รีเซต

รถบัสโคราช-ระยอง ผู้โดยสารหายเกือบ 70% บางเที่ยวไม่มีผู้โดยสารต้องหยุดวิ่ง

รถบัสโคราช-ระยอง ผู้โดยสารหายเกือบ 70% บางเที่ยวไม่มีผู้โดยสารต้องหยุดวิ่ง
มติชน
16 กรกฎาคม 2563 ( 11:59 )
213
รถบัสโคราช-ระยอง ผู้โดยสารหายเกือบ 70% บางเที่ยวไม่มีผู้โดยสารต้องหยุดวิ่ง

รถบัสโคราช-ระยอง ผู้โดยสารหายเกือบ 70% บางเที่ยวไม่มีผู้โดยสารต้องหยุดวิ่ง ผู้ประกอบการอัดรัฐบาลเป็นต้นเหตุ วอนอย่านำต่างชาติเข้าประเทศอีก หวั่นเกิดเหตุซ้ำ

วันที่ 16 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สถานีขนส่งแห่งที่ 2 จังหวัดนครราชสีมา บรรยากาศบริเวณจุดจำหน่ายตั๋วรถโดยสารปรับอากาศ สายนครราชสีมา-ระยอง เป็นไปอย่างเงียบเหงา ภายหลังจากที่มีข่าวทหารอียิปต์ ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เข้าไปในพื้นที่ จ.ระยอง ส่งผลให้ประชาชนไม่กล้าที่จะซื้อตั๋วรถโดยสารเดินทางเข้าไปในพื้นที่ จ.ระยอง

สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ประกอบการรถบัสโดยสารสาธารณะเป็นอย่างมาก ซึ่งผู้ประกอบการรถบัสโดยสารสาธารณะ ไป จ.ระยอง ในสถานีขนส่งแห่งที่ 2 จังหวัดนครราชสีมา มีทั้งหมด 3 ราย บางรายต้องลดจำนวนเที่ยวรถลง 30-50% เพราะไม่มีผู้โดยสารขึ้นรถเลย

นายศุวิทย์ เกิดคล้าย อายุ 48 ปี ผู้ประกอบการรถบัสโดยสารสาธารณะรายหนึ่งกล่าวว่า ตนเองนั้นเป็นผู้ประกอบการรถบัสโดยสารสาธารณะ มีรถวิ่งไป 3 จังหวัดภาคตะวันออก คือ ระยอง จันทบุรี และตราด ขณะนี้ได้รับความเดือดร้อนจากกรณีมีทหารอียิปต์ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 มาที่ จ.ระยองเป็นอย่างมาก เพราะทันทีที่มีข่าวออกมาก็ทำให้ผู้โดยสารทั้งขาขึ้น ขาล่องหายไปเกือบ 70% ทันที ไม่เฉพาะสายที่วิ่งไป จ.ระยอง แต่รถที่วิ่งไปจังหวัดใกล้เคียง ทั้งจันทบุรี และตราด ผู้โดยสารก็หายไปด้วย

รถบางเที่ยวต้องหยุดวิ่ง เพราะไม่มีผู้โดยสารเลยแม้แต่รายเดียว เช่นรถเที่ยวนี้ที่เหลือเวลาอีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เพิ่งมีผู้โดยสารเพียง 3 คนเท่านั้น ถ้าไม่มีมาเพิ่มก็ไม่ต่างอะไรกับการวิ่งรถเปล่าเลย ซึ่งช่วงที่ไวรัสโควิด-19 ระบาด ผู้ประกอบการรถบัสโดยสารสาธารณะก็หยุดวิ่งมานานกว่า 3 เดือนแล้ว ตอนนั้นเดือนร้อนอย่างหนัก ไม่ได้แม้กระทั่งเงินเยียวยาอะไรเลย แต่เมื่อเริ่มวิ่งได้เพียง 1 เดือนกว่าๆ ก็กลับมามีเหตุการณ์นี้ขึ้นอีก ทั้งที่ประชาชนทุกคนพยายามทำดีมาโดยตลอด แต่เรื่องกลับมาเกิดจากความผิดพลาดของหน่วยงานรัฐเสียเอง

ดังนั้นสิ่งที่ทำดีมาโดยตลอดก็เสียเปล่า จึงอยากฝากถึงรัฐบาลว่า อย่าให้มีชาวต่างชาติเข้ามาในช่วงนี้ได้หรือไม่ หรือถ้ามีมาก็ให้กักตัวอยู่แต่ในพื้นที่เฉพาะ จะเป็นค่ายทหาร หรือสถานที่ราชการใดก็ให้ชัดเจนไปเลย และให้มีการควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด อย่าให้เขาออกมาเดินเพ่นพ่านเหมือนครั้งนี้ ไม่เช่นนั้นจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเดิมจนเศรษฐกิจพัง แล้วใครจะรับผิดชอบได้บ้าง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง