รีเซต

‘หุ้นกู้’ปีนี้เสี่ยงดีฟอลต์ พิษเศรษฐกิจชะลอตัว

‘หุ้นกู้’ปีนี้เสี่ยงดีฟอลต์  พิษเศรษฐกิจชะลอตัว
ทันหุ้น
8 มกราคม 2569 ( 08:30 )
4

#หุ้นกู้ #ThaiBMA #ทันหุ้น - ThaiBMA มองปีนี้มีโอกาสหุ้นกู้ดีฟอลต์-ยืดหนี้อีก หลังปี 2568 ผิดนัดชำระ 8 บริษัท-ยืดหนี้ 21 บริษัท เหตุเศรษฐกิจที่โตชะลอตัวกระทบธุรกิจ   คาดเอกชนออกหุ้นกู้ปีนี้ 8.8 - 9 แสนล้านบาท อานิสงส์ดอกเบี้ยขาลง-บริษัทขนาดใหญ่เดินหน้าขยายการลงทุนธุรกิจใหม่นิวเอสเคิร์ฟ   คาดกนง.มีโอกาสลดดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในไตรมาส 2/2569

ดร.สมจินต์  ศรไพศาล  กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) กล่าวว่า ปีนี้ยังมีโอกาสที่หุ้นกู้เอกชนจะมีการผิดนัดชำระหุ้นกู้ (หุ้นกู้ดีฟอลต์) และมีการขยายระยะเวลาครบกำหนด (ยืดหนี้) ซึ่งเป็นธรรมชาติของตลาดการเงิน แต่ไม่ได้มองเป็นความเสี่ยงพิเศษของปีนี้  เพราะตลาดบอนด์เป็นแบบนี้ทั่วโลกมีโอกาสดีฟอลต์ เหมือนกับ Bank Loan มีโอกาสเจอ NPL ในรูปแบบต่างๆ เป็นธรรมชาติของตลาดบอนด์

@ผลเศรษฐกิจชะลอตัว

รวมถึงสภาวะเศรษฐกิจและธุรกิจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทสามารถยืนหยัดทำกำไรมากน้อยแค่ไหน  ซึ่งต้องบอกว่าเราอยู่ในช่วงเวลาที่ท้าทายมากๆ ของการทำธุรกิจและสภาพเศรษฐกิจ  โดยปีนี้คาดว่าจีดีพีน่าจะโตประมาณ  1.5%  ถือว่าไม่ได้สูง และยังมี Constrain ในการเงินการคลังมีพอสมควร รัฐบาลจะเข้ามาสนับสนุนเศรษฐกิจมีข้อจำกัด ดังนั้นเศรษฐกิจมีความท้าทาย ข้อจัด ระบบการเงินการคลัง การแข่งขันการค้า การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีเป็นปัจจัยท้าทายที่ทุกบริษัทต้องเผชิญ ทำให้การตัดสินใจการลงทุนรอบคอบและระมัดระวังเป็นเรื่องความเป็นจริงของโลกที่ตลาดบอนด์ทั่วโลกต้องเผชิญ  “ปี 2568 มีหุ้นกู้ที่ดีฟอลต์ 8 บริษัท มูลค่า 8,319 ล้านบาท และมีบริษัทที่เลื่อนกำหนดชำระ 21 บริษัท  รวมมูลค่า  59,804 ล้านบาท ”

สำหรับผลสำรวจผู้ร่วมตลาดส่วนใหญ่คาดว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)จะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายราว1 ครั้ง ในอัตรา 0.25% ในช่วงไตรมาส 2/2569  ทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายลดลงแตะ 1% และคาดการณ์บอนด์ยิลด์ของไทยรุ่น  5 ปี และ 10 ปี จะปรับตัวลงรวม 0.05-0.10% จากสิ้นปี 2568 โดยหลักมาจากแผนการระดมทุนของรัฐบาล การขยายตัวเศรษฐกิจของไทย และทิศทางดอกเบี้ยของไทย รวมถึงกระแสเงินลงทุนต่างประเทศ

นางสาวอริยา  ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เปิดเผยว่า คาดการณ์ยอดออกหุ้นกู้เอกชนปี 2569 ประมาณ  880,000 - 900,000 ล้านบาท เพราะมีหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดในปีนี้อยู่ที่ 875,985 ล้านบาท ซึ่งอาจจะดูมีการออกเพิ่มจากที่มีหุ้นกู้ครบกำหนดในปีนี้ไม่มาก เนื่องจาก ThaiBMA ตั้งเป้ายอดการออกหุ้นกู้ของภาคเอกชนอย่างระมัดระวัง  เพราะปีนี้มีปัจจัยภายนอกประเทศที่ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้

@เอกชนขยายลงทุน

อย่างไรก็ตามก็มีปัจจัยบวกเข้ามาหนุนค่อนข้างมาก จากอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ระดับต่ำ และมีโอกาสที่จะปรับตัวลดลงได้ในปีนี้อีก 1 หรือ 2 ครั้ง  และบริษัทขนาดใหญ่ที่เริ่มมีการประกาศแผนการลงทุนที่ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะบริษัทพลังงานทางเลือก และบริษัทอื่นๆ ที่อั้นมาหลายปีแม้เศรษฐกิจจะโตไม่โตมาก แต่การเข้ามาของธุรกิจ AI ดาต้าเซ็นเตอร์ เทคโนโลยีต่างๆ ก็เป็นโอกาสที่บริษัทขนาดใหญ่จะมีการลงทุน รวมถึงการรีไฟแนนซ์หนี้ของสถาบันการเงินเพื่อล็อกต้นทุนถ้าลงมาในระดับต่ำที่เป็นประโยชน์ในด้านการลดต้นทุนทางการเงิน

“หุ้นกู้ที่ครบกำหนดชำระในปีนี้ 875,985 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นหุ้นกู้มีอันดับเครดิตเรตติ้งระดับ Investment Grade และมีสัดส่วนหุ้นกู้ High Yield เพียง 10%”

@เม็ดเงินสภาพคล่องสูง

ในด้านความสนใจการลงทุนในตลาดหุ้นกู้นั้นถือว่ายังได้รับการสนใจต่อเนื่อง ขณะที่เม็ดเงินสภาพคล่องในระบบปัจจุบันถือว่าวยังสูง สะท้อนจากยอดเงินฝากเกิน 10 ล้านล้านบาท ที่เป็นเงินออมของประชาชนก็สามารถที่จะโบกมาลงทุนในหุ้นกู้ได้ แม้รัฐบาลอาจจะมีการออกพันธบัตรออกมาขายมากขึ้น

สำหรับในปี2568 เอกชนมีการออกหุ้นกู้รวม  881,083 ล้านบาท ซึ่งปรับตัวลดลง 3.51% เมื่อเทียบกับปี 2567 อยู่ที่ 913,141 ล้านบาท ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลง เมื่อเทียบกับต้นปี 2568 ที่ลดลงถึง 20% เพราะในช่วงครึ่งปีหลัง 2568 บริษัทใหญ่ขนาดใหญ่มีการออกหุ้นกู้มากขึ้น และมีการออกหุ้นกู้มากกว่ามูลค่าหุ้นกู้ที่ครบกำหนด จากอัตราดอกเบี้ยปรับตัวลดลง และจากมีความชัดเจนเรื่องภาษีทรัมป์แล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง