ดันใช้"กองทุนน้ำมัน"พยุงราคา แทนลดภาษี

ผู้สื่อข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การพยุงราคาน้ำมัน ในช่วงที่เจอผลกระทบ จากสถานการณ์ตะวันออกกลางนั้น ประเทศไทยมีกลไกในการดูแล 2 ส่วน คือ กลไกการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน และการใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอุดหนุนราคา แตกต่างจากหลายๆ ประเทศทั่วโลก ที่มีเพียงกลไกการลดภาษีเท่านั้น
ทั้งนี้ กลไกหลักที่จะนำมาใช้ในการพยุงราคาน้ำมัน ควรจะเป็นการใช้กองทุนน้ำมันเข้ามาอุดหนุนโดยตรง เนื่องจากขณะนี้กระทรวงการคลังมีความท้าทายในการจัดเก็บรายได้ โดยภาพรวมการจัดเก็บรายได้ 5 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 ยังเป็นไปตามเป้าหมาย
แต่ช่วงครึ่งหลังของปีงบประมาณ 2569 มีความท้าทาย โดยเฉพาะการเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคล จากสถานการณ์เศรษฐกิจในปีที่ผ่านมา ซึ่งผลประกอบการของธุรกิจสะท้อนจากปีที่ผ่านมาแล้ว
ส่วน การใช้กลไกกองทุนน้ำมันพยุงราคาหน้าปั๊มสามารถดำเนินการได้เลยทันที ขณะที่การลดภาษีสรรพสามิตนั้น ยังต้องรอขั้นตอนในการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) และยังต้องผ่านกระบวนการประกาศออกกฎเป็นกฎกระทรวง เพื่อให้มีผลบังคับใช้ ซึ่งมีระยะเวลาในการดำเนินการ
เพราะ หากราคาน้ำมันโลกปรับเพิ่มสูงขึ้นอีก การลดภาษีสรรพสามิตก็จะไม่ตอบโจทย์การพยุงราคาหน้าปั๊มแล้ว ซึ่งกลไกการลดภาษีสรรพสามิตสามารถลดภาษีได้สูงสุดเพียง 6-7 บาท/ลิตรเท่านั้น ขณะที่กองทุนน้ำมันไม่มีเพดานดังกล่าว
ส่วนข้อจำกัดในการกู้เงินของกองทุนน้ำมันนั้น กระทรวงพลังงานจะเป็นหน่วยงานที่เสนอครม. ออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้ 150, 000 ล้านบาท เท่ากับช่วงวิกฤตรัสเซีย-ยูเครน เชื่อว่าจะสามารถรองรับสถานการณ์ได้
ส่วนมีความจำเป็นจะขยายเพดานหนี้สาธารณะ เพื่อรองรับวิกฤตดังกล่าวหรือไม่ ยืนยันว่า ยังมีพื้นที่ในการออกนโยบายรับมือวิกฤตกว่า 700, 000 ล้านบาท
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
