังดำเนินต่อไป

 

ข้อมูลจากสถาบันอุตุนิยมวิทยาแห่งเนเธอร์แลนด์ หรือ KNMI ระบุว่า อุณหภูมิเฉลี่ยในช่วง 3 เดือนของฤดูร้อนปีนี้ ที่สถานีตรวจวัดหลักในเมืองเดอบิลต์ อยู่ที่ 19.3 องศาเซลเซียส ทำลายสถิติเดิมที่ 18.9 องศาเซลเซียส ซึ่งเคยเกิดขึ้นในปี 2018 และถือเป็นฤดูร้อนที่ร้อนที่สุดนับตั้งแต่เริ่มบันทึกข้อมูลในปี 1901

 

ฤดูร้อนครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงอุณหภูมิเฉลี่ยที่สูงขึ้น แต่ยังเต็มไปด้วยสภาพอากาศสุดขั้ว ทั้ง คลื่นความร้อนหลายระลอก กลางคืนที่ร้อนผิดปกติ และภาวะแห้งแล้งต่อเนื่อง จนในเดือนมิถุนายน KNMI ต้องประกาศเตือนภัยระดับสีแดงจากความร้อนเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศ


ปีนี้ยังทำลายสถิติในหลายด้าน โดยเนเธอร์แลนด์มีจำนวนวันที่อุณหภูมิสูงกว่า 35 องศาเซลเซียส มากที่สุดเท่าที่เคยบันทึก และมีจำนวน “วันร้อนจัด” หรือวันที่อุณหภูมิแตะระดับ 30 องศาเซลเซียสขึ้นไปมากเป็นประวัติการณ์


สิ่งที่น่ากังวลไม่แพ้กันคือ อุณหภูมิในเวลากลางคืน เพราะแม้ดวงอาทิตย์จะลับขอบฟ้าแล้ว แต่อากาศกลับไม่เย็นลงมากพอที่จะให้ร่างกายฟื้นตัวจากความร้อนในช่วงกลางวัน


พื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศเผชิญความร้อนในช่วงกลางคืนอย่างรุนแรง โดยเมืองมาสทริชต์มีอุณหภูมิไม่ลดต่ำกว่า 22 องศาเซลเซียสติดต่อกัน 3 คืน ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์การบันทึกข้อมูลของพื้นที่ดังกล่าว


ปีเตอร์ ซีกมันด์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพภูมิอากาศของ KNMI ระบุว่า หากมองไปยังอนาคต ภายใต้สถานการณ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับสูง ฤดูร้อนที่มีอุณหภูมิใกล้เคียงกับปีนี้อาจกลายเป็นสภาพอากาศโดยเฉลี่ยของเนเธอร์แลนด์ราวปี 2050


ที่น่ากังวลคือ ภายใต้สภาพภูมิอากาศในปัจจุบัน ฤดูร้อนที่ร้อนระดับเดียวกับปี 2026 อาจเกิดขึ้นได้ประมาณ 1 ครั้งในทุก 5 ปี และหากอุณหภูมิโลกยังเพิ่มขึ้น ความถี่ของฤดูร้อนสุดขั้วลักษณะนี้ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีก นั่นหมายความว่า สิ่งที่เคยถูกมองว่าเป็น “ฤดูร้อนที่ผิดปกติ” กำลังมีโอกาสกลายเป็น “ฤดูร้อนธรรมดา” ในอนาคต


อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ระบุว่าอนาคตไม่ได้ถูกกำหนดไว้ตายตัว เพราะนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกยังสามารถสร้างความแตกต่างได้อย่างมาก


KNMI ประเมินว่า ภายในปี 2050 ความแตกต่างระหว่างสถานการณ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงและต่ำ อาจทำให้อุณหภูมิต่างกันประมาณ 1 องศาเซลเซียส และความแตกต่างดังกล่าวอาจขยายเป็นประมาณ 4 องศาเซลเซียสภายในปลายศตวรรษ หากโลกยังเดินหน้าในเส้นทางการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง

 

เนเธอร์แลนด์กำลังเผชิญสัญญาณชัดเจนของโลกที่ร้อนขึ้น หลังฤดูร้อนปี 2026 ทำลายสถิติร้อนที่สุดในรอบกว่า 125 ปี พร้อมคลื่นความร้อนหลายระลอก กลางคืนที่ร้อนจัด และภัยแล้งยาวนาน สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าสถิติที่ถูกทำลาย คือ ความร้อนระดับสุดขั้วกำลังเกิดขึ้นบ่อยขึ้น จนในอนาคตอาจกลายเป็นสภาพอากาศปกติของยุโรป


คำเตือนจากเนเธอร์แลนด์จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของ “ฤดูร้อนที่ร้อนที่สุด” แต่เป็นภาพสะท้อนว่า ภาวะโลกร้อนกำลังเปลี่ยนคำว่า “อากาศสุดขั้ว” ให้กลายเป็น “ความปกติใหม่” และระดับความร้อนในอนาคตยังขึ้นอยู่กับว่าโลกจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากแค่ไหน

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง