รัฐบาลลุยปราบนอมินีจริงจัง พบบริษัทเสี่ยงกว่า 6,500 ราย

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินนโยบายปราบปรามธุรกิจ “นอมินี” ว่า รัฐบาลได้ยกระดับมาตรการอย่างเป็นระบบ ทั้งการเชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างหน่วยงาน การขยายผลเชิงรุก และการปรับปรุงกฎหมายให้มีความรัดกุมมากขึ้น
พร้อมกันนี้ ยังมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อคัดกรองนิติบุคคลที่มีความเสี่ยงในการกระทำผิดกฎหมาย โดยมุ่งเน้นการป้องกันการใช้สถานะนิติบุคคลในทางมิชอบ เช่น การฟอกเงิน และการดำเนินธุรกิจที่ฝ่าฝืนกฎหมาย
โฆษกรัฐบาลระบุว่า ภายหลังเริ่มยกระดับปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ผลในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 พบว่า จำนวนบริษัทกลุ่มเสี่ยงนอมินีลดลงถึง 60% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา สะท้อนผลลัพธ์เชิงรูปธรรมของมาตรการภาครัฐ
ขณะเดียวกัน กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้รายงานผลการตรวจสอบนิติบุคคลต้องสงสัย พบกรณีคนต่างด้าวถือหุ้นตั้งแต่ 50% และลักลอบประกอบธุรกิจที่อยู่ในบัญชีท้ายของพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย รวมจำนวน 6,551 ราย
สำหรับความผิดตามกฎหมายดังกล่าว มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 ถึง 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และผู้ที่เกี่ยวข้องหรือมีส่วนรู้เห็น อาจถูกดำเนินคดีในฐานะผู้ร่วมกระทำความผิดด้วย
รัฐบาลยืนยันเดินหน้าปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมายทุกประเภทอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการใช้บุคคลไทยเป็นตัวแทนถือหุ้นแทนกลุ่มทุนต่างชาติในกิจการที่สงวนไว้ เช่น ธุรกิจบริการ การถือครองที่ดิน และกิจการที่เชื่อมโยงกับทุนสีเทา
นายกรัฐมนตรีได้ประกาศจุดยืนชัดเจนว่า การบังคับใช้กฎหมายจะเป็นไปอย่างเด็ดขาดทุกกรณี เพื่อปกป้องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ และสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่โปร่งใสและเป็นธรรมในระยะยาว
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการตรวจสอบ โดยแจ้งเบาะแสหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1570
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
